สงคราม ไทยVSกัมพูชา รบรอบสาม มีโอกาสเกิด 3 เหล่าทัพ ต้องพร้อมรุกนอกประเทศ

ไอ้ฮุน เซน มันทนพิษบาดแผลเรื่องเศรษฐกิจไม่ไหว แต่จะวันนี้ พรุ่งนี้หรืออีกสองเดือนต้องแล้วแต่มัน แต่เราต้องพร้อม...รอบนี้ จริงๆ ต้องยึดพื้นที่สำคัญแล้วรุกออกนอกประเทศอย่าตั้งรับในประเทศ

สถานการณ์การเผชิญหน้ากันระหว่าง"ไทย-กัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังจากรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีมติคณะรัฐมนตรียกเลิก MOU 44 กับกัมพูชา และใช้กลไกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea : UNCLOS) เป็นกรอบในการเจรจา โดยกัมพูชา ก็พลิกเกมสู้โดยพยายามกดดันต่อรองให้ไทยข้ามขั้นไปสู่ “กระบวนการประนอมภาคบังคับ”โดย “ฮุน มาเนต-นายกฯกัมพูชา”ยื่นเรื่องไปที่เลขาธิการสหประชาชาติ โดยปฏิเสธพูดคุย 2 ฝ่ายกับไทยก่อนตามข้อเสนอของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศของไทย ทำให้สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

รายการ"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด"สัมภาษณ์"พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ -อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ถึงเรื่องสถานการณ์ไทย-กัมพูชา รวมถึงประเด็นการเมืองที่น่าสนใจ

ซึ่งเมื่อถามวามองว่าไทยกับกัมพูชามีโอกาสเกิดสงครามรอบสามหรือไม่ "พลเอกรังษี"ระบุชัดๆว่า เอาว่าโอกาสมีรอบสามมีมากกว่าไม่มี ผมให้ 70/30 ณ สถานการณ์นี้ เพราะตอนนี้ก็เป็นไฟท์บังคับของฮุน เซน ที่ฮุน เซนต้องหาเรื่องปะทะกับเรา เพื่อเข้าสู่เงื่อนไขของMOU43 เพราะในMOU43 ระบุชัดเจนว่าหากมีกรณีพิพาทชายแดน จะต้องเข้ามาสู่คณะกรรมการทั้ง RBC -GBC -JBC แต่งวดนี้ ฮุน เซน มันตัดตอนเลย มันเอาJBC ซึ่งเป็นคณะกรรมการสูงสุด เพราะมันรออีกไม่ได้แล้ว

-ทุกวันนี้ที่ฝ่ายเขมร มาก่อกวนอะไรต่างๆ คืออยากให้เกิดการปะทะใช่หรือไม่?

ถูกต้อง แล้วมันก็จะใช้มุขเดิม ปะทะ3-4 วัน แล้วก็จบ แต่งวดนี้มันมีจุดที่ฮุน เซนมันคิดว่ามันจะต้องยึดเราให้ได้ 4 จุด คือ หนึ่ง ห้วยตามาเรีย เขาพระวิหาร  สอง ปราสาทตาเมือนธม สาม บริเวณโอร์เสม็ดที่ติดกับช่องจอมของไทย สี่ บริเวณเนิน 475 ตรงบริเวณช่องบก

