
'อดีตแกนนำม็อบ 3 นิ้ว' บุกยื่นหนังสือถึง รมว.ยุติธรรม วอนคุ้มครองความปลอดภัย 'อานนท์ นำภา' และผู้ต้องขังคดีการเมือง หลังส่งจดหมายร้องหวั่นถูกแยกแดนเสี่ยงอันตราย
7 ส.ค. 2569 - ที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อเวลา 10.00 น. นายธ้ชพงศ์ แกดำ ผู้ประสานงาน และอดีตแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรียุติธรรมในการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของเพื่อนเราที่ถูกคุมขัง จากกรณีจดหมายของทนายอานนท์ นำภา บอกเล่าสถานการณ์ในเรือนจำที่มีความพยายามจะแยกผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 มาตรา 110 ไปไว้คนละแดน ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัย
นายธ้ชพงศ์ กล่าวว่า จดหมายอานนท์ถึงรัฐมนตรียุติธรรม เสียงจากธุลีดินในกรงขังสีน้ำเงิน สืบเนื่องจากจดหมายของ อานนท์ นำภา ฉบับวันที่ 5 ส.ค. 2569 อานนท์บอกเล่าถึงการแยกขังกระจายแคนผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 และคดีทางการเมือง พร้อมตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ มีประโยคหนึ่งที่ทำให้พวกเราหยุดอ่านไม่ได้ "ผมไม่รู้จะขอให้เพื่อนๆ ช่วยอย่างไร" ไม่มีใครควรต้องเขียนประโยคแบบนี้ เพราะไม่มีใครควรรู้สึกว่า หากเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง อาจไม่มีใครรับรู้ จึงไม่ใช่เพียงจดหมายของอานนท์ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ส่งออกมาจากหลังกำแพงเรือนจำ จดหมายฉบับนี้ไม่ได้เรียกร้องอภิสิทธิ์ ไม่ได้เรียกร้องให้ปล่อยตัว และไม่ได้ขอให้ใครเห็นด้วยกับความคิดของอานนท์
"สิ่งที่จดหมายกำลังบอกกับสังคม มีเพียงเรื่องเดียว ผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ กำลังบอกว่า เขาไม่มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตตัวเอง คำถามที่สังคมต้องตอบ จึงไม่ใช่ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอานนท์ แต่คือเราจะยอมรับได้หรือไม่ หากในประเทศนี้ มีผู้ต้องขังคนหนึ่งต้องเขียนจดหมายออกมาบอกว่า เขากังวลว่าจะไม่มีโอกาสได้เล่าเรื่องของตัวเองอีก ผู้ต้องขังอาจถูกจำกัดอิสรภาพ แต่รัฐไม่มีสิทธิจำกัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ของเขา เมื่อรัฐเป็นผู้ควบคุมตัวใครคนหนึ่ง รัฐย่อมมีหน้าที่รับผิดชอบต่อชีวิต ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของคนคน นั้น ไม่ว่าเขาจะชื่ออะไร ถูกกล่าวหาด้วยคดีใด หรือมีความคิดเห็นทางการเมืองแบบไหน นี่ไม่ใช่หลักการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นหลักการพื้นฐานของรัฐที่เคารพหลักนิติธรรม และเป็นมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคน" นายธ้ชพงศ์ ระบุ
อดีตแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงขอเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ดังต่อไปนี้ 1.ยุติการแยกขังกระจายแดนผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 มาตรา 110 และคดีทางการเมือง โดยไม่มีเหตุผลด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ โดยปิดโอกาสให้องค์กรสิทธิมนุษยชน ผู้แทนฝ่ายกฎหมาย ผู้แทนญาติ สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าเยี่ยมและติดตามสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อสังคม
โดยพวกเราจะวางกรงนกสีน้ำเงินไว้หน้ากระทรวงยุติธรรม ในกรงมีนกกระดาษสีขาว กรงใบนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของการถูกจองจำ แต่มันกำลังตั้งคำถามว่าความยุติธรรมของประเทศนี้ จะหยุดอยู่แค่หลังกำแพงเรือนจำหรือไม่ นกกระดาษสีขาวอาจบินออกจากกรงไม่ได้ แต่เสียงของผู้คน ไม่ควรถูกขังไว้ในนั้นด้วยหน้ากากอานนท์ที่พวกเราจะวางลงในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงชายคนหนึ่งเท่านั้น แต่มันคือการยืนยันว่า ไม่มีผู้ต้องขังคนใดควรถูกทำให้หายไปจากความรับรู้ของสังคม
