
25 เม.ย.2566 - นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวบนเวทีดีเบตผู้นำสตรี 4 พรรคถึงนโยบายแจกเงินดิจิตอล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย ว่า จนขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งยังต้องเรียกชี้แจงว่าจะนำเงินมาจากไหนจึงชัดเจนว่ามี 3 ประเด็นที่น่าสนใจ 1. เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเพราะ 55 ล้านคนนับตั้งแต่อายุ 16 ขึ้นไปไม่ได้แยกว่าใครจำเป็นหรือไม่เท่ากับว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแคนดิเดตนายกฯทุกคนได้รับหมดนั่นคือประโยชน์ทับซ้อนซึ่งส่อผิดกฎหมายเลือกตั้งใช่หรือไม่
2. การบอกว่าไม่กู้และไม่เป็นหนี้สาธารณะเป็นไปไม่ได้เพราะการใช้เงินในนโยบายเดียวถึง 5.5 แสนล้านบาท หากนำมาจากการเก็บภาษีตามที่อ้างก็ได้เพียงไม่ถึงครึ่งส่วนอีกครึ่งหนึ่งยังหาไม่ได้ และถ้ากล่าวถึงการจัดเก็บภาษีก็จะเป็นการผลักภาระให้กับประชาชนตั้งแต่เริ่มเพราะข้าวของก็ต้องแพงขึ้นจากภาษีแวต
3. ก็ต้องไปยกเลิกนโยบายอื่นอีกจำนวนมากที่เป็นประโยชน์ของประชาชนอยู่ขณะนี้ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผิดวินัยการคลังและผิดช่วงเวลาเนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันได้กระตุ้นเศรษฐกิจไปในช่วงโควิด-19 ซึ่งเป็นภาวะจำเป็นผ่านไปแล้ว
นางมัลลิกา กล่าวต่อว่าแตกต่างจากประชาธิปัตย์ที่ชี้แจงที่มาของเงินได้อย่างสมบูรณ์และนำงบประมาณ ถึงมือประชาชนในแต่ละกลุ่มประชากรที่มีภาวะจำเป็นต้องใช้ เช่น เกษตรกร 8 ล้านครัวเรือนข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักได้รับประโยชน์จากโครงการประกันรายได้เกษตรกรและหากตัวใดราคาสูงขึ้นก็ไม่ต้องจ่ายงบประมาณขณะนี้เหลือเพียงข้าวเท่านั้นที่ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดโลกและเราก็จะจ่ายตรงให้ชาวนาไปพัฒนาคุณภาพข้าวเป็นค่าไถหว่านเพื่อรองรับตลาดโลกครัวเรือนละ 30,000 บาท ในจำนวนชาวนา 5 ล้านครัวเรือนด้วยซึ่งเป็นนโยบายที่ตรงกลุ่มเป้าหมายชัดเจน
ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าส่วนด้านการดูแลสุขภาพโดยการรักษาฟรีและตรวจสุขภาพฟรีไปด้วยก็ครอบคลุมประชากรไปแล้ว 48 ล้านคนที่ไม่ได้อยู่ในบัตรสวัสดิการอื่นทั้งประกันสังคมและราชการ การผลักดันกองทุนเอสเอ็มอีเพื่อให้พ่อค้าแม่ขายบริษัทห้างร้านสตาร์ทอัพทั้งรายเก่ารายใหม่ได้มีแต้มต่อทำธุรกิจค้าขายในภูมิภาคตนเองได้และกระจายไปทั่วไทยทั่วโลกและเราก็ยังต่อยอดด้วยอินเตอร์เน็ต 1 ล้านจุด ทั้งในห้องเรียนและในหมู่บ้านชุมชนก็จะทำให้การค้าออนไลน์การใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูลและการศึกษาก็จะเต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น
