เกมผู้ว่าฯ กทม. ในกรอบทฤษฎีเกม เมื่อข้อกล่าวหากลายเป็นอาวุธ และความชอบธรรมคือแต้มต่อของชัชชาติ

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี 2569 เข้าสู่โค้งตัดสินแล้ว โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้งไว้วันที่ 28 มิถุนายน 2569 และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่ากรุงเทพมหานครฯ ลาออกเมื่อ 18 พฤษภาคมเพื่อกลับมาลงสมัครอีกสมัยในนามอิสระ ขณะเดียวกัน เวทีหาเสียงได้ยกระดับประเด็น “ความโปร่งใส” และ “ข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต” ให้เป็นศูนย์กลางของการแข่งขัน ไม่ว่าจะในรูปการอภิปรายสาธารณะ การประกาศยื่นตรวจสอบ หรือการโต้แย้งผ่านสื่อ แต่ ณ เวลาที่เขียนนี้ สิ่งที่สาธารณะเห็นยังอยู่ในชั้น “ข้อกล่าวหา” และ “คำชี้แจง” มากกว่าข้อยุติทางกฎหมาย และตามหลักของ ป.ป.ช. แม้ในคดีที่มีการชี้มูลก็ยังไม่ถือเป็นที่สุดจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล

มองผ่าน Game Theory นี่คือเกมข้อมูลไม่สมมาตรแบบชัดเจน ผู้ท้าชิงได้ประโยชน์จากการ “โยนข้อสงสัย” เพราะต้นทุนต่ำและเปลี่ยนวาระข่าวได้เร็ว ขณะที่ฝ่ายถูกกล่าวหาต้องใช้เวลาและต้นทุนสูงกว่าในการพิสูจน์ความจริง แต่ทฤษฎีเกมยังบอกด้วยว่า ผู้สมัครที่มีทุนความชอบธรรมเดิมสูงและมี “สัญญาณที่ตรวจสอบได้” จะได้เปรียบ หากเลือกป้องกันด้วยหลักฐานมากกว่าโต้กลับด้วยอารมณ์ สำหรับ นายชัชชาติ แต้มต่อดังกล่าวมาจากชัยชนะ 1,386,215 คะแนนในปี 2565 ประกอบกับผลงาน 4 ปีที่ไทยพีบีเอสประเมินว่าครอบคลุมนโยบาย 244 โครงการ ใช้ระบบ Open Data, BMA Open License, Open Policy และ Traffy Fondue เพื่อให้สาธารณะติดตามตรวจสอบได้

ผู้เล่นและผลตอบแทน ผู้เล่นหลักของเกมนี้มีอย่างน้อยห้ากลุ่มชัชชาติ ต้องรักษาทั้งคะแนนเสียง เชิงชอบธรรมส่วนบุคคล และความสามารถในการบริหารหลังเลือกตั้ง ผู้ท้าชิงต้องลดแต้มต่อของอดีตผู้ว่าฯ และดึงผู้มีสิทธิที่ยังไม่ตัดสินใจ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องหลีกเลี่ยงความผิดพลาดสองแบบ คือ เลือกคนที่ไม่โปร่งใสจริง หรือปัดตกคนที่มีสมรรถนะเพราะข่าวลือ สื่อและโซเชียลมีเดียได้ผลตอบแทนจากความเร็วและความสนใจของประชาชน ส่วน กกต. ป.ป.ช. และกลไกตรวจสอบได้ผลตอบแทนจากความน่าเชื่อถือของกระบวนการเอง ความจริงจึงไม่ได้เดินทางในความเร็วเดียวกับข่าว เพราะเวทีสาธารณะกำลังเน้นประเด็นส่วย ใบอนุญาต และการแต่งตั้งโยกย้าย ขณะที่นายชัชชาติเลือกตอบด้วยการปฏิเสธข้อกล่าวหา เชิญให้ส่งหลักฐาน และยืนยันเดินหน้ามาตรการโปร่งใส 