รอบนี้ผมเชื่อว่ามันต้องโหมกำลังไปที่ใดที่หนึ่งเพื่อมายึดพื้นที่ อย่างพื้นที่เนิน 475 ช่องบกเพราะวันนี้กัมพูชายังได้เปรียบเพราะยังอยู่บนเนิน 475 ที่เป็นพื้นที่สูงทางทหาร มันเติมกำลังคนมาเป็นพันคน ส่วนตรงโอร์เสม็ดเพราะมันต้องการยึดช่องจอมเพราะเป็นแหล่งทรัพย์สมบัติของฮุน เซน พวกบ่อน สแกรมเมอร์ตรงนั้นเป็นของฮุน เซน เกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนปราสาทตาเมือนธม มันพูดกับคนของมันตลอดเวลาว่าไทยไปยึดโบราณสถาน มันต้องเอาคืนเพื่อเป็นของขวัญให้คนกัมพูชา และสี่ ก็เขาพระวิหาร เพราะเขาพระวิหารมันทำถนนเข้าไปที่ช่องคานม้าแล้วมันเลี้ยวขวากลับไปที่เขาพระวิหาร เพราะทางขึ้นเขาพระวิหารอยู่ในประเทศเรา ที่ประเมินสี่จุดดังกล่าวเพราะเขมรมีการเพิ่มเติมกำลังและมีการดัดแปลงที่มั่นทางทหาร เพิ่มเติมอาวุธ เพราะอย่างไรเสียในการเจรจา บนโต๊ะการเจรจา หากคุมสนามรบได้ก็จะได้เปรียบในการเจรจา

สุดท้ายแล้ว มันอยู่ที่เราว่าเราจะพร้อมขนาดไหน รอบนี้ ฮุน เซนมันคิดแบบนี้ มันก็เป็นโอกาสทองของเรา เพราะหากมันโจมตีเราด้วยอาวุธหนักก่อน นั่นคือสัญญาณที่จะรบครั้งต่อไป ฮุน เซนมันทำได้ทุกอย่าง ต้องยอมรับว่ามันเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ มันคิดของมัน ต้องอ่านมันให้ออก แล้วสู้กับมัน ต้องไม่มีลิมิต เพราะไอ้ฮุน เซน มันบ้าเลือดของมันแบบนี้ตั้งแต่มันเป็นเขมรแดง คิดดูว่าจิตใจมันเหี้ยมผิดมนุษย์ไหมมันกล้าฆ่าคนชาติเดียวกันสามล้านคนในทุ่งสังหาร

-คิดว่าการยั่วยุของเขมรเพื่อให้เกิดสงครามรอบใหม่ ก็คือกัมพูชาต้องใช้อาวุธหนัก?

หากยิงแบบเปาะแปะก็ปล่อยมันเถอะ เรารอแบบรวบทีเดียว รอบนี้ผมเชื่อ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เขาเตรียมแผนไว้หมดแล้ว รอบนี้ผมมั่นใจว่า กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศต้องรุกออกนอกประเทศ กองทัพบกต้องยึดพื้นที่สำคัญทางบก กองทัพเรือต้องยึดพื้นที่สำคัญทางทะเล เพื่อเราจะได้ใช้ในการเจรจาต่อรองบนโต๊ะเจรจา หากยังมีMOU43 อยู่ หากเป็นผม ผมก็จะเตรียมพร้อมที่จะปะทะกับมัน แต่ผมก็ต้องคิดว่าทำอย่างไรผมถึงจะจัดการกับมันได้ เพราะไทยเรามีความได้เปรียบคือมีกองทัพที่แข็งแรงทั้งสามเหล่าทัพ เรามียุทธศาสตร์ ยุทธวิธี มีเป้าหมาย เพราะฉะนั้นเราต้องรอความชอบธรรม

-คิดว่าจะเกิดขึ้นอีกนานหรือไม่?

ไม่นาน เพราะไอ้ฮุน เซน มันทนพิษบาดแผลเรื่องเศรษฐกิจไม่ไหว แต่ระยะเวลา จะวันนี้ พรุ่งนี้หรืออีกสองเดือน ก็ต้องแล้วแต่มัน แต่เราต้องพร้อม เพราะถ้าเราจะรุกใหญ่ออกนอกประเทศ เราต้องได้ความชอบธรรมกับความถูกต้อง เพราะรอบนี้ จริงๆ ต้องยึดพื้นที่สำคัญแล้วรุกออกนอกประเทศอย่าตั้งรับในประเทศ

-การที่กัมพูชาเคลื่อนไหวให้มีกระบวนการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลฯ หรือ UNCLOS?

ที่กัมพูชาไม่สนใจเรื่องการเจรจาแบบทวิภาคี กัมพูชาจะสนใจได้อย่างไร เพราะUNCLOS เป็นองค์กรสากล มันตั้งกรรมการ เราก็ตั้งกรรมการ แต่ UNCLOS ไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกพื้นที่ตรงนี้เป็นของฝ่ายใด ทำได้แต่เพียงบอกว่า เขตทะเลต่อเนื่อง เขตทะเลประเทศ เขตไหล่ทวีป เมื่อวัดจากฝั่งทะเลที่น้ำลดสูงสุดชายฝั่ง ตรงนั้นเขามีบรรทัดฐาน จะมั่วกับเราไม่ได้ ไทยเราก็ต้องตั้งกรรมการร่วมกับUNCLOSที่มีกฎ กติกา เป็นสนธิสัญญากฎหมายทางทะเล

ส่วนที่กัมพูชาจะขอข้ามขั้นตอนไปคุยกันในภาคผนวกเลย ก็ไม่เป็นไร ไม่เห็นต้องกลัวมันเลย ผมว่ายิ่งดีด้วยเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเขานับไป 12 ไมล์ทะเลเป็นเขตทะเลประเทศ 12 ไมล์ทะเลเป็นเขตทะเลต่อเนื่อง พอเขาบอกว่าของประเทศไทยอยู่ตรงนี้ ๆ คราวนี้มันจะไม่ฟังไม่ได้แล้ว เพราะUNCLOSมีความเที่ยงตรงแม่นยำ เป็นที่ยอมรับมากกว่าสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ที่กัมพูชานำมาอ้าง ไม่ต้องไปกลัว ยังไงเกาะกรูดของเราแน่นอน แต่เราต้องตั้งคณะทำงานไปร่วมกับUNCLOSซึ่งหากอันไหนผิดปกติ ก็ต้องแย้ง

-แต่ไทยก็เคยมีบทเรียนมาจากเขาพระวิหาร ทำให้ยังอาจกังวลเรื่องการหาทางออกแบบพหุภาคี?

มันไม่เหมือนกันเพราะ UNCLOS เขามีหน้าที่แค่บอกว่าเขตไหล่ทวีปของคุณอยู่ตรงนี้ เขตทะเลต่อเนื่องคุณอยู่ตรงนี้ เขตทะเลประเทศคุณอยู่ตรงนี้ แต่เขาไม่เหมือนศาลโลก จะมาบังคับไม่ได้ ผมกลัวต่างจากคนอื่นคือ กลัวว่าหากUNCLOSชี้ออกมา มัน(กัมพูชา)รู้อยู่แล้วว่าของมัน ไม่มีน้ำมัน(ก๊าซ) มันก็จะไม่ยอมรับUNCLOS ไอ้ฮุน เซน ฮุน มาเน็ต แต่ถ้าแบบนั้นก็เข้าทางเรา ซึ่งหากไม่ยอมรับ แล้วรุกล้ำเข้ามาในเขตที่UNCLOSชี้ว่าเป็นของเรา ก็ล่อมันเลย อันนี้คือความชอบธรรมแล้ว ไม่ต้องกังวล เพราะUNCLOSเป็นองค์กรสากล เขามีหลักกติกาชัดเจน

เรียกสส.-ลูกพรรค

มาด่าหลายรอบแล้ว!

การสัมภาษณ์ครั้งนี้ ยังได้มีการพูดคุยประเด็นการเมือง โดยเมื่อถามถึงความชัดเจนทางการเมืองของพรรคเศรษฐกิจว่ามีสถานะทางการเมืองอย่างไร เป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน "พลเอกรังษี หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ"ย้ำว่า เป็นพรรคร่วมรัฐบาลสามเสียง เป็นการร่วมรัฐบาลแบบไม่มีเงื่อนไขคือไปร่วมรัฐบาลแต่ไม่ต้องให้ตำแหน่งอะไรพวกผม ก็มีคนของพรรคเศรษฐกิจไปเป็นวิปรัฐบาล

