“สมศักดิ์-อนุชา” พาผู้สมัคร สส.สระบุรี เดินตลาดตาลทอง-ตลาดผึ้งรวง สุดคึกคัก ปลื้ม พ่อค้า-แม่ค้า หนุนนโยบายเกษตร-แก้หนี้นอกระบบ ชี้ ปัญหาปราบวัวเถื่อน ต้องขึ้นทะเบียนสัตว์-ป้องกันนำเข้าเนื้อแช่แข็ง-ส่งเสริมกีฬาสัตว์ ขณะที่ “อนุชา” ยัน เข้าใจเกษตรกร พร้อมส่งเสริมต่อ หลังนำร่องเลี้ยงวัวประสบความสำเร็จ ลูกหลานจับเงินแสน-ล้าน ย้ำ นโยบายเพื่อไทย ทำได้จริง
7 มกราคม 2569 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายทวีจิตร พัฒน์ชนะ ผู้สมัคร สส.สระบุรี เขต 1 เบอร์ 9 นายสมบัติ อำนาคะ ผู้สมัคร สส.สระบุรี เขต 2 เบอร์ 8 และน.ส.สิริพัชระ จึงธีรพานิช ผู้สมัคร สส.สระบุรี เขต 3 เบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ที่ตลาดตาลทอง ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
โดยนายสมศักดิ์ พร้อมคณะ ได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้า และพี่น้องประชาชน ที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอย พร้อมแนะนำผู้สมัคร สส.สระบุรี ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งนายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่พ่อค้าแม่ค้า ให้การตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงได้ชื่นชมนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ได้คิดมาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะนโยบายด้านการเกษตร ที่จะช่วยส่งเสริมให้การค้าขายคึกคักมาถึงตลาดด้วย ซึ่งตนก็ได้เน้นย้ำ ขอให้พี่น้องประชาชน ช่วยสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 และนายสมบัติ ผู้สมัคร สส.สระบุรี เขต 2 เบอร์ 8 เพื่อเข้าไปช่วยแก้ปัญหาและขับเคลื่อนนโยบายให้กับพี่น้องประชาชนด้วย
จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมคณะ ยังได้ปราศรัยย่อย ที่ตลาดนัดมารวย ตำบลแก่งคอย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ เพื่อต้องการมารับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา เพื่อเตรียมไปช่วยขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนปัญหาเรื่องวัวที่พี่น้องประชาชนสะท้อนมานั้น ต้องยอมรับว่า การปราบวัวเถื่อน ถ้าคนไม่เข้าใจเกษตรกร ก็จะปล่อยปละละเลย จนมีวัวเถื่อนเข้ามา ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ซึ่งการแก้ปัญหา เราต้องส่งเสริมเกษตรกรอย่างเต็มที่ โดยเราต้องขึ้นทะเบียนสัตว์ให้ถูกต้อง พร้อมป้องกันเนื้อวัวแช่แข็งเข้าประเทศ รวมถึงจะส่งเสริมราคาทางอ้อม ด้วยกีฬาสัตว์ เพราะกีฬาสัตว์ จะช่วยพัฒนาสายพันธุ์ และเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ ทำให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ นายอนุชา กล่าวว่า ตนเป็น สส.ที่อยู่กับทุ่งนา กับเกษตรกร โดยตนอยู่กับนายสมศักดิ์ มากว่า 30 ปี ซึ่งเราเป็นพวกติดดิน จนเข้าใจพี่น้องเกษตรกร และที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ ก็คิดแต่การสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร เพื่อทำให้อยู่ดีกินดีขึ้น โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ต้องการให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ดีขึ้น เพราะต้องยอมรับว่า 20 ปี เรามีอะไรจับต้องได้หรือไม่ แต่ขณะเดียวกัน นโยบายตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มาถึงพรรคเพื่อไทย ก็ยังอยู่จนถึงปัจจุบัน เช่น 30 บาทรักษาทุกที่ กองทุนหมู่บ้าน โดยจะเห็นได้ว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยทำจริง และหลายนโยบายก็คิดอย่างรอบคอบเพื่อพี่น้องประชาชน เช่น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า คนได้ประโยชน์มีแต่คนกทม. แต่ข้อเท็จจริง คนที่ได้ใช้ประโยชน์ ก็คือ ลูกหลานของคนต่างจังหวัด ที่ทั้งเข้าไปเรียน และเริ่มต้นทำงานใน กทม. ก็จะช่วยลดรายจ่ายให้กับลูกหลานของคนต่างจังหวัดได้ จนทำให้มีเงินเหลือ ส่วนเรื่องการส่งเสริมเกษตรกร นายสมศักดิ์ และตน ก็ได้นำร่องส่งเสริมเลี้ยงวัว จนประสบความสำเร็จเกือบ 100% เพราะเราอยากให้ลูกหลานจับเงินล้าน ไม่ใช่ให้เป็นแต่ลูกจ้าง จึงได้ผลักดันการเลี้ยงวัว เริ่มต้นจากวัว 2 ตัว ผ่านไป 6 ปี จะมีวัวเพิ่มเป็น 42 ตัว ก็สามารถจับเงินล้านได้แล้ว
