'เชษฐา' วิเคราะห์ศึกซักฟอก เกมเฉือนคมฝ่ายค้าน 'ฟ้า–ส้ม' ปชป.นิ่งรอเก็บประโยชน์สูงสุด

25 ต.ค.2569-ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์สถานการณ์การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงการแข่งขันระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นความแตกต่างด้านยุทธศาสตร์ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งต่างมีฐานการแข่งขันทางการเมืองทับซ้อนกัน โดยเฉพาะสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร

ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า การที่พรรคประชาชนยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามกรอบเวลาที่ตั้งเป้าไว้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ถือเป็นสถานการณ์ที่ต้องนำมาประเมินทางการเมือง เพราะแม้จะมีการยื่นญัตติแล้ว แต่กลับยังไม่สามารถกำหนดวันอภิปรายได้อย่างชัดเจน หลังการหารือของวิป 3 ฝ่ายถึง 2 ครั้ง ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนข้อจำกัดในการกำหนดจังหวะทางการเมืองของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชนที่ต้องการใช้เวทีอภิปรายเป็นเครื่องมือตรวจสอบรัฐบาล แต่กลับต้องเผชิญเงื่อนไขเรื่องความพร้อมของรัฐมนตรี กระทบการจัดสรรเวลาอภิปราย ซึ่งอาจทำให้จังหวะทางการเมืองที่วางไว้เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ การกำหนดเป้าหมายอภิปรายรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยถึง 18 คน ทำให้การจัดตารางอภิปรายมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมือง โดยเฉพาะบทบาทของพรรคกล้าธรรม ที่ถูกฝ่ายค้านขับออกมา ยังส่งผลต่ออำนาจการซักฟอกในศึกครั้งนี้ เพราะพรรคกล้าธรรมกลายเป็นกำลังเสริมให้รัฐบาลในทันที

ผศ.ดร.เชษฐา วิเคราะห์ว่า อีกประเด็นที่น่าจับตาคือความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งแม้จะอยู่ในฝ่ายที่ตรวจสอบรัฐบาลเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองพรรคจะมีผลประโยชน์ทางการเมืองตรงกันทั้งหมด

โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีประสบการณ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการต่อรองทางรัฐสภามายาวนาน ย่อมเข้าใจดีว่าการกำหนดจังหวะอภิปรายมีความสำคัญเพียงใด การเลือกวางบทบาทอย่างระมัดระวังและปล่อยให้พรรคประชาชนเป็นผู้ขับเคลื่อนเกมหลัก จึงอาจมีนัยทางยุทธศาสตร์มากกว่าที่ปรากฏ

ในมุมวิเคราะห์นี้ ความขัดแย้งหรือข้อผิดพลาดในการประสานงานของพรรคประชาชนอาจกลายเป็นโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์สร้างความแตกต่างด้านประสบการณ์และแนวทางทำงานทางการเมือง โดยไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับพรรคประชาชนโดยตรง

เพียงแต่หวังให้มวลชนผิดหวังกับประชาชน แล้วมองหาตัวเลือกใหม่ ฝ่ายค้านมืออาชีพ ไปจนถึง พรรคที่เก๋าเกม และสู้กับภูมิใจไทยได้อย่างสูสีขึ้น เท่านี้ พรรคประชาธิปัตย์ก็มาอยู่ในเฟรม พร้อมแย่งซีนมาเป็นฝ่านค้านอันดับหนึ่งแล้ว

ยิ่งเมื่อพิจารณาว่าทั้งสองพรรคมีเป้าหมายแข่งขันในสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร การรักษาภาพลักษณ์ความเป็นพรรคการเมืองที่มีประสบการณ์และความพร้อมในการทำงานรัฐสภา ย่อมเป็นประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ

ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมยังทำให้สมการทางการเมืองมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะต่อพรรคเพื่อไทย ซึ่งต้องประเมินท่าทีของตนเองต่อรัฐบาลอย่างรอบคอบ เพราะการเปลี่ยนแปลงจำนวนเสียงสนับสนุนรัฐบาลอาจส่งผลต่ออำนาจต่อรองของแต่ละพรรค

ผศ.ดร.เชษฐา มองว่า หากการอภิปรายเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่รัฐบาลยังรักษาเสียงข้างมากไว้ได้ ผลทางการเมืองของการอภิปรายก็อาจไม่ได้อยู่ที่ผลลงมติเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถของฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน

ดังนั้น ประเด็นสำคัญหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการกำหนดวันอภิปรายให้สำเร็จ แต่ยังรวมถึงการรักษาความเป็นเอกภาพของฝ่ายค้าน การจัดสรรบทบาทระหว่างพรรค และการแสดงให้ประชาชนเห็นว่าการอภิปรายสามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ ผศ.ดร.เชษฐา เห็นว่า เป็นประเด็นที่ควรติดตามต่อไป เพราะแม้ทั้งสองพรรคจะมีจุดร่วมในการตรวจสอบรัฐบาล แต่ในระยะยาวต่างก็ต้องแข่งขันกันสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงสะท้อนว่า ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้มีเพียงรัฐบาลเป็นคู่แข่งขันของฝ่ายค้านเท่านั้น หากยังเป็นเวทีที่ทำให้เห็นการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ระหว่างพรรคฝ่ายค้านด้วยกันเอง โดยมีทั้งพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมืองในระยะต่อไป

“พรรคประชาธิปัตย์ เกมกระแสเป็นรองพรรคประชาชน แต่ถ้าเรื่องกึ๋น เรื่องเก๋า เรื่องเหลี่ยมการเมือง ชัดเจนว่า ไม่เป็นรองใคร ที่ผ่านมาก็แค่ ดันพรรคประชาชน ไปล้มไม่เป็นท่าในศึกอภิปราย เท่านี้ ก็เป็นคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เชษฐา' มองภาพวงอาหารอินเดีย 'ธรรมนัส' เลือกแล้วจับมือ ภูมิใจไทย เดินแผนร่วมรัฐบาล

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ภาพการร่วมรับประทานอาหารอินเดียระหว่างนายอนุทิน ช

พรรคประชาชนร้าว! 'รักชนก' ซัดพวกซดไวน์แพง ตั้งก๊วนบั่นทอนคนทำงาน

ส่อร้าวลึกพรรคประชาชน ปม ‘บันเทิงธิปไตย’ ปะทุอีกครั้ง หลังมีรายงาน ‘รักชนก’ ทวงถามคณะนำพรรคให้แสดงท่าทีตอบโต้การวิจารณ์ พาดพิงพวกตั้งวงซดไวน์แพง

'ภราดร' ยันหลักการซักฟอก 3 + 1 ไม่ได้กลัว แต่นายกฯ ภารกิจแน่น

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุผลและความจำเป็นของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่รัฐบาล เสน

'จุลพันธ์' ย้ำมารยาทการเมืองโหวตหนุนผ่านศึกซักฟอก แม้จะถูกถล่มฮั้วสว.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ใ

'ไอติม' ยัน ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน ลงมติอีก 1 วัน เพราะอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน

สยบรอยร้าว! เพื่อไทยไม่ติดใจ 'หนู' กินข้าวกับ 'นัส' เหตุอัธยาศัยดี ยันซักฟอกโหวตไม่มีแต่แถว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปรากฏภาพนายอนุ