
ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีย้อนหลังกับคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 รอบแรกจนได้ ในระดับผู้เขียนเองยังงงชวนตาค้าง เป็นการฟลุกตรงตามที่ทำนายไว้ก่อนล่วงหน้าชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด จากการสนับสนุนของพรรคประชาชน
ในทางโหราศาสตร์แล้ว พื้นดวงชะตาของคุณอนุทินนี้ถือว่าพร้อมจะดับรัศมีโหรให้หน้าแตกได้ง่ายๆ
เพราะดูแวบแรก พื้นดวงชะตาที่ลัคนาสถิตราศีเมษนี้ ไม่น่าจะก้าวขึ้นถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ด้วยเหตุดาวประจำชีพ คือพระอังคารดวงเดิม (๓) สถิตราศีกรกฎ ได้มาตรฐานนิจ แปลว่า ต่ำ หรืออับแสง
ปกติแล้วคนที่ดวงชะตาบอกแนวโน้มจะเป็นนายกรัฐมนตรี ดาวประจำชีพต้องโดดเด่น เช่น คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดาวประจำชีพล้วนได้มาตรฐานอุจ หรือเจิดจ้า หรือสูง
ทีนี้สำหรับคุณอนุทิน เพราะหลักลึกมากทางโหรที่เรียกว่า-นิจจะภังคะราชาโยค-ทำให้ความอับของดาวประจำชีพพลิกเป็นเจิดจ้า ด้วยพระอังคารนี้กุมกับพฤหัสบดี (๕) ศรีสิริมงคลที่สถิตราศีกรกฎได้มาตรฐานอุจ ดึงความด้อยหรือนิจของดาวประจำชีพให้โดดเด่นเป็นอุจจนก้าวถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้
แถมพระอังคาร (๓) กับพฤหัสบดี (๕) ที่กุมภ์กันอยู่ในราศีกรกฎ ยังรวมกันกันเป็นคู่สมพล หรือคู่พละกำลัง หรือคู่อิทธิพลอีกด้วย ซึ่งคู่นี้ตามหลักของครูโหรอุตรภัทรผู้ล่วงลับยังบ่งบอกว่า ปากเจ้าของดวงชะตาไม่มีเบา เผลอๆ หลุดออกมาสู้มือตลอด
จึงเมื่อพื้นดวงเดิมรออยู่ตั้งแต่เกิด จังหวะชีวิตที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็มาขณะดาวประจำชีพ คือพระอังคารจร (3) กำลังเป็นศรีจร อันเป็นไปตามหลักลิลิตทักษาพยากรณ์ พระนิพนธ์ของเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี ว่า….ถ้าเป็นเชื้อสาย ขุนนางจะนั่งกินเมือง…
และซ้ำอีกเกณฑ์คือดวงชะตาจรกำลังได้โชคเทวฤทธิ์ชั้นสูงสุดภายใน 14 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเป็นที่มาของคำแนะนำว่า ถ้าพ้นระยะนี้ไปแล้วให้หยุดเล่นการเมือง เพราะชะตาเคลื่อนคล้อยจากระยะโชคใหญ่ในชีวิตที่จะเป็นนายกฯ แล้ว
และแล้วภายใน 14 กุมภาพันธ์ 2569 คุณอนุทินก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีถึงสองรอบ!!!
ต่อไปนี้ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เกณฑ์ที่คาดว่าจะเกิดตั้งแต่วันคล้ายวันเกิดปีนี้ที่จะมีทั้งบวกและลบเป็นระยะๆ คือ
1.ตามตำราลิลิตทักษาพยากรณ์ ตั้งแต่วันเกิดปีนี้ถึงวันเกิดปีหน้า ขอให้สังเกตตามตำราคือ….ระมัดผิดญาติกา ติโรคาอัคคีภัย โลหิตไหลจากตน หนูหน่ายกลบีฑา กัดวัตถาแพรพรรณ ของรักอันใดประหยัด เร่งระมัดจงดี….
ซึ่งตำรานี้ประมาทไม่ได้ มีตัวอย่างเช่น ระยะนี้ผู้เขียนเคยต้องรบกับหนูมากเป็นพิเศษ และจำได้หนึ่งครั้ง หนูกัดเสื้อผ้าไปหลายชิ้น
ส่วนเลือดที่ไหลจากตัวนั้น ปกติจะแนะนำให้ไปบริจาคโลหิตฟาดเคราะห์ เช่น คือเมื่อเมืองได้เกณฑ์นี้ คนไทยแห่เลือดไหลจากตัว โดยการช่วยกันบริจาคเลือดช่วยทหารไทยขณะรบกับเขมร
2.ออกแนวลบ ตั้งแต่วันเกิดที่ 13 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ดวงร้าว (ศุกร์กาลกิณีจรเดินในราศีตุลเล็งลัคนา) แต่สถานการณ์จะน่าไม่ร้ายแรงเท่าคราวคุณทักษิณ ชินวัตร ที่เจอชะตาแตกช่วงคลิปอังเคิลหลุด-ลูกสาวพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี-เข้าคุก-มีหนี้หมื่นเจ็ดพันล้านจากการขายหุ้นชินฯ-พรรคไม่ชนะเลือกตั้ง
แม้เกณฑ์จะไม่ดุเดือดมาก แต่คาดว่าคุณอนุทินคงมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจพอเจ็บๆ คันๆ เกี่ยวกับพรรคร่วมรัฐบาล หรือเงิน-เศรษฐกิจ ทำให้อึดอัด หรือเกิดเรื่องลุกลาม มีคนหาเหตุเก่ามาเล่นงาน
เกณฑ์นี้จะจบลงรอบนี้ประมาณวันที่ 2 มกราคม 2570 (ยังมีรอบต่อไป)
3.มีประเด็นออกแนวอึดอัดเรื่องกฎหมายซ้อนเข้ามา เริ่มตั้งแต่ประมาณ 19 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ที่จะถูกบีบให้เดินในทางแคบๆ ไม่อยากเดินก็แต่ต้องเดิน ขณะที่ดาวประจำตัวก็อับแสง เปล่งประกายได้ไม่เต็มที่ แถมต้องระวังคนในครอบครัวเจ็บป่วย หรือทะเลาะกับญาติพี่น้อง
4.ออกแนวบวกเกณฑ์อึดอัดทางกฎหมายลดลง และหัวหน้าเทวดาประจำเริ่มตัวเข้มแข็งคุ้มครองลัคนา ตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป-สิ้นปี เพราะความเก่งจะได้อะไรบวกๆ…เพราะปรีชาได้ลาภาโดยสบาย แถมมีมิตรช่วยเหลือ มีโอกาสโด่งดังหรือได้อะไรแนว…จะได้ที่ศักดินา…
5.ออกแนวบวก ดาวประจำตัวจะเข้มแข็ง เป็นอังคารขี่สิงห์พร้อมรบ หรือปะ-ฉะ-ดะ ตั้งแต่ 10 พฤศจิกายน 2569-สิ้นปี แม้จะมีศัตรู-ปัญหาอุปสรรคเพียบ แต่มิตรอีกกลุ่มก็พร้อมช่วยเหลือเพิ่มเข้ามา
6.ไม่ว่าเกณฑ์ที่ 4 และ 5 จะเสริมดวงชะตาขนาดไหน คุณอนุทินยังมีเรื่องปรับคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายสำคัญรออยู่ภายใน 30 พฤศจิกายน 2569 (หลังจากนั้น 7 วัน)
แม้ที่ผ่านมาจะยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ไปแล้วก็ตาม ก็ยังไม่น่าจะหมดแค่นั้น
7.เตรียมยกการ์ดปิดหน้าสูงๆ รับเกณฑ์สำคัญทางโหรที่จะเกิดในดวงชะตา (และบ้านเมือง-ลัคนาสถิตราศีเมษเหมือนกัน) คือตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เป็นระยะเวลา 18 เดือน คือจะมีศัตรูจ้องเล่นงาน เกิดปัญหา อุปสรรค ขัดขวางเป็นอย่างต่ำ
ระยะนี้การใช้อำนาจใดๆ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่จะรับมือจะต้องเป็นอย่างระมัดระวัง เพราะอาจสร้างความวุ่นวายทางการเมืองรอบใหม่ได้ (เคยให้คำทำนายไว้ตั้งแต่ปลายปี 2568)
