เปิดยิ่งใหญ่ ! เทศกาลอาหาร ‘เที่ยวถิ่น กินอร่อย จังหวัดสมุทรปราการ’ ประจำปี 2567

เปิดยิ่งใหญ่ ! เทศกาลอาหาร “เที่ยวถิ่น กินอร่อย จังหวัดสมุทรปราการ” ประจำปี 2567 จัดเต็มกิจกรรมแห่งความสุข ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี ตั้งแต่ 25-31 ธันวาคม 2567        ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.67 นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายวิมล มงคลเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ร่วมเปิดงาน “เที่ยวถิ่น กินอร่อย จังหวัดสมุทรปราการ” ประจำปี 2567 โดยมีผู้บริหารหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดงาน ตลอดจนประชาชนชาวสมุทรปราการและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมในพิธีเปิดสุดอลังการ ด้วยพลุดอกไม้ไฟไพโรเทคนิค บริเวณศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ และหอชมเมืองสมุทรปราการอย่างยิ่งใหญ่

นายวิมล กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ คัดสรรร้านค้า-ร้านอาหารเด็ด กว่า 100 ร้านค้า หลากหลายประเภท นำเสนออัตลักษณ์วิถีถิ่นของชาวเมืองปากน้ำ เพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยว จังหวัดสมุทรปราการ ส่งเสริมสินค้าและบริการ เพิ่มช่องทางการจัดจําหน่าย สร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดของเครือข่ายกลุ่มอาชีพชุมชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของ จ.สมุทรปราการในช่วงปลายปี โดยคาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวในพื้นที่ และใกล้เคียง เฉลี่ย2-3 พันคนต่อวัน สร้างรายได้รวม 7 วัน 7คืน เฉลี่ยวันละล้านกว่าบาท

ทั้งนี้ภายในงานประกอบด้วยโซนต่าง ๆ

1. โซนตลาดโบราณ ที่รวบรวมอาหารพื้นบ้านต้นตำรับจากชาวปากน้ำ มาให้คุณลิ้มลองในบรรยากาศย้อนยุค พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นแท้ ๆ รวมถึงอาหารดีอาหารเด็ดจากทั่วประเทศ

2. โซนขนมหวาน เอาใจสายหวานกับหลากหลายเมนูสุดพิเศษ ทั้งขนมท้องถิ่นสูตรดั้งเดิมและขนมแนวใหม่ พร้อมมอบความสุขที่หวานละมุนในทุกคำ

3. โซนอาหารฮาลาล นำเสนออาหารฮาลาลคุณภาพเยี่ยม ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานฮาลาลอย่างเคร่งครัด อิ่มอร่อยสบายใจในทุกจานสำหรับทุกคนในครอบครัว

4. โซนอาหารนานาชาติ พาคุณท่องโลกแห่งรสชาติ กับอาหารนานาชาติที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน รวมหลากหลายเมนูจากทั่วทุกมุมโลก เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการลิ้มลองอาหารระดับสากล

5. โซนของขวัญของฝาก สินค้า OTOP รวบของดีจังหวัดสมุทรปราการและผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยมจากหลายพื้นที่ ที่เหมาะเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาล

6. Food Truck รถอร่อยติดล้อ พร้อมอาหารสุดชิค รถสุดเก๋ที่มาจอดเสิร์ฟความอร่อย พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศการตกแต่งภายในงาน

7. โซน LAUGHING LAND  ดินแดนแห่งเสียงหัวเราะ ต้นคริสต์มาสยักษ์ บ้านคริสต์มาส หิมะจำลอง และจุดถ่ายรูปนับถอยหลังสู่ปี 2025 เพียบ พร้อมกิจกรรมเกมลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ และสัมผัสบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสแสนอบอุ่นที่คุณจะประทับใจไม่รู้ลืม

8. โซน LANDMARK เมืองปากน้ำ จุดเช็คอินแชะแอนด์แชร์เพียบ ทั้งหอชมเมืองสมุทรปราการ พร้อมเกมเศรษฐีเมืองปากน้ำ ให้ได้เล่นสนุกกัน , จำลองพระสมุทรเจดีย์ และคุ้งบางกะเจ้าเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ , นิทรรศการรักษ์โลก นำเสนอแนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อม พิเศษ ! กิจกรรม Photo Passport ทุกต้นชั่วโมงลุ้นรับเสื้อยืด “เที่ยวถิ่น กินอร่อย จังหวัดสมุทรปราการ” สุดเก๋

9. โซนเวทีกิจกรรม จัดเต็มกิจกรรมการแสดง 7 วัน 7 คืน ให้ได้เพลิดเพลิน ทั้งศิลปินชั้นนำที่มามอบความสุขปลายปี พร้อมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว อาทิ Polycat, Paradox, Pretzelle, Nuvo, PURPEECH, Mean, Parkmalody, บอย พีชเมคเกอร์, Sarah Salola, Wanyai, The Palace, LANDOKMAI และ กัน นภัทร พร้อมการแสดงพิเศษ มายากล Magic Team (Fantastic Show) , Balloon Man Show , การร้องประสานเสียงช่วงคริสต์มาสและเคาท์ดาวน์ , ต๊ะตึ้งโม้ง Chef Percussion Show , หนุ่มสามวิ Band (เงาเสียงเบน ชลาทิศ)

ตลกคณะฝอยทอง เชิญยิ้ม , ตัวตลกสุดเฟี้ยว เดี่ยว zipper , การแสดงวงดนตรีลูกทุ่ง ชิงช้าสวรรค์ โรงเรียนวัดทรงธรรม , การแสดงวงดนตรีโรงเรียนวัดด่านสำโรง , Cover Dance ฯลฯ ท่ามกลางการดำเนินรายการจากพิธีกรอารมณ์ดี กี๋ ธษชัย ( กี๋ AF5) , แพม กัญญนันทน์ และโบนัส ฑิฆัมพร นางสาวไทยสมุทรปราการ ปี 2567

ไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้ คือ การแสดงเอฟเฟกต์พลุดอกไม้ไฟไพโรเทคนิคระดับโลกสุดอลังการ บริเวณหอชมเมืองสมุทรปราการ , เวทีกิจกรรม ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ และน่านน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เวลา 24.00 น. โดยจะมีการซ้อมเอฟเฟกต์ในวันที่ 30 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 21.00 น.

งานเทศกาลอาหาร “เที่ยวถิ่น กินอร่อย จังหวัดสมุทรปราการ” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-31 ธันวาคม 2567 เปิดให้เข้าชมฟรีทุกกิจกรรม เวลา 16.00-22.00 น. ยกเว้นวันที่ 31 ธันวาคม 2567 จะจัดถึงเวลา 24.00 น.        ณ บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เดินทางสะดวกติดกับ สถานีรถไฟฟ้า BTS ปากน้ำ (สายสีเขียว)

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง : facebook fanpage เที่ยวถิ่นกินอร่อย จังหวัดสมุทรปราการ และ Comm Arts Production

www.facebook.com/tiewtinsamutprakarn  และ www.facebook.com/Commartsproduction

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.