ขืนให้อยู่...‘กูฉิบหาย’!

คุยแต่เรื่องเมืองไทยทุกวันก็ซ้ำซาก...เนอะ!

ฉะนั้น วันนี้

เราไปชะแง้แลโลกกันซักวัน ว่าเขาไปกันถึงไหนแล้ว

เลิกลือ-เลิกสงสัย กันได้แล้วนะ

ที่ว่า ประธานาธิบดีจีน “สี จิ้นผิง” ป่วยนั่นน่ะ!

เมื่อวาน ท่านกับภริยาไปสหรัฐฯ

ประธานาธิบดี “ทรัมป์” ไปยืนต้อนรับถึงบันไดเครื่องบิน

เรียกว่าเป็นการให้เกียรติสูงสุด ที่น้อยครั้งจะมีให้เห็น!

เห็น ๒ ผู้นำโลกจู๋จี๋กัน

บรรดาผู้น้อยทั้งโลกก็น่าจะสบายใจ ว่าอะไรๆ คงดีขึ้น

แต่หันไปดูด้าน “รัสเซีย-ยูเครน” ตรงข้ามกันเลย!

หลายวันก่อน....

“ยูเครน” ได้รับการสนับสนุนอาวุธลับนัยว่าจากอังกฤษ

ยูเครนก็ส่งอาวุธลับ “นับพันลำ” ไปถล่มกรุงมอสโก

ปรากฏว่า ทั้งบ้านเรือน ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน ร้านค้า พินาศ

เป็นครั้งแรก ที่ยูเครนถล่มชั้นในมอสโก เขตพลเรือน

“ประธานาธิบดีปูติน” โกรธมาก

เมื่อเซเลนสกีเล่นแบบนี้ มันก็เล่นไม่ยาก

วานซืน รัสเซียจึงน้อมสนองยูเครน แบบเดียวกัน

 “กรุงเคียฟ” จึงถูกรัสเซียถล่มด้วยโดรนปานฝูงยุง

ย่านธุรกิจการค้าพินาศยับเยิน

ทั้งปั๊มน้ำมัน โครงสร้างขนส่ง โกดังสินค้า สถานีรถไฟ

เรียกว่า “เดี้ยง” ทั้งเมืองหลวง!

ถ้าดูแค่นี้ มันก็ธรรมดา เอ็งถล่มข้า-ข้าถล่มเอ็ง

แต่ที่มันไม่ธรรมดา ก็คือ....

“อังกฤษ” ซึ่งเป็นแกนนำของนาโต

ไม่เล่นเอง

แต่ส่ง “อาวุธลับ” ให้ยูเครนมาเล่นแทน

ทำให้ปูตินรู้สึก “เหม็นคาว” ในหัวใจ

ถ้าเล่นกันอย่างนี้....

การถล่มนาโต “เฉพาะราย” ก็ใช่ว่าจะไม่เกิด

นี่เป็น “จุดระเบิด” ลามโลก จุดหนึ่งละ

ไปดูที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่กำลังเปิดฟลอร์อยู่ตอนนี้บ้าง

เมื่อวานซืน (๒๓ ก.ย.๖๙)

“มาซูด เปเซชเคียน” ประธานาธิบดีอิหร่าน

“เฉาะหน้าแง” สหรัฐฯ กลางวงประชุม

จนคณะผู้แทนสหรัฐฯ ต้องลุกหนีจากห้อง

เพราะก่อนหน้านี้ “ประธานาธิบดีทรัมป์”

กล่าวหาอิหร่านสนับสนุนการก่อการร้าย

แถมขู่...ถ้าไม่ยอมตกลงสันติภาพ

สหรัฐฯ อาจใช้กำลัง “ฉีกอิหร่าน” ออกเป็นชิ้นๆ

ท่านเปเซชเคียน โกรธชนิดไฟแลบออกจมูก

ขึ้นเวทีโต้ถึงพริก-ถึงขิง

“ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกเราว่าเป็นผู้ก่อการร้าย

แต่เราเป็นเหยื่อของการก่อการร้าย”

พร้อมนำภาพเด็กนักเรียนที่ถูกอิหร่านถล่มเสียชีวิตขึ้นมาแฉ

ยังอีกหลายตอน.....

