เงินเฟ้อไทยติดลบ แต่ทำไมคนยังบ่น "ของแพง"? เจาะลึกภาระค่าครองชีพผู้สูงอายุที่ CPI วัดไม่ถึง

ทำไมในปี 2568 ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยติดลบอยู่ที่ -0.14% ตามข้อมูลสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค) กระทรวงพาณิชย์ จึงสวนทางกับความรู้สึกของประชาชนที่ยังคงแบกรับค่าครองชีพระดับสูง? ความย้อนแย้งนี้อาจเกิดจาก “ดัชนีราคาผู้บริโภค” (Consumer Price Index: CPI) ที่ทางการใช้อยู่ในปัจจุบัน อาจไม่สะท้อนความเป็นจริงในระดับบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์” ซึ่งมีประชากรสูงอายุสูงถึงร้อยละ 20 ของประเทศ ประชากรกลุ่มนี้มีพฤติกรรมการใช้จ่ายและขีดความสามารถในการยืดหยุ่นต่อราคาสินค้าที่แตกต่างจากวัยอื่นอย่างสิ้นเชิง การคำนวณ CPI แบบเดิมที่ใช้วิธีตรึงน้ำหนักความสำคัญของรายการสินค้าไว้คงที่ (Fixed Weight) จึงไม่อาจสะท้อนภาระค่าครองชีพที่แท้จริงของคนในระบบเศรษฐกิจ และยิ่งไม่สะท้อนวิถีชีวิตเฉพาะตัวของผู้สูงอายุ

PCE index: ไม้บรรทัดใหม่ที่วัดจากพฤติกรรมจริง

คณะผู้วิจัยได้ศึกษาวิจัยการเปลี่ยนแปลงภาวะค่าครองชีพของผู้สูงอายุไทยในระดับบุคคล ผ่านข้อมูลระยะยาวจากโครงการ Longitudinal Survey on Health, Aging, and Retirement in Thailand (HART) พร้อมสร้าง “ดัชนีค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลของผู้สูงอายุ” (Personal Consumption Expenditure Index: PCEI) ขึ้นมาเปรียบเทียบกับ CPI ทั่วไป[1]

จุดเด่นของดัชนี PCE คือไม่ได้ตรึงน้ำหนักรายการสินค้าแบบคงที่ แต่วัดจากพฤติกรรมการใช้จ่ายจริงของคนแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มแรงงาน หรือ กลุ่มผู้สูงอายุ และยังคำนึงถึง “ผลจากการทดแทนสินค้า” (Substitution Effect) หรือการที่ผู้บริโภคปรับตัวหันไปซื้อสินค้าอื่นที่ราคาถูกกว่าแทน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาระค่าครองชีพจริง สำหรับวิธีการคำนวณดัชนีราคา PCE ของผู้สูงอายุในการศึกษานี้ เป็นการใช้ Chained Fisher Index โดยการประมาณการปริมาณการบริโภคและราคาในแต่ละปีตามแนวทาง Deflation approach ของ U.S. Statistics

ผลการศึกษา พบข้อสรุปสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:

1. เงินเฟ้อผู้สูงอายุ พุ่งแรงแซงดัชนี CPI (แผนภาพที่ 1)

แผนภาพที่ 1: การเปรียบเทียบดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล ช่วงปี พ.ศ. 2558-2567

หมายเหตุ: คำนวณโดยใช้ปี พ.ศ. 2558 เป็นปีฐาน (Base Year)

ที่มา:  ดัชนีราคา PCE จากการคำนวณโดยคณะผู้วิจัยจากข้อมูล HART 2558, 2563, 2565, และ 2567 และดัชนีราคาผู้บริโภคเก็บรวบรวมจากฐานข้อมูลของ สนค.

เมื่อเปรียบเทียบดัชนี PCE ของผู้สูงอายุกับดัชนี CPI (กำหนดให้ปี 2558 เป็นปีฐานเท่ากับ 100) พบว่าดัชนี PCE ของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเร็วกว่า CPI อย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา (ปี 2558–2567):

ปี 2563: ดัชนี PCE เพิ่มขึ้นเป็น 104.45 (ขณะที่ CPI อยู่ที่ 101.78)

ปี 2565: ดัชนี PCE เพิ่มขึ้นเป็น 113.58 (ขณะที่ CPI อยู่ที่ 109.29)

ปี 2567: ดัชนี PCE พุ่งสูงถึง 118.18 (ขณะที่ CPI อยู่ที่ 111.07)

ตัวเลขนี้ชี้ว่า ตลอดช่วงปี 2558–2567 ราคาสินค้าตามโครงสร้างการใช้จ่ายของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นสะสมถึง ร้อยละ 18.2 ขณะที่ระดับราคาตาม CPI เพิ่มขึ้นเพียง ร้อยละ 11.1 ถือเป็นช่องว่างที่กว้างขึ้นจาก 2.7 จุดในปี 2563 มาอยู่ที่ 7.1 จุดในปี 2567 ยืนยันชัดเจนว่า ผู้สูงอายุต้องแบกรับแรงกดดันค่าครองชีพสูงกว่าตัวเลขเงินเฟ้อทางการอย่างมาก

