ปรากฏการณ์ไอโอ..ปรากฏการณ์สังคมมิจฉาทิฏฐิ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับความจริงในกฎแห่งกรรม ที่ควบคุม กงล้อแห่งชีวิต ให้ดำเนินไปอย่างยุติธรรมเสมอ.. โดยไม่ต้องมีการไต่สวน สอบถาม.. เพื่อรับฟังการพิจารณาจากใครๆ.. ให้เสียเวลาเมื่อยปากในการโต้ตอบแถลงข้อเท็จจริงในประเด็นเรื่องนั้นๆ.. แบบวิธีชาวโลกนิยม..

แม้ว่า กฎแห่งกรรม จะทำงานในทุกขณะจิตที่แสดง มโนกรรม ตาม เจตนาเจตสิก .. เพื่อให้ผลเป็นปัจจุบันขณะ ตามเหตุปัจจัย แต่สัตว์ทั้งหลายก็ยากจะเห็นในความเป็นจริง ทั้งนี้ ด้วยอำนาจของโลภะ โทสะ โมหะ และอนุสัยทั้งหลาย

ความไม่รู้เท่าทันใน ปัจจุบันขณะ ที่กำลังให้ผลในทุกครั้งแห่ง มโนกรรม .. ที่เชื่อมโยงสู่ วจีกรรม และ กายกรรม จึงนำไปสู่การปฏิเสธ กฎแห่งกรรม ในเชิงประจักษ์.. ที่ปรากฏเป็นปัจจุบัน ในทุกภาวะจิต ที่ถูกครอบงำด้วยกิเลสจนไม่สามารถตั้งมั่นใน ศีล สมาธิ ปัญญา ได้..

การปฏิเสธกฎแห่งกรรม.. และการไม่ยอมรับความเป็นเหตุเป็นผลทางธรรม.. จึงเป็นไปในสัตว์โลกส่วนใหญ่ที่มี วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) ทั้งนี้ เพื่อปิดกั้นปัญญาและทำลายศรัทธาในเรื่องของกรรมให้ตกไป..ในธรรมทั้งหลาย

สิ่งที่น่าเป็นห่วงในวิถีสังคมที่เต็มไปด้วยคลื่นโมหะ ไม่ใช่เรื่องการไม่เข้าใจในธรรม แต่เป็นเรื่องการเข้าใจที่ผิดไปจากธรรม... ที่เรียกว่า วิปลาสธรรม..

ความวิปลาสธรรมที่เกิดขึ้นในจิตใจของสัตว์ทั้งหลาย จึงนำไปสู่อาการหลอกหลอนแห่งจิตให้สำคัญผิดว่า.. กรรมไม่ให้ผล หรือ การกระทำไม่มีผล อันเป็นทัศนคติแบบ มิจฉาทิฏฐิ ที่นำไปสู่อันตราย ๕ ประการในพระพุทธศาสนา อันเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาจิตใจเพื่อบรรลุถึงประโยชน์และความสุขทั้งในโลกียะและโลกุตระ ได้แก่ กัมมันตราย (การกระทำอนันตริยกรรม), กิเลสันตราย (ความเห็นผิดร้ายแรง ที่เรียกว่า นิยตมิจฉาทิฏฐิ), วิปากันตราย (ผลกรรมไม่ดีฯ), อริยุปวาทันตราย และ อาณาวีติกกมันตราย

เรื่องราวความไม่เชื่อกฎแห่งกรรมปรากฏในพระสูตร ที่แสดงให้เห็นถึงมิจฉาทิฏฐิ ๓ ประเภท ได้แก่ อเหตุกวาท (ความเชื่อว่าไม่มีเหตุผล)... อกิริยาวาท (ความเชื่อว่าการกระทำไม่ส่งผล)... นัตถิกวาท (ความเชื่อว่าไม่มีผลของการกระทำ) และเมื่อจัดเข้าระบบ นิยตมิจฉาทิฏฐิ สามารถจำแนกได้ตามลักษณะความเห็นผิดอย่างร้ายแรง ๓ ประการเช่นกัน ได้แก่ อเหตุกทิฏฐิ (เห็นว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเอง ไม่มีเหตุปัจจัย), อกิริยทิฏฐิ (เห็นว่าการกระทำไม่มีผล) และนัตถิกทิฏฐิ (เห็นว่าไม่มีทั้งเหตุและผลที่นำไปสู่การปฏิเสธผลของบุญ-บาปและการเวียนว่ายตายเกิด) ซึ่งให้โทษร้ายแรงถึงขั้น ปิดสวรรค์และนิพพาน .. อันเป็นบาปกรรมที่หนักที่สุดของผู้ที่เป็น นิยตมิจฉาทิฏฐิ ซึ่งมีความเห็นผิดดิ่งลง ทำให้ไม่สามารถบรรลุ มรรค ผล นิพพาน ในชาตินั้นได้...