และเมื่อถามว่าถึงตอนนี้พอใจการทำงานของลูกพรรค สส.ทั้งสามคนหรือไม่”หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ”ระบุว่ามันต้องมีการปรับอะไรหลายอย่างเพราะการแสดงท่าทีของมัน บางครั้ง เขาเรียกว่ามันขัดกับความรู้สึกประชาชน คือการพูดการจาต้องระวัง ของบางอย่างไม่ควรแสดงความคิดเห็น อย่าออกมาแสดงความเห็น คนเราต้องมีวุฒิภาวะ ผมเรียกมันมาด่าไปหลายรอบแล้ว แต่ว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะขนาดพี่น้องกันมันยังมีทะเลาะกันเลยขนาดพี่้น้องกันแท้ๆ อันนี้คนข้างนอก ถูกไหม ก็มากันต่างครอบครัวแล้วมารวมอยู่พรรคเดียวกัน มันก็ต้องติติงกันได้ ของบางอย่างมันต้องรู้ว่าควรจะทำหรือไม่ควร มีกาละเทศะหรือไม่

-รอบหน้า พลเอกรังษี จะลงสมัครเลือกตั้งหรือไม่?

ถ้าผมยังอยู่ในการเมือง รอบหน้าผมลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่ง คือแบบนี้ เลือกตั้งที่ผ่านมา ผมคิดของผมอีกอย่างหนึ่งว่า หากผมอยู่เบอร์หนึ่ง แล้วผมเข้าสภาฯไปคนเดียว แล้วผมจะไปทำอะไรได้ เห็นหรือไม่พรรคการเมืองที่มีสส.คนเดียวเข้าไปทำอะไรได้ ก็ทำได้แค่คอนเทนต์ ตอนนั้นไม่ได้คิดใหญ่อะไร แต่ว่าผมมีนโยบายที่คิดอยากจะทำหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคงแต่หากได้เสียงเข้าสภาฯไปน้อยจะทำอะไรได้ เพราะว่าต้องมีสส.ในสภาฯอย่างน้อย 25 เสียงถึงจะเสนอแก้ไขกฎหมายอะไรได้ ผมคิดว่าหากประชาชนจะเลือกให้ผมอยู่ลำดับที่20 ก็ควรจะเลือก เห็นไหมพรรคใหญ่ได้สส.ปาร์ตี้ลิสต์กัน 30-40 คน แต่เมื่อประชาชนตัดสินผมแค่นี้ ผมก็ยอมรับ ส่วนที่บอกว่ารอบหน้าจะตัดสินใจลงสมัครปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่หนึ่ง เพราะเสียงเรียกร้องเยอะ ผมมาอยู่ในการเมืองระบบแบบนี้ ผมต้องเข้าใจว่าเจ้านายของผมตัวจริงคือประชาชน เพราะประชาชนเป็นคนเลือก เท่าที่ฟังมา เขาบอกว่าหากผมลงสมัครลำดับที่หนึ่งก็จะได้เยอะกว่านี้

อันนี้คือหากผมยังอยู่การเมือง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อใด คือเราต้องดูว่าพรรคมันไปต่อ ไหวหรือไม่ไหว เพราะอย่างเวลาทำธุรกิจ มั่นใจหรือว่าบริษัทที่ทำจะอยู่ไปตลอดชีวิต ไม่มีอะไรแน่นอน  หากเกิดว่าพรรคมันแตก ทำยังไง มันก็เป็นไปได้ เพราะพรรคการเมืองมันก็แตกเยอะแยะไป ผมไม่อยากอะไรที่คอนโทรลไม่ได้แล้วมาคอยพูดทำเป็นจริงจัง ซีเรียส มันไม่มีอะไรแน่นอน

-แต่เป็นหัวหน้าพรรคต้องรู้สิว่าพรรคไปได้หรือไปไม่ได้?

