หลังจากได้รับฟังข้อมูลจากหลายฝ่ายในรัฐคะเรนนี ประเทศพม่า ทั้งนายพลบีทู ผู้บัญชาการกองกำลังคะเรนนี (Karenni Army) พรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (Karenni National Progressive Party-KNPP) เครือข่ายภาคประชาชน รวมถึงชาวบ้านที่บ้านเรือนถูกทำลาย บวกกับข้อมูลจากข่าวสารทำให้เชื่อได้ว่าตอนนี้มีชาวคะเรนนีหรือกะเหรี่ยงแดงนับแสนคนกลายเป็นคนพลัดถิ่นและกำลังหนีภัยการสู้รบกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆตามป่าเขาในรัฐคะเรนนี ตามหมู่บ้านในรัฐฉานและบางส่วนเดินเท้ามาหลบภัยตามชายแดนไทย
ชาวบ้านชาวกะเหรี่ยงแดงรายหนึ่งเล่าผ่านโทรศัพท์ว่า เขาและครอบครัวหนีออกจากเมืองลอยก่อตั้งแต่เช้าวันที่ 10 มกราคม 2565 หลังจากเมืองหลวงของรัฐคะเรนนีถูกทหารพม่าโจมตีอย่างหนักทั้งกลางวันและคืน
“พวกเรายังโชคดีที่สามารถขนอาหารติดตัวมาได้ แม้ไม่มากนัก แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้โชคดีเช่นเรา พวกเขาต้องไปอาศัยอยู่ตามวัดและป่าเขา ช่วงนี้เรายังประคับประคองชีวิตไปได้ แต่หากการสู้รบยืดเยื้อต่อไปอีก พวกเราคงลำบาก อาหารคงหมด แต่ที่ลำบากมากๆตอนนี้คืออากาศหนาว ชาวบ้านจำนวนมากไม่มีเสื้อกันหนาวและผ้าห่ม เราหนีกันมาอย่างกระทันหัน” ชาวบ้านลอยก่อรายนี้อธิบายสถานการณ์ของผู้หนีภัยการสู้รบ โดยหมู่บ้านที่เขาไปอาศัยอยู่มีผู้หนีภัยราว 40 คน ซึ่งทุกคนรู้สึกเป็นห่วงบ้านที่เมืองลอยก่อ หลายครอบครัวจึงทิ้งสมาชิกที่เป็นผู้ชายไว้เฝ้าบ้าน
ขณะที่นายพลบีทู ผู้บัญชาการกองกำลังคะเรนนี (Karenni Army-KA) ของ KNPP เชื่อว่าสาเหตุที่กองทัพพม่าต้องทำลายเมืองลอยก่อเพราะมองว่าหากประชาชนอยู่ได้ ฝ่ายต่อต้านทหารพม่าก็อยู่ได้ จึงต้องการทำลายเมืองลอยก่อให้เป็นเถ้าถ่าน
“ดูสภาพอาการ ทหารพม่าน่าจะหมดแรงแล้ว ถ้ากำลังพลหมดก็หมดเลย ตอนนี้ทหารหนีทัพ บาดเจ็บ และตายจำนวนมาก เขาไม่รู้จะเอาใครไปเป็นทหารแล้ว เพราะประชาชนพม่าไม่ให้การสนับสนุน การสู้รบครั้งนี้จึงเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตผม รอบนี้เราต้องชนะ”ผู้นำกองกำลัง KNPP บอกอย่างมั่นใจ
คะเรนนีปกครองตนเองด้วยระบบกษัตริย์มายาวนาน แม้กระทั่งในยุคล่าอาณานิคมที่อังกฤษบุกยึดพม่า ชาวคะเรนนีก็ยังรักษาสถานภาพของตัวเองไว้ได้
กว่า 70 ปีที่ชาวกะเหรี่ยงแดงต้องต่อสู้กับพม่าเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพอย่างแท้จริง แม้เป็นเพียงรัฐเล็กๆแต่ประวัติศาสตร์อันภาคภูมิใจทำให้คะเรนนีไม่เคยว็อกแว็กในเกมเจรจาที่พม่าเป็นผู้กำหนด
แม้กระทั่งในช่วงที่พม่าเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ คะเรนนีก็ไม่ได้ลงนามในสัญญาปางโหลงที่ระบุว่าจะให้แต่ละชาติพันธุ์เป็นอิสระ เพราะชาวคะเรนนีถือว่าตัวเองเป็นรัฐอิสระอยู่แล้ว
แต่ทันทีที่พม่าเรียกร้องเอกราชประสบความสำเร็จในปี 2491 และนายพลเนวินของพม่าได้ฉีกสัญญาปางโหลงทิ้ง พร้อมกับการยึดอำนาจ รัฐคะเรนนีก็ถูกกองกำลังที่ใหญ่และเข้มแข็งกว่าของพม่ายึดครองและผนวกให้ส่วนหนึ่งของเขตแดนทันที
นับแต่นั้นมาชาวคะเรนนีจึงต้องจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่าเรื่อยมาในนามพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (Karenni Nationnal Progressive Party:KNPP) โดยมีฐานที่มั่นอยู่ตามป่าเขาสองฝั่งแม่น้ำสาละวิน จนปัจจุบันถอยร่นมาอยู่แนวตะเข็บชายแดนไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน
แม้กองกำลัง KNPP ไม่โด่งดังและใหญ่โตเท่า KNU (Karen National Union) หรือ SSA (Shan State Army) แต่ความมุ่งมั่นในการทวงคืนอิสรภาพมีไม่น้อยกว่ากันเลย
“เป้าหมายของเราคือการปกครองตนเอง ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย”นายพลบีทูย้ำถึงอุดมการณ์การต่อสู้ของทหาร KNPP ซึ่งขณะนี้กลุ่มเยาวชนคะเรนนีจำนวนมากต่างจับอาวุธหลังเกิดรัฐประหารในพม่า ขณะที่ประชาชนพม่าที่ต่อต้านการทำรัฐประหารของนายพลมิน อ่อง หลาย อีกจำนวนไม่น้อย ได้เดินทางขอร่วมฝึกอาวุธกับ KNPP ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ทำให้กองทัพพม่าโกรธมากและเป็นสาเหตุสำคัญในการส่งเครื่องบินรบโจมตีเมืองลอยก่อจนเสียหายยับเยิน และประชาชนนับแสนต้องกลายเป็นผู้หนีภัยการสู้รบ (อ่านสัมภาษณ์พิเศษนายพลบีทู https://transbordernews.in.th/home/?p=30159 )
คำถามสำคัญสำหรับประเทศไทยในยามนี้คือ การที่กลุ่มชาติพันธุ์โดยรอบกำลังเดือดร้อนและชาวบ้านจำนวนมากต้องหนีภัยการสู้รบมาจ่ออยู่แนวชายแดนด้านเหนือและตะวันตกของประเทศ แต่ทำไมความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกลับถูกกีดกันจากทหารไทย โดยสื่อมวลชนและเอ็นจีโอถูกสั่งห้ามเด็กขาดไม่ให้เข้าถึงกลุ่มผู้หนีภัยเหล่านี้ มีการตั้งด่านตรวจอย่างเข้มงวดเพราะเป็นนโยบายจากผู้บริหารบ้านเมือง แต่ทหารไทยเองก็ไม่มีศักยภาพพอที่จะช่วยเหลือผู้ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นเหล่านี้
เสียงวิจารณ์รัฐบาลไทยกำลังดังขึ้นทุกทีถึงความไร้น้ำใจและการกีดกันความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จะตอบคำถามนี้อย่างไร ในเมื่อเราไม่สามารถปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือได้
-------------------
ภาสกร จำลองราช สำนักข่าวชายขอบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทบ. โต้ CMAA บิดเบือนปมระเบิดตกค้าง ยันไทยยึดหลักสากล
จากกรณีเมื่อ 20 มี.ค. 69 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAA) ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ขอให้ประชาชนกัมพูชาเพิ่มความร
นายกฯ เผย เสธ.ทบ. เข้าหารือเรื่องชายแดน รัฐบาลเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เข้าพบบนตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า มาถามธุระนิดหน่อยและความพร้อมเรื่องชายแดนทั้งหมด
แจงปมช่องอานม้า ทบ.เผยไร้การปะทะ
กองทัพภาค 2 แจงปม “ช่องอานม้า” ปัดใช้อาวุธปืนต่อทหารกัมพูชา ย้ำยึดกฎใช้กำลัง พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน เตือนเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจส่งผลกระทบชายแดน
กองทัพบกโต้สื่อเขมร อ้างไทยยิงทหารบาดเจ็บที่ช่องอานม้า
กองทัพบกชี้แจงกรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่ข่าวอ้างทหารไทยเปิดฉากยิงใส่กำลังพลกัมพูชาบริเวณช่องอานม้
'ภูเก็ต' กวาดบาร์รัสเซียพ่วงจ้างต่างด้าวเมียนมา
บุกจับ บาร์รัสเซีย ลักลอบเปิดสถานบริการ ลักลอบจำหน่าย บารากู่ จ้างชาวเมียนมา ทำงานยึดของกลางจำนวนมาก
วธ. เดินหน้าบูรณะปราสาทตาควายให้เสร็จสมบูรณ์ ก่อนเร่งประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
วธ. เดินหน้าบูรณะโบราณสถานชายแดนไทย-เขมร ย้ำปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือน รวมทั้งโบราณสถานตามแนวเป็นของไทย