มิหนำซ้ำ ยังก่อให้เกิด ตอวัฏฏะ ทำให้วนเวียนอยู่ใน วัฏฏสงสาร ไม่สิ้นสุด เพราะไม่มีความเห็นถูกที่จะนำไปสู่ความหลุดพ้น.. อีกทั้งยัง มุ่งเข้าสู่กระแสบาปมากขึ้น เพราะเมื่อมีความเห็นผิดไปจากธรรม.. ว่า ทำดีไม่ได้ดี.. ทำชั่วไม่ได้ชั่ว จึงประพฤติทุจริตทั้งทางกาย วาจา และใจ ได้ทุกอย่าง

กล่าวได้ว่า นิยตมิจฉาทิฏฐิ ตามที่กล่าวมา มีโทษมากกว่า อนันตริยกรรม (ฆ่าพ่อ, ฆ่าแม่, ฆ่าพระอรหันต์ เป็นต้น) เพราะ อนันตริยกรรม ยังพอกำหนดอายุกรรมในอบายภูมิ เพื่อสามารถหลุดพ้นออกมาจากโทษภัยได้..

แต่ นิยตมิจฉาทิฏฐิ ไม่สามารถออกจากวัฏฏะได้เลย ตราบที่ มิจฉาทิฏฐิ ยังให้ผล อีกทั้งยังเป็นเหตุให้ก่อบาปกรรมอีกมากมาย จึงไม่สามารถไปสู่สุคติภูมิ.. และไม่สามารถบรรลุ มรรค ผล ได้

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเรื่องดังกล่าวไว้ว่า..

“ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เรามองไม่เห็น ธรรมอย่างหนึ่งอันอื่นที่มีโทษมาก เหมือนอย่างมิจฉาทิฏฐิเลย

กระบวนโทษทั้งหลาย มิจฉาทิฏฐิมีโทษอย่างยิ่ง...”..

เมื่อกลับมาพิจารณาความเป็นไปของสังคมมนุษยชาติในยามนี้ จะเห็นได้ว่า กำลังติดกับดักมิจฉาทิฏฐิ อย่างรุนแรง จนเข้าสู่ความเป็น นิยตมิจฉาทิฏฐิ จำนวนมาก.. จนสภาวสังคมออกอาการเสื่อมถอยจากความถูกต้องชอบธรรม.. จึงได้เห็นการแพร่ระบาดของการประพฤติผิดทำนองคลองธรรมมากยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน การพนัน.. การหลงใหลในโลกวัตถุนิยมอย่างรุนแรง.. โดยเฉพาะความขัดแย้งในสังคมที่แพร่ระบาดไปทุกองค์กร ไม่เว้นแม้องค์กรศาสนา..

จึงไม่แปลก หากในระบบทางสังคมการเมืองจะมีรูปแบบของปัญหาซับซ้อนยิ่งขึ้น อย่างยากจะเข้าใจ หากเพียงแค่นึกคิดหาเหตุผลแบบโลกๆ.. ด้วยเป็นการเปลี่ยนผ่านด้วยกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่อิงอาศัย เหตุปัจจัย หลายประการ.. ซึ่งจะต้องตั้งใจ ใส่ใจ พิจารณาโดยแยบคาย ที่ต้องอาศัยคุณภาพ ประสิทธิภาพของ สติ สัมปชัญญะ และวิริยะ ที่ครบสมบูรณ์..

การเกิดความไม่เข้าใจในกฎเกณฑ์ธรรมชาติของคนในสังคมยุคดิจิทัลเป็นใหญ่ จึงนับเป็นเรื่องธรรมดา.. ที่ส่งผลให้กระบวนการ จรรยาบรรณทางสังคม.. จริยธรรมของผู้มีฐานะหน้าที่และวินัยของบุคคล.. ไม่เป็นไปในทิศทางและแนวทางเดียวกัน จนเกิด อัมพาตทางจิตสำนึก (Paralysis of Consciousness)

เมื่อ ภาวะอัมพาตทางจิตสำนึก ซึ่งมีรากเหง้ามาจาก นิยตสัมมาทิฏฐิ ก่อเกิดขึ้นในสังคม จึงได้เห็นภาวะจิตที่ขาดความสำนึกรู้ชอบ.. ไร้ความรับผิดชอบชั่วดี.. และลุกลามสู่การไร้ความรู้สึกรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม.. ซึ่งคนในภาวะสังคมเช่นนี้ จะมีอาการตายด้านในการรับรู้ ผลกระทบตามกฎธรรมชาติ จึงปฏิเสธกฎแห่งกรรมอย่างไม่ไยดี แม้จะกระทำผิด จริยธรรม (ไร้ศีลธรรม).. อย่างร้ายแรง..