ที่ประธานาธิบดีอิหร่าน ขึ้นซัดในเวทีโลกชนิดไม่ไว้หน้า

Reuters, AP, Al Jazeera ออกข่าวยิบ

คุณ “Chimlang” นำมารายงานในโซเชียล

ผมก็เก็บความมาเล่าต่อประมาณนี้

เปเซชเคียน ระบายความอัดอกว่า

“อิสราเอลมีหัวรบนิวเคลียร์

แต่ไม่เคยถูกตรวจสักครั้ง

ส่วนอิหร่านโดนทั้งตรวจ ทั้งคว่ำบาตรไม่เว้นวัน

แต่สิ่งที่อิสราเอลทำในกาซา

กลับเงียบกริบ

ถ้าใช้กฎหมายระหว่างประเทศเท่ากันจริง

ทำไมสองฝ่ายเจอไม่เหมือนกัน

ฟังดูเป็นคำถามที่แฟร์

แต่คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมาย

มันอยู่ที่ว่าใครมีคนคุ้มกันในคณะมนตรีความมั่นคง

อิสราเอลมีสหรัฐฯ

ถือสิทธิ์วีโตค้ำหลังทุกครั้งที่มีมติจะเล่นงาน

ส่วนอิหร่านไม่มีใครกางร่มให้

กฎข้อเดียวกันเป๊ะ

แต่คนหนึ่งมีบอดี้การ์ด

อีกคนไม่มี

กฎหมายโลกไม่ได้ตาบอด

 มันมีคนโปรด

คำถามจึงไม่ใช่ใครผิดมากกว่ากัน

หากแต่มันอยู่ที่ว่าใครถือวีโตไว้ในมือ”

ครับ....ยังไม่หมดเท่านี้

ท่านเปเซชเคียน “บดละเอียด” ทั้งเนื้อ ทั้งกระดูกต่อ

“อิสราเอลถล่มกาซาจนยอดตายทะลุ ๗๐,๐๐๐ ราย

กลับไม่มีใครกล้าแตะ

แต่อิหร่านที่ยังนั่งอยู่หลังโต๊ะเจรจา

กลับโดนระเบิดใส่

อาวุธนิวเคลียร์ตัวจริงอยู่ในมืออิสราเอล

แต่คนที่ถูกส่งเข้าไปตรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กลับเป็นอิหร่าน

พวกเขาเข่นฆ่า แต่เราถูกคว่ำบาตร

เพราะอิสราเอลไม่ได้เป็นสมาชิกสนธิสัญญา

‘ห้ามแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์’

ไม่เคยเปิดบ้านให้ตรวจแม้สักครั้ง

แต่กลับได้ไฟเขียวเต็มที่

ให้ถล่มเมืองหลวงไหนก็ได้ในภูมิภาค

ส่วนอิหร่านต้องเปิดประตูให้ตรวจครั้งแล้วครั้งเล่า

แล้วใครคือเหยื่อคว่ำบาตรตัวจริง?

ไม่ใช่คนถืออำนาจ .....

แต่เป็นคนป่วย คนยากจน

และคนด้อยโอกาสที่สุดในสังคม

ที่ต้องแบกบิลก้อนนี้แทน

อิหร่านไม่ได้ขออภิสิทธิ์เหนือใคร

ขอแค่ไม้บรรทัดอันเดียวกับที่ใช้วัดทุกประเทศ

ถ้าโลกวัดทุกฝ่ายด้วยไม้บรรทัดอันเดียวกันจริง

ภาพตรงหน้าจะยังหน้าตาแบบนี้อยู่ไหม?”

ครับ....

ความจริงมันทั้ง “ปวดแสบ-ปวดร้อน” อย่างนี้แหละ

ฟังเปเซชเคียนระบายความอัดอกใน “โลก ๒ มาตรฐาน” แล้ว ที่ทรัมป์ขู่ว่า “จะฉีกอิหร่าน” เป็นชิ้นๆ นั้น

ถามคำเดียว “ทรัมป์กล้าจริงมั้ย?”

นอกจากมวยคู่ “อิหร่าน-สหรัฐฯ” แล้ว

ในเวทีสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ยังมีอีกคู่ที่สะแด่วแห้วไม่แพ้กัน

คือระหว่าง “ตุรกี-อิสราเอล”

คุณ “Romlee Yusoh” เขานำบรรยากาศมารายงานไว้

วินาทีอัปยศกลาง UN!

“แอร์โดอัน” ถล่มอิสราเอลยับ

คณะผู้แทนอิสราเอลไร้ทางสู้

วอล์กเอาต์หนีออกจากห้องประชุม!

“ภาพประวัติศาสตร์” ที่จะไม่มีวันถูกลืมเลือนภายในห้องประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก!

“ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน” แห่งตุรกี

ก้าวขึ้นสู่โพเดียมและเปิดฉากถล่มอย่างไม่ปรานี

ทำให้คณะผู้แทนอิสราเอล...

นำโดย “ดานี ดานอน” (Danny Danon) ไร้ทางออก

นอกจากกระเสือกกระสนเก็บของวอล์กเอาต์

หนีออกจากห้องประชุมไปอย่างน่าอับอาย!

“แอร์โดอัน” ได้กล่าวประณามอย่างดุดันและก้องกังวานต่อหน้าผู้นำทั่วโลก

"กาซา ไม่ใช่แค่พื้นที่ถูกปิดล้อมอีกต่อไป

แต่ได้กลายเป็นค่ายกักกันที่ใหญ่ที่สุดในยุคสมัยใหม่

และเป็น ‘สุสานเด็ก’ ที่ใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้!

ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากสงครามล้างเผ่าพันธุ์

โดยกองทัพผู้ยึดครองก่อการร้าย"

นอกจากนี้ “แอร์โดอัน”......

ยังโจมตีความเหี้ยมโหดของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานในเวสต์แบงก์ การละเมิดศาสนสถานในอัลกุดส์ (เยรูซาเล็ม) รายวัน

โดยชี้ว่า....

นี่คือ "วิธีคิดแบบล้างเผ่าพันธุ์ที่ไม่เคยรู้จักคำว่าพอในคราบเลือด"!

และเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น

ยังวิจารณ์ความอยุติธรรมทางการทูตอย่างเผ็ดร้อน

กรณีการขัดขวางไม่ให้....

“ประธานาธิบดี มะห์มูด อับบาส” แห่งปาเลสไตน์

เดินทางเข้าสหรัฐฯ

เพื่อเข้าร่วมการประชุม UNGA!

โดยระบุว่า “นี่คือความอยุติธรรมที่น่าอับอายและรับไม่ได้” พร้อมเรียกร้องให้ประเทศเสรีทั่วโลก

ร่วมกันรับรอง “รัฐปาเลสไตน์” ในทันที

ไฮไลต์สำคัญประการต่อมา

“แอร์โดอัน” แฉความจริงเบื้องหลังแผนสันติภาพ

โดยระบุว่า

ทุกฝ่ายต่างแสดงความยืดหยุ่น

เพื่อก้าวสู่ระยะที่สองของแผนการยุติสงคราม

มีเพียง "รัฐบาลเทลอาวีฟก่อการร้าย" เพียงฝ่ายเดียว

ที่ดื้อดึง เดินหน้าฆ่าฟันต่อไป

และ “ปฏิเสธสันติภาพ”

“แอร์โดอัน” ยังชี้ให้เห็นว่า สหประชาชาติในปัจจุบัน

ตกอยู่ในภาวะ "อัมพาตและไร้ความสามารถ"!

ดังนั้น....

ทางออกจึงต้องมาจากความร่วมมือภายในภูมิภาคเอง

“แอร์โดอัน” อ้างถึงความตกลง

และการประสานงานด้านความมั่นคงระลอกใหม่

ระหว่าง “ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และปากีสถาน”

เพื่อ “ผ่าวิกฤตอัมพาต” นี้!

ฉากสำคัญที่สุด?

ในขณะที่ “แอร์โดอัน” กำลังกล่าวสุนทรพจน์

เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวก็ระเบิดขึ้น

จากคณะผู้แทนปาเลสไตน์

ในช่วงเวลาเดียวกับที่เหล่านักการทูตอิสราเอล

ต่างรีบเก็บข้าวของและเดินคอตกออกจากห้องประชุม เพราะไม่สามารถทนฟัง "ความจริง" ได้!

การวอล์กเอาต์ของพวกเขาในวันนี้

ไม่ใช่การประท้วง...

แต่คือ "การยอมรับโดยจำยอมว่า....

นิทานหลอกลวงของพวกเขาได้พังทลายลงแล้ว"

และเสียงแห่งความจริงได้ดังก้อง

เกินกว่าเครื่องจักรแห่งการโกหกจะกลบได้อีกต่อไป!

การวิ่งหนีของคณะผู้แทนอิสราเอลในลักษณะนี้

คือหลักฐานชัดเจนว่า

“อิสราเอล” ก้าวเข้าสู่ภาวะ "ถูกโดดเดี่ยวในระดับนานาชาติ" อย่างแท้จริง

และโลกไม่ได้เชื่อคำโกหกของพวกเขาอีกต่อไป!

.......................................

เห็นมั้ย....

ทุกวันนี้ โลกมันเละไปหมดทุกระบบ ทุกองค์กร

“สหประชาชาติ” ก็เละ

เป็นแค่ลูกมือในอำนาจสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ก็คือ “ลูกมือ” ของ “ยิว-ไซออนิสต์”

เจ้าของแผน “อำนาจเดียวครองโลก” หรือ New World Order

บ้านเมืองเราก็กำลังจะเละ

ด้วยขบวนการ “รับงาน” โค่นล้มรัฐบาล

เพื่อ “เปิดด่าน” คืนดีกับเขมร สู่เป้าหมาย “ขุดพลังงาน” ในอ่าวไทยขึ้นมาแบ่งกันรวย

ด้วยเหตุนั้น ขืนให้ “รัฐบาลนี้อยู่”......พวกกูก็ฉิบหาย

เรื่องมันก็ง่ายๆ แค่นี้เอง!.

-เปลว สีเงิน

๒๕ กันยายน ๒๕๖๙

 

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง