CHERY GROUP ทุ่มลงทุนบริการหลังการขาย ปูระบบครบวงจร รับรถพลังงานใหม่โต

ขยายคลังอะไหล่ 17,000 ตร.ม. ดัน Part Fill Rate 94% ผุด Authorized Body & Paint 10 แห่ง พร้อมเปิด Technical Center พ.ย.นี้

CHERY GROUP เดินหน้าลงทุนในประเทศไทยระยะต่อไป โดยมุ่งพัฒนาระบบบริการหลังการขายและโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายตัวของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ ผ่าน 5 โครงการหลัก ตั้งแต่การเพิ่มศักยภาพคลังอะไหล่และระบบโลจิสติกส์ การพัฒนาศูนย์ซ่อมอุปกรณ์สำคัญของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า การขยายเครือข่ายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคนิค ไปจนถึงการตั้งทีมเฉพาะกิจดูแลลูกค้าผ่านโซเชียลมีเดีย หวังสร้างความเชื่อมั่นตลอดอายุการใช้งานรถยนต์

การลงทุนดังกล่าวครอบคลุมแบรนด์ในเครือ อาทิ OMODA & JAECOO, CHERY, iCAUR และ LEPAS รวมถึงแบรนด์ใหม่ที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยบริษัทมองว่าบริการหลังการขายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อรถของผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

เพิ่มคลังอะไหล่ 17,000 ตร.ม. ดันระบบส่งมอบเร็วขึ้น
ด้านการบริหารอะไหล่ CHERY GROUP เพิ่มพื้นที่คลังเก็บอะไหล่อีก 1 แห่ง เพื่อรองรับแบรนด์ LEPAS, CHERY และ iCAUR ส่งผลให้ปัจจุบันมีพื้นที่จัดเก็บอะไหล่รวมทุกแบรนด์ประมาณ 17,000 ตารางเมตร ครอบคลุมอะไหล่มากกว่า 8,400 รายการ รวมเกือบ 200,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 250 ล้านบาท

สำหรับ OMODA & JAECOO บริษัทระบุว่าสามารถทำ Part Fill Rate หรือสัดส่วนอะไหล่ที่พร้อมจัดส่งให้ลูกค้าได้ทันทีอยู่ที่ 94% พร้อมใช้งบประมาณกว่า 60 ล้านบาทต่อปีสำหรับการจัดเก็บและบริหารจัดการอะไหล่ ขณะเดียวกันยังเร่งพัฒนากระบวนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานอะไหล่นำเข้า เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศไทย

บริษัทตั้งเป้าจัดส่งอะไหล่ไปยังศูนย์บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายใน 24 ชั่วโมง และพื้นที่ต่างจังหวัดภายใน 2 วัน เพื่อช่วยลดระยะเวลารอซ่อมของลูกค้า โดยเชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการอะไหล่ การประสานงานกับบริษัทประกันภัย การจัดเก็บ จนถึงการส่งมอบชิ้นส่วนให้ศูนย์บริการ

ปูเครือข่าย Body & Paint ตั้งเป้า 10 แห่งภายในปี 2569

อีกหนึ่งแผนสำคัญคือการยกระดับศูนย์ซ่อมตัวถังและสี โดยเริ่มดำเนินการกับแบรนด์ OMODA & JAECOO ผ่านโครงการ Certified Body & Paint Shop ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ที่ผ่านการรับรองแล้ว 35 แห่งทั่วประเทศ ก่อนต่อยอดไปสู่ Authorized Body & Paint Repair Center ที่มีมาตรฐานการดำเนินงานเต็มรูปแบบ

ภายในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าจัดตั้ง Authorized Body & Paint Repair Center จำนวน 10 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 5 แห่ง และต่างจังหวัด 5 แห่ง โดยจะพิจารณาทำเลตามจำนวนรถยนต์และความต้องการเข้ารับบริการในแต่ละพื้นที่

ศูนย์ดังกล่าวจะรองรับงานซ่อมตัวถังและสีแบบครบวงจร ตั้งแต่มาตรฐานอาคาร เครื่องมือเฉพาะทาง ห้องพ่นสีและห้องผสมสี เครื่องดึงตัวถัง ไปจนถึงระบบจัดเก็บและบริหารอะไหล่ พร้อมเชื่อมโยงการจัดหาอะไหล่แท้ และพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมบุคลากรร่วมกับพันธมิตร เพื่อควบคุมคุณภาพงานซ่อมให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

เปิด Technical Center พ.ย. รองรับการฝึกอบรม 3,600 คนต่อปี

ด้านการพัฒนาบุคลากร CHERY GROUP อยู่ระหว่างจัดตั้งศูนย์เทคนิคและฝึกอบรม หรือ Technical Center แห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางพัฒนาทักษะช่างเทคนิค บุคลากรบริการหลังการขาย และผู้จำหน่าย โดยประกอบด้วยห้องฝึกอบรมด้านเทคนิค 4 ห้อง พื้นที่สำหรับงานซ่อมใหญ่ 4 จุด และพื้นที่รองรับการฝึกอบรมหลักสูตรที่ไม่ใช่งานเทคนิค 350 ที่นั่ง

Technical Center มีกำหนดเปิดดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน 2569 และคาดว่าจะรองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ประมาณ 3,600 คนต่อปี หลักสูตรครอบคลุมการตรวจวิเคราะห์และวินิจฉัยปัญหา งานซ่อมแบตเตอรี่แรงดันสูง รวมถึงงานซ่อมตัวถังและสี พร้อมเตรียมขยายหลักสูตรไปยังฝ่ายขายและบุคลากรด้านบริการหลังการขาย เพื่อรองรับการขยายเครือข่ายและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่

ตั้งทีมดูแลลูกค้าบนโซเชียล รับเรื่อง-ติดตามปัญหา

นอกจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน CHERY GROUP ยังจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อดูแลลูกค้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ทำหน้าที่ตอบข้อซักถาม รับเรื่องร้องเรียน ให้คำแนะนำเบื้องต้น และประสานงานกับศูนย์บริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถติดตามปัญหาของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากลูกค้าจะถูกนำมารวบรวมและส่งต่อไปยังฝ่ายบริการหลังการขายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงานและพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในระยะยาว

นายเซดริก ซุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน CHERY GROUP (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจซื้อหรือรับมอบรถ ไปจนตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถ ดังนั้น การเร่งพัฒนาบริการหลังการขายจึงเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาระยะยาวต่อลูกค้าชาวไทย

“เรามุ่งสร้างระบบที่เชื่อมโยงตั้งแต่ความพร้อมของอะไหล่และโลจิสติกส์ ศูนย์ซ่อมระบบยานยนต์ไฟฟ้าและศูนย์ Body & Paint ไปจนถึงการพัฒนาช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้การเติบโตของทุกแบรนด์ในเครือเกิดขึ้นบนมาตรฐานการดูแลลูกค้าที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอ” นายเซดริกกล่าว


โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล

เพิ่มเพื่อน