
ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง "ซีเพลน" หรือเครื่องบินน้ำ กำลังก้าวขึ้นเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่น่าจับตาของประเทศไทย หลังรัฐบาลผลักดันการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่และเปิดทางให้เกิดการให้บริการเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แม้จะยังเป็นธุรกิจใหม่ของไทย แต่ด้วยศักยภาพในการเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวทางทะเล ลดเวลาเดินทาง และตอบโจทย์นักท่องเที่ยวระดับคุณภาพ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าซีเพลนมีโอกาสเติบโตเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศในอนาคต

วันนี้ อาทิตย์เอกเขนก ได้มีโอกาสพูดคุยกับ กสิณพจน์ รอดโค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย ซีเพลน จำกัด ที่จะมาเล่าถึงที่มาที่ไปของบริษัท ไทย ซีเพลน ว่าเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างอุตสาหกรรมการบินรูปแบบใหม่ของประเทศไทย หลังจากพบว่าประเทศไทยยังขาดการบินประเภท General Aviation ซึ่งเป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมการบินในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งการบินสำรวจ การบินเกษตร การบินเช่าเหมาลำ และการบินเพื่อการท่องเที่ยว
กสิณพจน์ ให้ข้อมูลว่า ตนเองเริ่มต้นอาชีพในฐานะ นักบินของบริษัท การบินไทย ตั้งแต่ปี 2557 ทำการบินเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 โดยจบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้เข้ามาทำงานด้านการพัฒนาธุรกิจการบิน ก่อนจะเห็นช่องว่างสำคัญว่าประเทศไทยยังไม่มีระบบ General Aviation ที่แข็งแรงเหมือนต่างประเทศ ทั้งที่เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำของการบินพาณิชย์

ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นในบริษัท ไทย ซีเพลน เมื่อปี 2566 พร้อมวางยุทธศาสตร์ใหม่ทั้งหมด โดยมองว่าธุรกิจซีเพลนไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการรับส่งนักท่องเที่ยวไปยังโรงแรม แต่สามารถต่อยอดเป็นเครือข่ายการเดินทางและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกมาก จึงเลือกตั้งฐานปฏิบัติการที่จังหวัดกระบี่และภูเก็ต พร้อมจัดตั้งสำนักงานและเริ่มสำรวจเส้นทางบิน รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ
ในระยะแรก บริษัทวางแผนพัฒนาเครือข่ายการบินในพื้นที่ฝั่งอันดามัน ครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง และจังหวัดใกล้เคียง โดยประเมินจากศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและข้อจำกัดด้านเงินลงทุน จึงเลือกเริ่มจากเส้นทางที่มีความต้องการสูง ได้แก่ ภูเก็ต-พีพี และกระบี่-พีพี ก่อนขยายเครือข่ายในอนาคต

กสิณพจน์ เล่าว่า บริษัทได้ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการการบิน (AOL) กับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ตั้งแต่ปี 2566 และได้รับอนุญาตภายในปีเดียวกัน จากนั้นในช่วงปลายปี 2566 บริษัทได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ซึ่งถือเป็นการรับรองว่าคู่มือปฏิบัติการบิน ระบบความปลอดภัย และมาตรฐานการดำเนินงานของบริษัทผ่านการรับรองจาก กพท. ทำให้ไทย ซีเพลน มีสถานะเป็นสายการบินอย่างเป็นทางการ และเริ่มให้บริการเที่ยวบินสำรวจ รวมถึงเที่ยวบินเช่าเหมาลำในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง
กสิณพจน์เล่าว่า จากการศึกษาพบว่า พื้นที่เกาะท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของไทยกว่า 80-90% อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ทำให้การก่อสร้างจุดขึ้นลงทางน้ำมีข้อจำกัดหลายด้าน เพื่อให้สามารถเปิดบริการได้จริงก่อนขยายสู่พื้นที่อื่นในอนาคต พื้นที่นำร่องที่บริษัทเลือกคือบริเวณท่าเรือน้ำลึก จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีศักยภาพสูงในการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสนามบินภูเก็ตกับพื้นที่ตอนใต้ของเกาะ ซึ่งปัจจุบันใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงที่การจราจรหนาแน่น แต่หากใช้ซีเพลน จะใช้เวลาบินเพียงประมาณ 15 นาทีเท่านั้น

พื้นที่ดังกล่าวยังสามารถเชื่อมโยงกับตลาดนักท่องเที่ยวระดับบน ทั้งผู้โดยสารเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) ซึ่งใช้บริการอาคารผู้โดยสารเอกชนในสนามบินภูเก็ต นักท่องเที่ยวที่พักโรงแรมระดับลักชัวรี ตลอดจนผู้โดยสารเรือสำราญขนาดใหญ่ที่แวะจอดในจังหวัดภูเก็ต โดยบริษัทเตรียมพัฒนาแพ็กเกจการเดินทางร่วมกับโรงแรมและผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อให้บริการเชื่อมต่อแบบครบวงจร
สำหรับความคืบหน้าปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนยื่นขออนุญาตจัดตั้งพื้นที่ขึ้นลงทางน้ำอย่างสมบูรณ์ โดยได้ร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำรายงานและผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้ว 2 ครั้ง หากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ให้ความเห็นชอบ บริษัทจะนำผลดังกล่าวยื่นต่อ กพท. เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจรับรองขั้นสุดท้าย หากผ่านทุกขั้นตอน บริษัทคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งตรงกับฤดูกาลท่องเที่ยว