2. ผู้สูงอายุหญิง–คนเมือง แบกรับภาระหนักที่สุด (แผนภาพที่2)

แผนภาพที่ 2: ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลตามกลุ่มประชากรสูงอายุ ช่วงปี พ.ศ. 2558-2567

หมายเหตุ: คำนวณโดยใช้ปี พ.ศ. 2557 เป็นปีฐาน (Base Year)

ที่มา:  ดัชนีราคา PCE จากการคำนวณโดยคณะผู้วิจัยจากข้อมูล HART 2558, 2563, 2565, และ 2567 และดัชนีราคาผู้บริโภคเก็บรวบรวมจากฐานข้อมูลของ สนค.

เมื่อจำแนกตามโครงสร้างประชากร พบความเหลื่อมล้ำของภาระค่าครองชีพอย่างเห็นได้ชัด: ผู้สูงอายุเพศหญิงแบกภาระสูงกว่าเพศชาย: ในปี 2567 ดัชนี PCE ของผู้สูงอายุเพศหญิงอยู่ที่ 118.59 สูงกว่าเพศชายซึ่งอยู่ที่ 117.39 โดยค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุเพศหญิงมีอัตราเร่งแซงหน้าเพศชายอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่หลังปี 2563 เป็นต้นมา

ผู้สูงอายุในเมืองรับศึกหนักสุด: ผู้สูงอายุในเขตเทศบาล (เมือง) เผชิญการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าสูงที่สุด โดยในปี 2567 ดัชนี PCE พุ่งสูงถึง 119.63 ขณะที่นอกเขตเทศบาลอยู่ที่ 115.30 (ส่วนต่างห่างกันถึง 4.33 จุดดัชนี) สะท้อนถึงภาระค่าใช้จ่ายและระดับราคาในเมืองใหญ่ที่กดดันผู้สูงวัยอย่างหนัก

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

ผลงานวิจัยนี้ แสดงถึง ความเหลื่อมล้ำทางค่าครองชีพที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขเงินเฟ้อติดลบ เป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาครัฐต้องเร่งแก้ไข โดยพิจารณานำดัชนีราคาที่สะท้อนโครงสร้างการบริโภคจริงของผู้สูงอายุมาใช้เป็นอ้างอิง เพื่อให้การกำหนดนโยบายจ่ายเบี้ยยังชีพ สวัสดิการสังคม และมาตรการการคุ้มครองทางสังคม ตรงจุด เสมอภาค และทันต่อภาวะค่าครองชีพที่แท้จริงของประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง


[1] บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานการวิจัย เรื่อง การประยุกต์ใช้ฐานข้อมูล HART และ SES เพื่อการวิเคราะห์ภาระค่าครองชีพของผู้สูงอายุไทยจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งได้รับสนับสนุนทุนผ่านกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ประจำปีงบประมาณ 2568 รหัสโครงการ 4778949

บทความ​คอลัมน์​เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ​ วันพุธ​ที่​ 21 ตุลาคม 2569​
ดารารัตน์ อานันทนะสุวงศ์[1]

สันติ ชัยศรีสวัสดิสุข[2]

ปาริฉัตร คลิ้งทอง[3]



กลุ่มนโยบายสาธารณะ​เพื่อสังคมและธรรมาภิบาล​

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'แม่ภัทร' ปล่อยโฮชี้ห้องขังลับ 'บอลรูม' ลั่นเอาผิดทุกคนถึงที่สุด

ตำรวจนำ “แม่ภัทร” ผู้เสียหายจากสถานดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ชี้จุดกักขังบนชั้น 4 ถึงกับทรุดร้องไห้เมื่อเห็นสถานที่เดิม เผยเคยถูกขังในห้องมืดและใช้ซ่อนผู้ป่วย

เปิด 8 มาตรการ ยกระดับดูแลกลุ่มเปราะบาง 'คนป่วย-พิการ-ผู้สูงอายุ' ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

เหยื่อร้องคดีไม่คืบ แก๊งมิจฉาชีพหลอกทำเกษตร จ่ายค่าสมัคร ออมเงิน สุดท้ายสูญคนละหลักแสน

ชาวบ้านผู้สูงอายุหลายอำเภอหอบหลักฐาน บุกร้องศูนย์ดำรงธรรมจ.บุรีรัมย์ หลังถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นหม่อม และตั้งตัวเป็นประธานองค์กรรวมเกษตรกร หลอกสมัครสมาชิก อ้างจะมีเงินทุนจากต่างประเทศให้เป็นขวัญถุงและปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 

การเคหะแห่งชาติ เร่งขับเคลื่อน ‘บ้านเพื่อคนไทย’

การเคหะแห่งชาติ เร่งขับเคลื่อน ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ลุย พัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ฟื้นฟูเมือง ใช้ประโยชน์ Land Bank และ Sunk Cost เพิ่มมูลค่าองค์กร พร้อมขับเคลื่อนพลังงานสะอาด