สัญญาณ ข้อมูลไม่สมมาตร และดุลยภาพ ในภาษาทฤษฎีเกมของ มร.John C. Harsanyi ผู้รับรางวัลโนเบลเมมโมเรียลสาขาเศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ นี่คือเกมภายใต้ข้อมูลไม่ครบ ผู้เล่นไม่รู้ “ประเภท” ที่แท้จริงของกันและกันและจึงใสความเชื่อจากสัญญาณใหม่ ส่วน มร. David Austen-Smith นักรัฐศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์ อธิบายว่า “คำพูดทางการเมือง” เป็นกิจกรรมเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเปลี่ยนความเชื่อของผู้ตัดสินใจ ขณะที่วรรณกรรมทฤษฎีการส่งสัญญาณ (Signaling Theory) ชี้ว่า สัญญาณที่แยกผู้เล่นได้จริงมักต้องมีต้นทุนหรือทำให้ผู้ส่งสัญญาณผูกมัดตนเอง มากกว่าคำพูดลอยๆ และกรอบของ มร.John Ferejohn นักวิชาการด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ วางการเลือกตั้งไว้ในฐานะกลไกควบคุมผู้ดำรงตำแหน่งผ่านผลงาน แปลเป็นภาษาไทยง่ายๆ คือ ในช่วงหาเสียง “ข้อกล่าวหา” ทำงานได้เพราะเร็ว แต่ “ความชอบธรรม” จะยืนระยะได้ก็ต่อเมื่อมีเอกสาร ระบบ และการยอมให้ตรวจสอบตามกติกา

เมื่อใช้แว่นนี้ดูกรณีนายชัชชาติ จะเห็นว่าฝ่ายเขามีสัญญาณที่มีต้นทุนและตรวจสอบได้อยู่ก่อนแล้ว เช่น นโยบายต่อต้านการรับสินบนของ กทม. ภายใต้แนว “โปร่งใส ไม่ส่วย” การเปิดเมนู “กรุงเทพโปร่งใส” ใน Traffy Fondue การพัฒนาระบบ BMA Open License และ Fast Track 14 วันใน 50 เขต การเปิดข้อมูลเมืองกว่า 1,130 ชุด และเว็บไซต์ติดตามนโยบาย Open Policy นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังเคยประชุมร่วมกับ กทม. ในประเด็นการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งตรงกับพื้นที่เสี่ยงที่ถูกหยิบมาโจมตีในปัจจุบันพอดี กล่าวอีกแบบคือ นายชัชชาติมิได้มีเพียงคำปฏิเสธ แต่มี “สถาปัตยกรรมความโปร่งใส” เป็นฐานรองรับ และยังใช้ทีมกฎหมายคุมความชัดเจนของแบรนด์ทางการเมืองด้วยการแจ้ง กกต. ไม่ให้ผู้อื่นนำชื่อ ภาพ หรือโลโก้ไปใช้หาเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต 

ดังนั้น หากยังไม่มีหลักฐานใหม่ที่มีน้ำหนักและสาธารณะตรวจสอบได้ ดุลยภาพที่น่าจะเกิดมากที่สุดคือ “ผู้ท้าชิงโจมตี ขณะที่นายชัชชาติป้องกันด้วยหลักฐานและระบบ” ไม่ใช่ “ทั้งสองฝ่ายโจมตีกันเอง” เพราะสำหรับผู้ที่มีฐานเสียงและผลงานเดิม การโจมตีกลับมักให้ผลตอบแทนน้อยกว่าการคงภาพของผู้สมัครที่ยอมรับการตรวจสอบ แต่หากวันหนึ่งมีหลักฐานเชิงประจักษ์หรือผลสอบอิสระที่ชัดเจน เกมก็จะพลิกทันที นี่คือเงื่อนไขสำคัญของการวิเคราะห์อย่างเป็นธรรม

ตารางเกมและไทม์ไลน์ ตารางต่อไปนี้เป็นแบบจำลองอย่างง่ายของผลตอบแทนเชิงการเมืองในช่วงที่ข้อกล่าวหายังไม่สิ้นสุดตามกฎหมาย

ผู้ท้าชิง / ชัชชาติ

โจมตีกลับ

ป้องกันด้วยหลักฐาน

โจมตี

โคลนการเมือง ทั้งคู่เสียเครดิต  ผู้มีสิทธิเบื่อ

ผู้ท้าชิงได้วาระข่าวระยะสั้น แต่ชัชชาติรักษาความชอบธรรมและพลิกเกมได้

แข่งนโยบาย/ตั้งคำถามตามกติกา

ชัชชาติถูกมองว่าเสียจังหวะและลงไปเล่นเกมคู่แข่ง

เกมกลับสู่ผลงาน สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ ซึ่งโดยโครงสร้างเอื้อชัชชาติ

 

จากรูปแบบข่าวช่วงปลายพฤษภาคมถึงต้นมิถุนายน ลำดับเกมที่น่าจะเกิดขึ้นมี 6 จังหวะดังนี้ 

  1. ผู้ท้าชิงหรือผู้สนับสนุนหยิบประเด็นความโปร่งใสขึ้นเป็นวาระหลัก
  2. สื่อและโซเชียลขยายข้อสงสัยเร็วกว่ากระบวนการตรวจสอบ
  3. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสพความเชื่อจากทั้งข่าวใหม่และภาพจำเดิมของผู้สมัคร
  4. ทีมชัชชาติเลือกตอบด้วยเอกสาร คำสั่ง ขั้นตอนปฏิบัติ และการเชิญตรวจสอบ
  5. องค์กรอิสระและสื่อคุณภาพทำหน้าที่คัดแยก “ข้อเท็จจริง” ออกจาก “คำกล่าวหา”
  6. เกมกลับสู่สนามผลงานและนโยบาย หรือจมอยู่ในสงครามโคลน ขึ้นกับคุณภาพของหลักฐานที่ตามมา

ทฤษฎีเกมในกรณีนี้ให้ข้อสรุปที่ชัดมาก การกล่าวหาในช่วงเลือกตั้งคือความพยายามย้ายเกมจากสนาม “ผลงาน” ไปสู่สนาม “ความสงสัย” เพราะสนามหลังใช้ต้นทุนต่ำกว่า แต่ผู้สมัครที่มีความชอบธรรมเดิมจากคะแนนเสียงมหาศาลในปี 2565 และมีฐานผลงานตรวจสอบได้จาก 244 โครงการ ระบบข้อมูลเปิด และเครื่องมือกำกับความโปร่งใส ย่อมไม่จำเป็นต้องชนะด้วยเสียงดัง เขาควรชนะด้วยการทำให้ประชาชน “ตรวจสอบได้ด้วยตนเอง” มากกว่า นี่คือเหตุผลเชิงทฤษฎีว่าทำไมเกมนี้จึงยังสนับสนุน นายชัชชาติ ตราบใดที่เขายืนอยู่บนหลักฐาน กติกา และความนิ่งทางยุทธศาสตร์ สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คำแนะนำสั้นที่สุดคือ “กาให้หลักฐาน ไม่กาให้ข่าวลือ” ให้รางวัลแก่ผู้สมัครที่เปิดข้อมูลตรวจสอบได้ ไม่ใช่ผู้สมัครที่เพียงผลิตข้อสงสัยได้เร็วกว่า  สำหรับทีมชัชชาติ คำแนะนำที่คมที่สุดคือ “เปิดเอกสารก่อนเปิดศึก” จัดศูนย์ข้อมูลกลางออนไลน์ ปรับข้อมูลให้ทันสมัยรายวันเรื่องคำสั่งแต่งตั้ง โครงการเสี่ยง ขั้นตอนอนุญาต และคำชี้แจง พร้อมเชิญบุคคลที่สามตรวจสอบ เพื่อยกระดับคำปฏิเสธให้กลายเป็นสัญญาณที่มีต้นทุนและน่าเชื่อถือกว่าคำโจมตีราคาถูก ถ้าทำได้ เกมจะไม่จบที่ข่าวลือ แต่จะจบที่ความสามารถของผู้สมัครในการทำให้เมืองใหญ่ “โปร่งใสพอที่จะถูกตรวจสอบ และเข้มแข็งพอที่จะไม่ถูกปั่นง่ายๆ”

... วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช

นักวิชาการอิสระ 

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชัชชาติ' เคลียร์เอง! ยังไม่หนุนใครชิง ส.ก. เลิกใช้ชื่อ Better Bangkok

'ชัชชาติ' แจงชัด ยังไม่หนุนใครสมัคร ส.ก. เลิกใช้ชื่อ Better Bangkok ไปนานแล้ว ยันไม่เกี่ยวข้องกิจกรรมของกลุ่มนี้ วอนอย่าสร้างความเข้าใจผิดให้คนกรุง

'ภท.' ยันประชุมใหญ่ ไม่เปลี่ยน กก.บห. เมินส่งชิงผู้ว่าฯกทม.

'โฆษกภท.' เผยประชุมใหญ่ 25 เม.ย. ยังคง กก.บห. ชุดเดิม แจง 'อนุทิน-ไชยชนก' เห็นพ้อง ไม่ส่งชิงผู้ว่าฯ กทม. เหตุยังต้องทำการบ้านอีกเยอะ

'ผู้ว่าฯกทม.' ขอโทษ! ไปไม่ถึงจุดสัญญาณชีพ ลุยใช้เครื่องมือหนักย้ายซาก ควบคู่ค้นหา

'ผู้ว่าฯ ชัชชาติ' ขอโทษ ไปไม่ถึงจุดเสียงสัญญาณชีพ ลุยใช้เครื่องมือหนักเปิดพื้นที่ ควบคู่การค้นหา คาดย้ายซากตึก 4 หมื่นตัน ใช้เวลา 30 - 60 วัน

ประกาศลดระดับสาธารณภัย 'แผ่นดินไหว' เหลือระดับ 2 ให้จังหวัดเร่งฟื้นฟูเยียวยา

กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ประกาศลดระดับการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) เป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดกลาง (ระดับ 2)