ดังปรากฏข่าวสารเรื่องที่กำลังถกเถียงกันในสังคมดิจิทัล กรณี ช้างป่า “สีดอหูพับ” ที่ล้มระหว่างการเคลื่อนย้ายและเสียชีวิต ว่า การดำเนินการทั้งปวงต่อช้างป่าผู้น่าสงสาร ของคณะผู้รับผิดชอบ ได้กระทำด้วยจิตสำนึกอันเหมาะควรแค่ไหน อย่างไร ในการคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตของช้างป่าเชือกนั้น.. ซึ่งผู้ที่จะตอบคำถามนี้ได้ก็คงเป็นเจ้าของ มโนสำนึก ในการกระทำนั้นว่า ถึงพร้อมด้วยจริยธรรมหรือไม่ ต่อความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่.. มิใช่อ้างอิงข้อกฎหมายและหน้าที่ตามระเบียบการเพียงอย่างเดียว...

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งไม่แพ้ “ช้างป่าสีดอหูพับ” ที่น่าสงสาร ได้แก่ กรณีปฏิบัติการไอโอ (IO) ของพรรคการเมืองหรือองค์กรทางสังคม.. ซึ่งต้องยอมรับว่า ในโลกสมัยดิจิทัล การสร้างชุดปฏิบัติการด้านข่าวสาร (Information Operation) ที่เรียก ไอโอ (IO) เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ เพื่อการทำงานเชิงรุกด้านข่าวสาร ซึ่งมีการจัดวางการปฏิบัติการกันอย่างจริงจังในยุทธการด้านข่าวสาร

จึงมิได้เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดในสังคมยุคไอทีในโลกไร้ความจริงใจ หากการปฏิบัติการด้าน ข่าวสาร (IO) เป็นไปในเชิงบวก มีจรรยาบรรณและจริยธรรมกำกับดูแล.. นำเสนอข้อมูลที่เป็นจริง มีสาระประโยชน์-เหมาะควรกับสังคมประเทศชาติ และสามารถเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา..

แต่ด้วยเพราะมีการใช้ปฏิบัติการไอโอ (IO) ไปในทางไม่สร้างสรรค์ ไร้ความเป็นจริงในการนำเสนอความจริงของข่าวสาร.. ที่ไร้ความจริงใจในความเป็นจริงที่นำเสนอนั้น โดยมักจะมีนัยแอบแฝงซ่อนเร้น ไม่ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา.. ในการนำเสนอข้อมูล ด้วยการสร้างข้อมูลลวงหรือข้อมูลบิดเบือนจากเรื่องที่เป็นจริงเหล่านั้นอย่างแยบคาย เพื่อชี้นำความคิดภาคสังคม.. อย่างไร้จิตสำนึกทางจริยธรรม.. ไม่คำนึงถึงศีลธรรมในการปฏิบัติ.. ที่นับเป็นโทษภัยอันใหญ่หลวงต่อสังคมประเทศชาติ.. เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงความคิด ทัศนคติ-อุดมการณ์ให้ต่างไปจากเดิมได้อย่างเป็นจริง.. ดังปรากฏการพยายามสร้างเด็กไทยสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่ให้ความเคารพสถาบันครอบครัว.. สังคมประเทศชาติ...

ที่เลวร้ายอย่างยิ่งของปฏิบัติการไอโอ.. คือ ยุทธการทำลายเป้าหมายทางยุทธศาสตร์.. เพื่อชัยชนะเบ็ดเสร็จแบบไร้ศีลธรรม.. โดยไม่คำนึงถึงความถูก-ผิดในการกระทำ ดังที่แพร่ระบาดในแวดวงการเมือง.. และองค์กรต่างๆ ทางสังคมในปัจจุบัน ที่ต้องต่อสู้ยื้อแย่ง.. เพื่อช่วงชิงให้ได้มาในการชี้นำความคิดทางสังคม.. ด้วย วิธีมิจฉาปฏิบัติ ที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจ มิจฉาทิฏฐิ .. ดังเรียก ปฏิบัติการไอโอ (IO) เชิงลบ .. ซึ่งจักนำไปสู่การทำลายโครงสร้างจริยธรรมทางสังคมให้สิ้นสลายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าอาวุธใดๆ.. จนยากจะเยียวยาให้คืนกลับมาได้เช่นเดิม ดังที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ.. จึงควรสังวรระวังกันอย่างยิ่งในภัยร้ายดังกล่าว หากต้องการนำพาสังคมประเทศชาติไปให้พ้นจากวิกฤตการณ์ภัยร้ายจากปฏิบัติการไอโอ.

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..

บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..

ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!

เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ

เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง

อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..