ด้าน น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า วันนี้ เป็นโอกาสดี ที่ได้มานำเสนอนโยบาย โดยทราบว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้ ต้องการรับฟังนโยบายด้านการเกษตร ซึ่งพรรคเพื่อไทย เราเน้นเศรษฐกิจปากท้อง ตั้งแต่ฐานราก จึงมีนโยบายประกันกำไรพืชผลเกษตร 30% เพราะที่ผ่านมา ต้นทุนควบคุมได้ยาก ในขณะที่ ราคาขายสินค้าเกษตรก็ไม่ดี ทำให้เกษตรกร ไม่มีเงินเหลือติดกระเป๋า พรรคเพื่อไทย จึงคิดประกันกำไร 30% เช่น ถ้าต้นทุนปลูกข้าว 6,000 บาท กำไร 30% ก็เท่ากับ 1,800 บาท ก็จะขายได้ในราคา 7,800 บาท รวมถึงยังมีช่วยเรื่องปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ที่ดีด้วย นอกจากนี้ ยังมีนโยบายปราบสแกมเมอร์ โดยจะยึดทรัพย์ เพื่อเฉลี่ยคืนให้เหยื่อที่ถูกหลอก รวมถึงการปราบปรามยาเสพติด ก็จะเปิดให้แจ้งเบาะแสโดยที่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน เพื่อความปลอดภัย ซึ่งจะมีรางวัลนำจับ 5% ให้คนแจ้งเบาะแสด้วย
ส่วน นายสมบัติ กล่าวว่า ตนพร้อมเป็นตัวแทนประชาชน ไปประสานกับพรรค และรัฐมนตรีของพรรค เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยพอตนย้ายมาพรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชน ก็ต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ทำให้มีกำลังใจในการเดินหน้าแก้ปัญหา และขับเคลื่อนนโยบายเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป
นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ พร้อมคณะ ยังได้ถือโอกาสลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ที่ตลาดผึ้งรวง ตำบลผึ้งรวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี โดยบรรยายกาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้า และพี่น้องประชาชน ต่างเข้ามาให้กำลังใจและขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งนายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนได้เดินแนะนำ นายทวีจิตร ผู้สมัคร สส.สระบุรี เขต 1 เบอร์ 9 พรรคเพื่อไทย โดยพี่น้องประชาชน ตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมให้การสนับสนุนนโยบายแก้หนี้ เพราะมองว่า มีประโยชน์และช่วยให้ประชาชนหายใจคล่องขึ้น โดยนโยบายแก้หนี้ที่พี่น้องประชาชนชื่นชอบคือ การแก้หนี้นอกระบบ ซึ่งนโยบายของพรรคเพื่อไทย จะปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อปิดหนี้นอกระบบ รายละ 50,000 บาท โดยพี่น้องประชาชน บางส่วนยอมรับว่า เป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งเกิดจากการค้าขายไม่ดี โดยถ้ามีนโยบายนี้ ก็จะเป็นประโยชน์ให้หลุดพ้นวังวนของหนี้นอกระบบได้ ตนจึงย้ำว่า ให้เลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 และนายทวีจิตร เบอร์ 9 เพื่อไปช่วยขับเคลื่อนนโยบายให้กับพี่น้องประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ณรงค์’เชื่อมั่น เลือกเทศบาล! ปกติเรียบร้อย
กกต.โวจัดเลือกตั้งเทศบาล-นายกเทศมนตรี 297 แห่งไม่ซ้ำรอยเลือกตั้งใหญ่ “ณรงค์” บอกบรรยากาศเรียบร้อย
ปีเตอร์ พีรพัฒน์ สส.สตูล "รัชกิจประการ"รุ่น 2 นิวเจนรุ่นใหม่ พรรคสีน้ำเงิน
หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง8 ก.พ. ไทยโพสต์ ได้สัมภาษณ์สส.-นักการเมือง รุ่นใหม่-สส.สมัยแรก ไปหลายคน และสัปดาห์นี้มาถึงคิว"นิวเจน-สส.สมัยแรก นักการเมืองรุ่นใหม่พรรคภูมิใจไทย พรรคแกนนำรัฐบาล"ที่ชื่อ "พีรพัฒน์ รัชกิจประการหรือปีเตอร์ สส. เขต 1 จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย"ที่ชนะการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนประมาณ 38,000 คะแนน
นักวิชาการ ยื่นหลักฐานบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน
"อ.เรือบิน-ธนารัตน์" ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด เชื่อมถึงคนลงคะแนน ยันรู้แน่เลือกใคร รับหากไม่ถ่ายเห็นต้นขั้วติดบัตร ก็เชื่อมโยงไม่ได้ วอนศาลรธน.เรียกเป็นพยานความจริงกระจ่างแน่
คำร้องคดีเลือกตั้งเสี่ยงโมฆะ หากศาล รธน.ทำลายหลักการจะเกิดวิกฤตศรัทธา
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยกรณีการจัดเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้
เปิดวาระลับ ประชุมศาลรัฐธรรมนูญ 18 มี.ค.นี้ เลือกตั้งโมฆะ 'ทัน-ไม่ทัน' พิจารณา
เปิดวาระลับตุลาการศาลรธน.นัดประชุมใหญ่พุธนี้ ยังไม่มีเผือกร้อน บัตรเลือกตั้งเป็นโมฆะเข้าพิจารณา แต่ต้องลุ้นจันทร์นี้ รอฝ่ายสารบรรณ-อนุกรรมการพิจารณาทำความเห็น หากไม่ทันรอถกสัปดาห์ถัดไป