หากรับมือได้ไม่ดีทั้งการเมือง และเมืองอาจวุ่นวายเปลี่ยนแปลง-พลิกผันเป็นระยะๆ
8.แทรกเกณฑ์ลบเข้ามาตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน 2569-4 กุมภาพันธ์ 2570 ดวงชะตาถูกบีบหน้า-หลังให้อึดอัดใจไปพร้อมๆ กับเมืองที่ลัคนาสถิตราศีเมษเหมือนกัน
สุดท้ายดวงดาวบนท้องฟ้าเป็นเพียงสิ่งบ่งบอก แต่การเลือกกระทำเป็นของมนุษย์ อีกทั้งคำทำนายถึงอย่างไรก็เป็นเพียงคำทำนาย
สำคัญที่สุดคือเป็นนายกรัฐมนตรีวันเดียวก็เยี่ยมเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีแล้ว แต่คุณอนุทินได้เป็นถึงสองรอบ จึงไม่ว่าอะไรจะเกิดต่อไป หวังว่าท่านจะทำสิ่งดีๆ ให้เมือง
สุขสันต์วันเกิดค่ะ.
ฟองสนาน จามรจันทร์
4 กันยายน 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จิตใจคนไทยกับต่างชาติตัวป่วน
ปีนี้ประเด็นต่างชาติมาสร้างปัญหาให้กับเมืองปรากฏเป็นระยะๆ อย่างผิดสังเกต ซึ่งตรงกับการคาดหมายและคำทำนายดวงชะตาเมืองที่ให้ไว้ตั้งแต่ปลายปี 2568 ที่เขียนไว้ในไทยโพสต์ และทุกสื่อที่มีโอกาสไปให้สัมภาษณ์
จับตาอาการฝนตกซ้ำรอยปีที่แล้ว
อิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนยังไม่เข้าในเมืองเลยสักลูก แค่ร่องความกดอากาศต่ำ ระหว่าง 18-21 สิงหาคม พาดผ่านก็ทำเอาฝนตกหนักในภาคเหนือตอนบนหลายจังหวัด
คู่มือทบทวนชีวิตช่วงพระเสาร์จร(7)เดินถอยหลังสำหรับคนทุกลัคนาราศีตอนที่3
มาต่อกันถึงผลของการที่พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน คือวาระเหมาะที่จะทบทวน ปรับปรุง แก้ไขเรื่องต่างๆ ที่พระเสาร์เป็นตัวแทนของคนทุกลัคนาราศีต่อจากตอนที่แล้วที่เป็นตอนสุดท้าย
คู่มือทบทวนชีวิตช่วงพระเสาร์จร(7)เดินถอยหลังสำหรับคนทุกลัคนาราศีตอนที่2
มาต่อกันถึงผลของการที่พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน คือวาระเหมาะที่จะทบทวน-ปรับปรุง-แก้ไขเรื่องต่างๆ ที่พระเสาร์เป็นตัวแทนของคนทุกลัคนาราศีต่อจากตอนที่แล้ว
คู่มือทบทวนชีวิตช่วงพระเสาร์จร(7)เดินถอยหลังสำหรับคนทุกลัคนาราศี
พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน ระหว่าง 27 ก.ค.-30 พ.ย.69 แค่พระเสาร์ซึ่งเป็นดาวดวงสำคัญของดวงเมืองเริ่มเดินถอยหลังในราศีมีนตั้งแต่ 27 กรกฎาคม 2569 อาการก็เริ่มส่งสัญญาณจะเปลี่ยนแปลงใหญ่ในนโยบายสำคัญของรัฐบาล
ลุ้นพายุลูกแรกเข้าเมือง
ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์และดาวจรที่บ่งบอกพายุหมุนเขตร้อนจะเข้าเมือง พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน ระหว่าง 27 ก.ค.-30 พ.ย.69 พฤหัสบดีจร (5) เดินในราศีกรกฎ ระหว่าง 1 มิ.ย.-19 ต.ค.69

