มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานของศาลยุติธรรม ในส่วนของ”ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ”ในโอกาสครบรอบสิบปี โดยวันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา
โดย นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงวาระครบรอบ 10 ปีการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในปี 2569 นี้ว่าประเทศไทยจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ครั้งแรกเมื่อปี 2559โดยมีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเปิดทำการเป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 ยกฐานะมาจากแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในศาลอาญา
“นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม”เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีศาลอาญาคดีทุจริตฯ ทั้งสิ้น 10 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ศาล อท.กลาง) และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1-ภาค 9โดยมีภารกิจหลักในการพิจารณาพิพากษาคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตหรือใช้อำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่รัฐทุจริตหรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่การฟอกเงินหรือความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการทุจริต การให้ รับ เรียกรับสินบนหรือใช้อิทธิพลบังคับเจ้าหน้าที่รัฐให้กระทำผิด การจงใจไม่ยื่นหรือยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ,คดีขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติแต่ไม่รวมคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งผู้ที่มีอำนาจฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ คือหน่วยงานรัฐ ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)และผู้เสียหายสามารถเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองได้
“โดยตั้งแต่เปิดทำการจนถึงเดือน เม.ย. 2569มีคดีเข้าสู่การพิจารณาในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทั้ง 10 แห่ง รวมจำนวน 21,781 คดีพิจารณาแล้วเสร็จ 13,181 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณา 8,600 คดี
ขณะที่ข้อหาฟ้องสูงสุดในรอบ 10 ปีนั้น ส่วนแพ่ง ได้แก่ คำร้องขอให้ยึดทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน และร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนอาญา ได้แก่ข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยทุจริต ประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 157,เจ้าพนักงานเบียดเบียนทรัพย์นั้นเป็นของตน (ป.อ.ม.147), เจ้าพนักงานใช้ตำแหน่งโดยทุจริต (ป.อ.ม.151),ความผิดเกี่ยวกับการปลอมเอกสารและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จและปลอมเอกสาร (ป.อ.ม.161-162)และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต”
ด้าน”นายธนรัตน์ ทั่งทอง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง” กล่าวว่าศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2559 ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่งในกระบวนการยุติธรรมไทยช่วงทศวรรษที่ผ่านมาและผลงานที่ชัดเจนที่สุดคือการเปลี่ยนผ่านการพิจารณาคดีจากระบบกล่าวหา สู่ “ระบบไต่สวน”อย่างเต็มรูปแบบที่ผู้พิพากษามีอำนาจเชิงรุกในการแสวงหาข้อเท็จจริงด้วยตนเองเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของจำเลย และมีมาตรการจัดการกับผู้หลบหนีอย่างเข้มงวด เช่น การไม่นับระยะเวลาหลบหนีเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ การสืบพยานลับหลังผู้ที่หลบหนี การปรับเปลี่ยนนี้ช่วยให้คดีคอรัปชั่นที่ซับซ้อนคลี่คลายได้เร็วขึ้นเป็นการลดช่องว่างไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้เทคนิคทางกฎหมายประวิงเวลาได้อีกต่อไป
....นอกจากนี้ศาลยังสร้างบรรทัดฐานใหม่ผ่านการตัดสินคดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจไม่ว่าจะเป็นคดีทุจริตในโครงการรัฐขนาดใหญ่ คดีเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน คดีเลี่ยงภาษี คดีพระสังฆาธิการกระทำความผิด คดีรุกป่าของนักการเมือง การลงโทษอย่างเด็ดขาดได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนต่อสังคมว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
นายธนรัตน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันเปิดทำการ 1 ต.ค. 2559 – 30 มิ.ย. 2569 นี้มีคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของศาล อท.กลาง รวมทั้งสิ้น 2,699 คดี เป็นคดีที่พนักงานอัยการและคณะกรรมการป.ป.ช. เป็นโจทก์ฟ้อง 1,052 คดี คดีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องเอง 1,647 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 2,607 คดี(คิดเป็นร้อยละ 96.59) คดีคงค้างเพียง 92 คดี (คิดเป็นร้อยละ 3.41) ซึ่งทั้งหมดเป็นคดีค้างไม่เกิน 1 ปี นอกจากการปราบปรามการทุจริตแล้วศาลยังมุ่งมั่นยกระดับหลักประกันสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของประชาชนด้วย โดยศาลเป็นกลไกหลักในการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
และได้พิจารณาคดีประวัติศาสตร์กระทั่งลงโทษจำเลยที่ทำการซ้อมทรมานผู้ใต้บังคับบัญชาจนเสียชีวิต ซึ่งกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีความผิดตาม พ.ร.บ.นี้รวมถึงกรณีผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารด้วย
..คือพัฒนาการเชิงโครงสร้างที่ยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐของไทยอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ศาลยังนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและคู่ความอย่างเต็มรูปแบบทั้งระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพเพื่อสืบพยาน การใช้กำไล EM ติดตามตัวผู้ต้องหา/จำเลยระบบติดตามสถานะคดีตลอด 24 ชั่วโมง ระบบสืบค้นคำพิพากษาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลหมายจับกับหน่วยงานราชการเพื่อป้องกันการจับกุมซ้ำซ้อน
“ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นในการอำนวยความยุติธรรม ยืนหยัดบนหลักนิติธรรม ความเป็นอิสระของตุลาการและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนควบคู่กับการสร้างบรรทัดฐานสำคัญในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ อันเป็นรากฐานของสังคมที่โปร่งใส เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ” นายธนรัตน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯกล่าวย้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลยุติธรรมชูทำงานแทนค่าปรับ ผ่อนจ่ายได้ กักขังเป็นทางเลือกสุดท้าย
ศาลยุติธรรมเดินหน้าคุ้มครองสิทธิประชาชน ปรับแนวทางบังคับโทษปรับคดีอาญา เปิดทางผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ คิดอัตรา 500 บาทต่อวัน พร้อมให้ผ่
ก.ต.เห็นชอบแต่งตั้ง 'เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล' นั่งเลขาฯศาลยุติธรรมคนใหม่
ก.ต.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล” รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมคนใหม่ มีผล 1 ต.ค. 2569 พร้อมจับตาการเดินหน้าพัฒนาร
'อดีตปลัดภูเก็ต' ลุยฟ้องกลับเจ้าสัวที่ดินแจ้งเท็จรีดเงิน 1 ล้าน ชี้คำสั่งให้ออกจากราชการ เร่งรัดผิดสังเกต
อดีตปลัดภูเก็ต ฟ้องกลับเจ้าสัวที่ดินหมื่นล้าน แจ้งความเท็จกลั่นแกล้ง ปมเรียกรับเงิน 1 ล้าน แก้ไขเอกสิทธิ์ที่ดิน ส่วนคดีไล่ออก ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ฟ้องกลับศาลคดีทุจริตฯ เเล้ว
นิติบุคคลหมู่บ้านต้องอ่าน! คดีบ้านๆ ที่เจอคุก 11 ปีไม่รอลงอาญา
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ฝากขัง 'ศตพร' จิ๊กซอว์สำคัญคดี 'โกงสอบท้องถิ่น' ทำหน้าที่ประสานงานในแต่ละพื้นที่
กองปราบคุมตัว "ศตพร" ฝากขังคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบเป็นระดับปฏิบัติการประสานงานในแต่ละพื้นที่
มติ ก.ต. ไล่ออก 'อดีตอธิบดีผู้พิพากษา' ช่วยเหลือคู่ความคดีพิพาทตระกูลณรงค์เดช
ก.ต. ลงโทษไล่ออก อดีตอธิบดีศาล โดนคลิปวงจรปิดเข้าออกบ้านคู่ความตระกูล “ณรงค์เดช” คดีพิพาทหลายพันล้าน