นายธ้ชพงศ์ กล่าวอีกว่า ท้ายที่สุดจดหมายฉบับนี้ได้เดินทางออกจากเรือนจำแล้ว หน้าที่ของประชาชน คือการไม่ปล่อยให้เสียงนี้เงียบหาย หน้าที่ของสื่อมวลชน คือการทำให้สังคมได้รับรู้ และหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม คือการพิสูจน์ว่า ความกังวลที่ปรากฏอยู่ในจดหมายฉบับนี้ จะไม่กลายเป็นความจริงเพราะหากวันหนึ่งเกิดความสูญเสีย ทั้งที่มีการส่งสัญญาณเตือนไว้ล่วงหน้าแล้ว สิ่งที่สังคมจะตั้งคำถามไม่ใช่ว่า ทำไมเขาจึงเขียนจดหมาย แต่จะถามว่า เมื่อรัฐได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว รัฐเลือกที่จะทำอะไร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รุทธพล' เปิดแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน ตั้งวอร์รูมสกัดคดีออนไลน์-นอมินีข้ามชาติ
“รุทธพล” เปิดแผนยุติธรรมเชิงรุก 7 ด้าน ลั่นไม่ปล่อยคดีประชาชนค้างนาน ย้ำ “ความยุติธรรมล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม” เร่งปราบอาชญากรรมออนไลน์-ยาเสพติด ไล่เส้นทางเงินคืนเหยื่อกว่า 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ช่วยลดภาระประชาชนกว่า 5 พันล้านบาท
ขยายผล 'นายกเฮง' ซัดทอด 2 ดีเอสไอ รับเงิน 55 ล้าน ส่ง 'บอส' โยงผู้มีอำนาจจัดสอบท้องถิ่น
ตำรวจ บก.ปปป.-ป.ป.ช.-ป.ป.ท. สนธิกำลังบุกจับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวขบวนการโกงสอบท้องถิ่น หลังขยายผลจับกุม "นายกเฮง" อดีตนายก อบต.-อดีตผู้สมัคร สส.เพื่อไทย อ้าง "บอส" สามารถช่วยบรรจุราชการได้ นัดหมายส่งมอบเงินผู้สมัครสอบ 107 ราย มูลค่า 55 ล้าน เป็นค่ามัดจำ แจ้งข้อหาหนัก
ให้ออกจากราชการไว้ก่อน! ยธ. สั่งเชือด 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตัวกลางรับ-ส่งเงินโกงสอบท้องถิ่น
กระทรวงยุติธรรม ออกเอกสารแถลงการณ์จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวความคืบหน้าการติดตามผู้กระทำผิดและผู้ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยปรากฏข้อมูลและพยานหลักฐานที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 2 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะเป็น
'ปธ.โสภณ' เคาะ 'ยุทธพร' นั่งบอร์ดนิรโทษกรรม ส่วนปมส่งศาลสอบปปช.ยังไม่คืบ
'โสภณ' เคาะ 'ยุทธพร' นักวิชาการรัฐศาสตร์ นั่งบอร์ดสันติสุข ส่วนปมส่งศาลฎีกา สอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี 'ศักดิ์สยาม' อยู่ระหว่างเรียกหน่วยงานให้ข้อมูล
ล้มช้าง!!! “ไอติม” “พนิดา” “วาโย” ปชน. กมธ.กิจการศาล เหมาเข่ง พ่วง “อภิสิทธิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี –อัยการเสื้อส้ม“วีรยุทธ” อธิบดีอัยการยาเสพติด พ่วงคดีวินัยร้ายแรง ปมแต่งตั้ง “สมชัย” อดีต กกต.ไม่ชอบ ส่วน “สมชัย”อ่วม!!!โดนคดีอาญาเพิ่ม 2 คดีรวด
วันที่ 10 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่ สน.บางโพ ได้รายงานคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชนต่อ ผบ.ตร.ตามลำดับชั้น มีผู้กล่าวโทษเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 และพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีมีมูลจริงจึงได้เรียกให้ผู้กล่าวโทษมาสอบสวนและยืนยันการกระทำความผิด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ทำให้อุณภูมิการเมืองเดือดทันที
'รุทธพล' เผยDSIจ่อออกหมายเรียกรอบ 3 'สส.ส้ม' ภูเก็ต ปมถือหุ้นนอมินี หลังพบพิรุธปิดบริษัท ขายที่ดินราคาต่ำผิดปกติ
ที่รัฐสภา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส. ภูเก็ต พรรคประชาชนขอเลื่อนการให้ปากคำ เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ในฐานะพยาน ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ครั้งที่ 2 ในคดีตรวจสอบการถือหุ้น บริษัทเ