กสิณพจน์เล่าต่อว่า ในส่วนพื้นที่เป้าหมายในระยะต่อไป ได้แก่ เกาะพีพี เกาะลันตา และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอื่นๆ โดยบริษัทได้ศึกษาจุดที่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้างจุดขึ้นลงทางน้ำไว้แล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการประสานงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เนื่องจากหลายพื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ การขออนุญาตจะใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่หากกรมอุทยานฯ เห็นประโยชน์และเป็นผู้ผลักดันโครงการก่อน จากนั้นจึงเปิดให้เอกชนที่มีศักยภาพเข้ามาดำเนินการ จะทำให้กระบวนการดำเนินงานง่ายขึ้น โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
กสิณพจน์ยืนยันว่า ซีเพลนมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเรือหลายประเภท เนื่องจากเครื่องยนต์ติดตั้งอยู่เหนือผิวน้ำ ไม่มีการปล่อยน้ำมันลงทะเล หากเกิดการรั่วไหล เครื่องบินจะไม่สามารถทำการบินได้ทันที อีกทั้งตัวเครื่องกินน้ำลึกเพียงประมาณ 50 เซนติเมตร และไม่สร้างแรงหมุนของน้ำบริเวณใบพัดเหมือนเรือสปีดโบ๊ต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง
ส่วนการผลักดันในระดับนโยบาย บริษัทได้ประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับความช่วยเหลือในการประสานงานจากกระทรวงคมนาคม แม้จะยังไม่ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่มีการหารือกับกรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ เพื่อผลักดันให้โครงการสามารถเดินหน้าตามขั้นตอนของกฎหมาย
กสิณพจน์มองว่า หากในอนาคตมีผู้ประกอบการรายอื่นต้องการใช้จุดขึ้นลงทางน้ำของไทย ซีเพลน ก็สามารถใช้บริการได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โดยบริษัทจะจัดเก็บค่าบริหารจัดการและดูแลความปลอดภัย ซึ่งแตกต่างจากค่าธรรมเนียมสนามบินทั่วไป เพราะผู้ให้บริการจุดขึ้นลงทางน้ำจะต้องรับผิดชอบด้านมาตรการความปลอดภัยและการช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานการบินและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการทุกฝ่าย
กสิณพจน์กล่าวทิ้งท้ายว่า อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือ การพัฒนาบุคลากร เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีหลักสูตรผลิตนักบินซีเพลนโดยเฉพาะ บริษัทจึงอยู่ระหว่างหารือกับสถาบันการบินพลเรือน และพันธมิตรโรงเรียนการบินในประเทศเยอรมนี เพื่อนำหลักสูตรเข้ามาพัฒนานักบินไทย รวมถึงบุคลากรภาคพื้นและช่างอากาศยาน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมซีเพลนในอนาคต และลดการพึ่งพาบุคลากรจากต่างประเทศ ซึ่งมีต้นทุนสูงและกำลังเป็นที่ต้องการของหลายประเทศทั่วโลก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอมโอชา’ปลุกเสน่ห์อาหารไทยด้วยไอเดียใหม่ ชูนวัตกรรมน้ำพริกไทยสยายปีกสู่ตลาดโลก
“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน
ไทยบนเทวีประชุม IMF-World Bank 2026 ‘โอลิมปิกการเงิน’กับโอกาส-ความคาดหวังและโจทย์ใหม่ของศก.
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากรที่กำลังพลิกโฉมระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศ การ
Café Amazon Experience Flagship Store Ari พิกัดใหม่ใจกลางอารีย์ผสานทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว
หากเราคุ้นเคยกับภาพจำของคาเฟ่ อเมซอน ในฐานะ “ร้านกาแฟระหว่างทาง” ยามเดินทาง แต่ถึงเวลาแล้วที่จะได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะวันนี้แบรนด์กาแฟสัญชาติไทยได้ยกระดับสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งใหม่” (Destination) ใจกลางเมือง ด้วยการเปิดตัว
SDT Compositesปลุกอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ เมื่อกัญชงและคาร์บอนไฟเบอร์กลายเป็น‘โดรนทหาร’ฝีมือไทย
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วได้ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องมีการปรับตัว เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอากาศยานของไทย กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และการแข่งขันระดับโลก
‘สุวิชาณ สุระบาล’จากคนสร้างทาง...สู่บทบาทใหม่วางแผนนโยบายคมนาคมไทย
หากพูดถึงเส้นทางชีวิตราชการของ “สุวิชาณ สุระบาล” รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หลายคนอาจคุ้นภาพของวิศวกรและนักบริหารที่คลุกคลีกับงานก่อสร้างถนนและโครงสร้างพื้นฐานมา
40 ปี Five Star เปิดเกมใหม่ ยกระดับแฟรนไชส์ รับลูกค้าทุกช่วงวัย-สยายปีกตลาดต่างประเทศ
หากพูดถึงธุรกิจอาหารที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 40 ปี Five Star คือหนึ่งในชื่อที่หลายคนคุ้นเคยกับเมนูในความทรงจำอย่าง “ไก่ย่างห้าดาว” ที่มักจะมาพร้อมภาพจำเดิมอย่างซุ้มไก่ย่างหน้าปากซอยหรือ