มันไม่มีใครรู้เรื่องอนาคตหรอก ผมนอนๆคืนนี้ ผมอาจไม่ตื่นขึ้นมาก็ได้ คนเรา จะไปอะไรกับอนาคตได้อย่างไร แต่ที่ผมบอกหากผมยังอยู่ในการเมืองแล้วผมยังลงเลือกตั้ง งวดหน้าผมลงเบอร์หนึ่งแน่นอน

-คงไม่วงแตก พรรคเศรษฐกิจในการเลือกตั้งรอบหน้า?

มันไม่มีใครรับปากได้หรอกในแวดวง พี่น้องกันเองยังแย่งมรดก ฟ้องร้องกัน แล้วพรรคนี้ คุณจะรู้ได้ไง เกิดไอ้คริส (คริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ) เกิดอยากเป็นหัวหน้าพรรค มันอาจจะปลดผมก็ได้ ก็เป็นไปได้ แต่ผมก็ยอมรับนะ หากเป็นเสียงส่วนใหญ่ มันก็ต้องว่ากันที่เสียงส่วนใหญ่

-พูดแบบนี้ คิดจะตั้งพรรคการเมืองหรือไม่?

ไม่ ผมไม่เคยยืนยันในเรื่องอนาคต แต่ผมวิเคราะห์ได้ ถามว่าใครบ้างที่จะกล้ายืนยันว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุยกันตรงนี้ จากนี้ไปอีกหนึ่งชั่วโมง ยังไม่รู้เลยว่าจะเจอกับอะไรบ้าง แต่ผมบอกว่าหากผมยังอยู่กับพรรคเศรษฐกิจแล้วผมจะลงสู้ศึกเลือกตั้งรอบหน้า ผมลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่งแน่นอน

 “พลเอกรังษี”ยังกล่าวถึงสนามเลือกตั้งกทม.ที่พรรคเศรษฐกิจส่งพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ว่า พล.ต.ท.ชาญเทพ ลงมาแล้วก็ต้องสู้เพราะระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ประชาชนเป็นคนตัดสินก็ต้องเสนอตัวเอง ส่วนสก. พรรคส่งผู้สมัคร  46 คนจาก 50 เขต ที่ไม่ได้ส่งครบเพราะเราพิจารณาจากตัวบุคคล ก็เห็นว่าส่งเท่านี้ตามที่มีในมือ หากจะส่งให้ครบห้าสิบคนไม่ยาก แต่จะมีคุณภาพหรือไม่ เพราะต้องตรวจสอบประวัติย้อนหลัง คุณสมบัติต่างๆ เช็กประวัติอาชญากรด้วยเช่นพัวพันสแกรมเมอร์หรือไม่              ส่วนความหวังว่าจะได้สก.กี่คน ผมไม่หวังเพราะไม่อยากดูถูกประชาชน ให้ประชาชนตัดสินดีกว่าตามนโยบายของพรรคเศรษฐกิจที่มีห้านโยบายหลัก

ประกอบด้วย 1.การแก้ปัญหารถติด ปัญหาจราจร เช่นการนำระบบAI มาบังคับไฟจราจรสิบแยกหลักในกทม.ทันที 2.ปัญหาเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ตอนนี้กล้องซีซีทีวีในกทม.มีอยู่หกหมื่นตัว ก็จะเพิ่มอีกสองแสนตัวในห้าสิบเขตของกทม.ภายในสี่ปี  3.เรื่องขยะ ซึ่งตอนนี้กทม.มีขยะประมาณเก้าพันตันถึงหนึ่งหมื่นตัน แต่เผาขยะได้แค่สี่พันตัน อีกหกพันต้องฝังกลบ ซึ่งในสี่ปีหลังเลือกตั้ง จะเพิ่มโรงเผาขยะอีกหกโรงในพื้นที่สี่มุมเมือง เพื่อให้การขนส่งขยะไม่เสียเวลา 4.การแก้ปัญหาน้ำท่วม และ 5.นโยบายกินได้ของพรรคคือสตรีทฟู้ด ถนนที่ขายอาหาร เพราะนักท่องเที่ยวเขาชอบ มันเป็นมนต์เสน่ห์ของกรุงเทพมหานครอย่างที่เยาวราช สีลม ก็มีนโยบายเพิ่มสตรีทฟู้ด แต่จะไม่ให้กระทบกับการสัญจรของประชาชนบนบาทวิถีและการจรจาบนถนน เพราะการเพิ่มแหล่งสตรีทฟู้ดก็คือการเพิ่มแหล่งทำมาค้าขาย โดยค่าเช่าจะไม่เก็บหรือหากจะเก็บก็เก็บถูกที่สุด จะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม หากพรรคเศรษฐกิจได้บริหารกทม.จะพลิกแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอ๊ะ ยังไง ‘พล.อ.รังษี’ ไม่การันตี เลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเศรษฐกิจยังอยู่หรือวงแตก