การจัดการการเรียนฟรีจนถึงปริญญาตรีซึ่งเริ่มจาก 12 สาขาอุตสาหกรรมที่ตลาดต้องการขณะนี้มีจำนวนงานอยู่ทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนตำแหน่งทันที ส่วนการดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพด้วยการมอบเงินกองทุนกิจกรรมหมู่บ้าน-ชุมชนละ 30,000 บาท อันนี้ก็ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุซึ่งกำลังเป็นสังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบ รวมทั้ง 16 ยุทธศาสตร์นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อรวมกันแล้วจะเป็นการกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 2 ล้านล้านบาทโดยดำรงไว้ซึ่งวินัยการเงินการคลังไม่มีภาระเรื่องกู้และที่สาธารณะให้เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องมานั่งแบกต่อไปในอนาคต
นางมัลลิกา แสดงจุดยืนต่อมาตรา 112 ว่าชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ เราไม่แตะต้องและเป็นบทบัญญัติที่จะต้องดำรงไว้ไม่มีใครสามารถเอาผิดใครได้ถ้าหากไม่มีผู้ใดไปเจตนาทำผิด เพราะประชาชนธรรมดาอย่างเราทั่วไปยังมีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มครองเลย แล้วสถาบันทางความมั่นคงของชาติจะไม่มีได้อย่างไร ประเทศไทยมีอารยะมีวัฒนธรรมมีวิถีและความหลากหลายที่สามารถอยู่ร่วมกันได้แต่ต้องมีกติกาของสังคมนั้นๆทุกประเทศมีกติกาที่จะทำให้คนในสังคมของตนสามารถอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความแตกต่าง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สาทิตย์' ลั่น! ปชป.พร้อม 100% เตรียมผงซักฟอกคุณภาพขัดขาวยิ่งกว่าโอโม่ ไว้ถล่มรัฐบาล
ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน
กรณ์ จี้รัฐบาลเฉือนงบฯ ลดภาษีน้ำมันต้นทุนพลังงานช่วยทุกคน ไม่ใช่เติมเงินให้บางกลุ่ม
กรณ์ซัดรัฐบาลตอบข้อเสนอลดภาษีดีเซลช่วยแค่คนมีรถ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดีเซลไม่ใช่น้ำมันของคนขับรถเก๋ง แต่เป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ
'นิพิฏฐ์' ขอเคลียร์ใจสื่อ! ก่อนทำเรื่องใหญ่
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "เคลียร์ใจกันก่อน" โดยระบุว่า
'สส.ภูมิใจไทย' ซัด 'อภิสิทธิ์' ไร้วุฒิภาวะ ปั่นกระแสลือคดีฮั้วสว.ฉลองรอดแล้ว หวังผลส้มหล่น
‘วัชรพงศ์’ ซัด ‘อภิสิทธิ์’ ไร้วุฒิภาวะ ปมปล่อยข่าวลือคดีฮั้ว สว. ฉลองรอดแล้ว ตอกกลับควรมีหลักฐานจริง ไม่ใช่ใช้ปากตีกินเดินเกมหวังผลทางการเมืองและโหนกระแสพรรคส้มเพื่อรอส้มหล่น
'เนเน่ รัดเกล้า' เขย่า กกต.เกียร์ว่าง ม.157 รออยู่
'รัดเกล้า' จี้ 'กกต.' ส่งคดีฮั้ว สว. เข้าศาล เตือน หากไม่ทำเจอ ม.157 รออยู่ ลั่น ต้องฟื้นศรัทธาประชาชน-ไม่มีหน้าที่ตัดสินผิด-ถูก
'อภิสิทธิ์' ดึงสติ กกต. อย่าเคาะมติ 'ผลไม้พิษ' คดีฮั้วสว. ทำลายระบบการเมือง
'อภิสิทธิ์' จี้ กกต. ยึดบรรทัดฐานศาลฎีกา ชี้ขาดคดี 'ฮั้ว สว.' เตือนขืนใช้ 2 มาตรฐาน ยิ่งตอกย้ำเป็น 'ดอกไม้พิษ"' จาก สว. ที่เป็น 'กิ่งก้าน' ของพรรคที่เป็น 'ต้นไม้พิษ'

