พลังงานสะอาดเป็นได้มากกว่าแค่แสงสว่าง GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่มีค่าใช้จ่าย

ท่ามกลางความงดงามของดอยสูง ทิวเขา และหมู่บ้านริมน้ำหรือหมู่บ้านชาวประมงที่อาศัยอยู่บนแพอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ยังมีอีกหลายชุมชนที่ต้องถูกกลืนหายไปในความมืดมิด เพียงเพราะข้อจำกัดของการเป็นพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ทั้งกลางวันและกลางคืน การขาดพลังงานกลายเป็นกำแพงหนาที่ตัดขาดพวกเขา โอกาสพื้นฐาน ทั้งการศึกษา การแพทย์ และการสื่อสารที่เท่าเทียม

แต่วันนี้ “แสงอาทิตย์” กำลังจะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล ผ่านโครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์จาก บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าส่งมอบพลังงานสะอาดขับเคลื่อนชุมชนกันดารกว่า 20 พื้นที่ทั่วประเทศมาตลอด 5 ปี มาร่วมติดตามการเดินทางของแสงสว่างที่ไม่เพียงจะช่วยให้ผู้คนสามารถใช้บริการขั้นพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม แต่ยังช่วยให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างยั่งยืน

 เปลี่ยน “กาแฟเชอร์รี” สู่ “กะลา” เพิ่มรายได้เกษตรกร

อย่าง “บ้านดอยเวียง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่” ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา เป็นชุมชนชาวเขาเผ่าลาหู่ที่มีประชากรราว 100 หลังคาเรือน ประมาณ 400 คน อาศัยอยู่ร่วมกับผืนป่าอย่างเกื้อกูล ชาวบ้านที่นี่กว่า 80% ปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลัก แต่ทว่าชุมชนแห่งนี้ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากพลังน้ำ ซึ่งไม่เสถียร ใช้งานได้เพียง 3–4 ชั่วโมงต่อวัน และเมื่อถึงฤดูแล้งที่สายน้ำเหือดแห้ง ทั้งหมู่บ้านจะไม่มีไฟฟ้าใช้เลยตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้ชาวบ้านต้องจำใจขายกาแฟเชอร์รีสดเท่านั้น ไม่สามารถแปรรูปได้ ซึ่งราคาขายจะอยู่เพียงกิโลกรัมละ 25–30 บาท ขึ้นอยู่กับพ่อค้าคนกลาง รวมถึงราคาตลาดที่ผันผวน บางปีราคาถูก บางปีราคาแพง ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ไม่แน่นอน

GULF นำระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เข้าไปติดตั้งที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านดอยเวียง แสงสว่างแรกจึงได้เริ่มจุดประกายขึ้น เพราะไฟฟ้าช่วยเชื่อมต่อระบบดาวเทียมและสัญญาณโทรศัพท์ ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ สามารถท่องโลกกว้าง สร้างโอกาสด้านการศึกษาให้เท่าเทียมกับเด็กในเมืองใหญ่ และ GULF ยังได้สนับสนุนการก่อสร้างโรงเรือนสำหรับสีกาแฟ พร้อมจัดซื้อเครื่องสีกาแฟที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์มอบให้แก่ชุมชนอีกด้วย

นายยูเอละ จะอืด กรรมการหมู่บ้าน และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านดอยเวียง ที่เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนขายได้แค่กาแฟเชอร์รีสด บางปีราคาตกต่ำจนแทบไม่คุ้มเหนื่อย เมื่อ GULF นำโซลาร์เซลล์เข้ามาพร้อมสนับสนุนโรงเรือนและเครื่องสีกาแฟ และสามารถต่อยอดการแปรรูปสู่ ‘กาแฟกะลา’ ทำให้ได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 180 บาท ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว คุณภาพชีวิตดีขึ้น และในอนาคตยังสามารถสร้างแบรนด์กาแฟของชุมชนได้อีกด้วย สำคัญที่สุดแผงโซลาร์เซลล์นี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ชาวบ้านและหน่วยงานในพื้นที่เห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ นำไปสู่การทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อดูแลรักษาป่าต้นน้ำให้เติบโตคู่กับชุมชนต่อไป”

โซลาร์เซลล์บนแพลอยน้ำ เสริมความมั่นคงอาชีพประมง

เช่นเดียวกับ “บ้านปากนาย อ.นาหมื่น จ.น่าน” ซึ่งเป็นชุมชนบนแพกลางอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ มีประชากรราว 200 คน ชาวบ้านที่นี่สืบทอดวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านมาหลายชั่วอายุคน ดำรงชีพด้วยการจับสัตว์น้ำและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากปลา แต่ด้วยหมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณปลายสายส่ง ประกอบกับลักษณะพื้นที่เป็นแพลอยน้ำ จึงประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า ซึ่งส่งผลต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะการเก็บรักษาและแปรรูปปลาที่ทำได้อย่างจำกัด GULF ได้เข้าไปติดตั้งโซลาร์เซลล์บนแพส่วนกลางของหมู่บ้าน ทำให้คนในชุมชนใช้ไฟฟ้าร่วมกันได้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ เสริมศักยภาพการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

น.ส.จารุณี ซ้อนสมบัติ ผู้ใหญ่บ้านปากนาย บอกว่า บ้านปากนายประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้ามานานมาก การมีแพส่วนกลางที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์และเคลื่อนที่ได้จึงตอบโจทย์ชีวิตพวกเราจริงๆ เพราะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนมาใช้งานร่วมกัน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านแปรรูปปลาที่ต้องใช้ไฟฟ้าค่อนข้างมาก และเมื่อมีไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เราสามารถพัฒนาและต่อยอดการทำปลาอบแห้งและการแปรรูปอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตไม่เสียหายง่ายเหมือนเมื่อก่อน สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้า ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และที่สำคัญทำให้การประกอบอาชีพประมงของชาวบ้านปากนายมีความมั่นคง ยืนหยัดได้ด้วยตัวเองในระยะยาว

 ปลุกชุมชนจากความมืด สู่อาชีพสร้างรายได้ยามค่ำคืน

ขณะที่ “บ้านวุ้งกะสัง ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร” ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาทางทิศตะวันตกของเขตอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เป็นชุมชนชาวปกาเกอะญอโบราณที่ตั้งถิ่นฐานมานานนับร้อยปี ปัจจุบันมีชาวบ้านอาศัยอยู่ราว 110 หลังคาเรือน รวมกว่า 357 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และปศุสัตว์เป็นหลัก ด้วยพื้นที่ตั้งของหมู่บ้านที่ล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน ทำให้ระบบไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ยามค่ำคืนต้องจุดเทียนหรือจุดขี้ไต้ บางบ้านมีแผงโซลาร์เซลล์เล็กๆ เพื่อส่องสว่างเท่านั้น

GULF เข้าไปติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโป่งน้ำร้อน–วุ้งกะสัง เพื่อยกระดับสุขภาวะ ความปลอดภัย พร้อมสร้างโอกาสทางการศึกษา และพัฒนาศักยภาพของเด็กก่อนวัยเรียน ขณะเดียวกันไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดยังถูกเชื่อมต่อไปยังส่วนกลางของหมู่บ้าน ทั้งศาลาอเนกประสงค์ และลานกีฬา เพื่อให้เป็นพื้นที่ส่วนรวมสำหรับทุกกิจกรรมของคนในชุมชน

น.ส.ดวงใจ จูมงคล ผู้ใหญ่บ้านวุ้งกะสัง เล่าให้ฟังว่า การที่ GULF เข้ามาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในครั้งนี้ ทำให้ศูนย์กลางของหมู่บ้านกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ตอนนี้เรามีจุดชาร์จไฟสำหรับเครื่องมือทางการเกษตรและอุปกรณ์สื่อสาร กลางคืนมีแสงสว่างที่เพียงพอ กลุ่มแม่บ้านสามารถมารวมตัวกันที่ศาลาส่วนกลางเพื่อทำอาชีพเสริม อย่างการทอผ้าพื้นเมืองและการจักสาน ที่สร้างรายได้เสริมมาจุนเจือครอบครัว แสงไฟนี้จึงเป็นแสงสว่างที่สร้างงาน สร้างอาชีพให้พวกเราอย่างแท้จริง

จากเรื่องราวของทั้ง 3 พื้นที่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังแห่งความเปลี่ยนแปลง เมื่อพลังงานสะอาดเดินทางไปถึง และตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี GULF ไม่ได้มุ่งแค่ส่งมอบอุปกรณ์และเทคโนโลยี หากแต่มุ่งสร้างคุณค่าร่วม โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียนไปแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการของสังคม เพื่อให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุข การศึกษา การสื่อสาร และโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างเท่าเทียม

และเพื่อจุดประกายแสงสว่างให้กับชุมชนอื่นๆ GULF จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสกับโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ด้วยการชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยสามารถเสนอชื่อ และรายละเอียดของพื้นที่ที่ต้องการรับการสนับสนุนจากโครงการได้ตั้งแต่วันนี้–28 สิงหาคม 2569 เท่านั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

GULF x วิศว จุฬาฯ ปลุกพลังนวัตกรรมเยาวชนไทย รับมือวิกฤตโลกรวน ดันไอเดียจาก Green Mission ปี 3 สู่การทดลองใช้จริง

ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในหลากหลายมิติ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้าเปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “Green Mission by Chula x GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 3” ภายใต้แนวคิด “Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา”

นายกฯ หารือ Temasek Trust ผนึกพลังขับเคลื่อน นวัตกรรมพลังงานสะอาด-สาธารณสุข

นายกฯ หารือ Temasek Trust ผนึกพลังภาครัฐ–เอกชน–ภาคการกุศล ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสาธารณสุข มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

กบข.ถอดรหัสกติกาใหม่สู่ ‘ความมั่งคั่ง’ เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว เกมลงทุนต้องเปลี่ยนตาม!

ในวันที่โลกไม่ได้เปลี่ยนแค่ปีต่อปี แต่เปลี่ยนเร็วขึ้นแทบทุกด้าน การวางแผนชีวิตและการเงินจึงไม่อาจใช้สูตรเดิมได้ทั้งหมด เพราะสิ่งที่เคยเป็นเรื่องไกลตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างประเทศ เทคโนโลยีใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ล้วนสามารถเดินทางมาถึงกระเป๋าเงินของผู้คนได้เร็วกว่าที่คิด

GULF ส่งมอบอุปกรณ์ทำความสะอาดและยาสามัญประจำบ้าน มูลค่า 1 ล้านบาท สานต่อภารกิจ 'GULF Care' ช่วยประชาชนฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.

GULF Care ส่งต่อความห่วงใยให้คนไทย’ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนและบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

หลบความวุ่นวายไปทักทายพี่เต่า เช็กอิน 'ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ’

หากใครกำลังมองหาทริปพักผ่อนแบบไปเช้า-เย็นกลับใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้หลีกหนีความเร่งรีบ ได้สูดกลิ่นอายลมทะเลเต็มปอด และได้สัมผัสเรื่องราวดีๆ ต่อใจ “อาทิตย์เอกเขนกฉบับนี้” ขอแนะนำ