พล.อ.รังษี ไม่การันตีเลือกตั้งรอบหน้า พรรคเศรษฐกิจจะยังอยู่หรือวงแตก บอกใครจะไปรู้ “ไอ้คริส เกิดอยากเป็นหัวหน้าพรรค มันอาจจะปลดผมก็ได้ แต่ย้ำหากยังอยู่การเมือง ลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์1 แน่ เผยเรียก3สส.มาด่าหลายรอบ หลังแสดงออกสวนความรู้สึกประชาชน

พรรคเศรษฐกิจกางผัง 'ระบอบอากง' แฉเครือข่ายคุม กทม.-ซื้อขายเก้าอี้ ผอ.เขต

พรรคเศรษฐกิจเปิดข้อมูลกล่าวหาเครือข่ายอิทธิพลเบื้องหลัง กทม. อ้างมีบทบาทกำหนดแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ พร้อมพาดพิง ‘จุฬาคอนเนกชัน’ และชื่อย่อ ‘ปร.’ ก่อนเรียกร้องให้ชัชชาติเร่งเคลียร์ข้อกล่าวหาก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

'อดีตผบช.น.' ลงชิงเก้าอี้ 'ผู้ว่าฯกทม.' เล็งเปิดตัวทีมงานกลางสัปดาห์ รอปิดดีลสังกัดพรรคหรืออิสระ

ชาญเทพ-อดีตผบช.น.  คุยปิดดีลพรรคเศรษฐกิจ ชิงผู้ว่าฯกทม.เย็นนี้ รอเปิดตัวทีมรองผู้ว่าฯ-ทีมผู้สมัครสก. กลางสัปดาห์ ลั่นหากเข้าไปบริหารกรุงเทพ รับจบปัญหารถไฟชนรถเมล์

พรรคร่วมรัฐบาลเขย่าเก้าอี้ 'ศุภจี' หากแก้ปัญหาทุเรียนไม่ได้ ก็ลาออกไป จี้จัดการใบอนุญาตส่งออก

นายคริส โปตระนันท์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงกรณีที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปรากฏตัวอยู่ในคลิปของ อินฟลูเอนเซอร์ ก่อนที่จะมีการไลฟ์สดขายทุเรียน ว่า สิ่งที่นางศุภจี ทำ อาจไม่ได้แก้ไขเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ เรื่องที่เป็นหัวใจโครงสร้างปัญหาทุเรียนในปัจจุบัน จนตอนนี้โซเชียลฯได้ถล่มรมว.พาณิชย์จำนวนมาก และขอเรียกร้องให้นางศุภจี ลาออกจากตำแหน่ง

พรรคเศรษฐกิจฉีกมติพรรค รวบตึงอำนาจใส่มือ 'หัวหน้ารังษี'

พรรคเศรษฐกิจ ประชุมใหญ่ โยกอำนาจร่วมรัฐบาลให้ "หัวหน้าพรรค"ตัดสินใจ ส่วนตำแหน่งการเมืองให้ "กก.บห." ชี้ขาด ยันส่ง "รังษี" ลำดับ 1 บัญชีรายชื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า "คริส" กางแผน "คนไทยต้องมาก่อน"