
ญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่ง Destination ในฝันของใครหลายๆ คน ด้วยเสน่ห์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร ตลอดจนมิตรไมตรีจากผู้คน ต่างเติมเต็มให้คนที่ได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวได้อย่างพอดิบพอดี ด้วยความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะต้องการช็อปปิ้ง หรือต้องการชื่นชมธรรมชาติ ก็สามารถพบเจอได้อย่างที่ใจต้องการ
วันนี้ อาทิตย์เอกเขนก มีโอกาสได้เหินฟ้าไปประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง และมีโอกาสได้เดินทางออกจากโตเกียวเพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียกว่า สร้างความประทับใจได้อย่างไม่รู้ลืม นั่นคือ เมืองคาวาโกเอะ (Kawagoe) หรือ ลิตเติลเอโดะ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อในจังหวัดไซตามะ เรียกได้ว่าเป็นอีกมิติของการมาญี่ปุ่น ที่หากมีโอกาสสักครั้งก็อยากให้ใครหลายคนได้ลองมาสัมผัส

มาเริ่มทำความรู้จักกับเมืองสุดน่ารักอย่าง คาวาโกเอะ กันหน่อย โดยเมืองนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองเก่าที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ และในปัจจุบันทางการของเมืองนี้ก็ยังคงอนุรักษ์บรรยากาศของความโบราณในอดีตไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมความงดงามในยุคอดีต จนได้รับฉายาว่าเป็น ลิตเติลเอโดะ (Koedo) นั่นเอง
และแน่นอน ย่านที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นชาวญี่ปุ่นหรือชาวต่างชาติ นั่นคือ ย่านเมืองเก่าคุระซุคุริ (Kurazukuri) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นย่านโกดังเก่าสมัยเอโดะ เพราะตามตำนานเล่าขานกันมาว่า ในอดีตเมืองคาวาโกเอะแห่งนี้ได้ถูกใช้ให้เป็นสถานที่ในการกักเก็บเสบียงอาหารเพื่อส่งไปยังเมืองเอโดะหรือโตเกียวในปัจจุบัน ดังนั้นหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าในย่านนี้จะมีโกดังเก่าเรียงรายกันอยู่ค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันโกดังสินค้าเหล่านั้นก็ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นร้านรวง ร้านขายของที่ระลึกไปแล้ว แต่ก็ยังคงความเก่าไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมอยู่ ซึ่งนี่คงถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยี่ยมเยือนได้ฟีลเหมือนกำลังเดินทางย้อนกลับไปเที่ยวเล่นในเมืองเอโดะสมัยเก่าได้อย่างเนียนๆ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของเมืองคาวาโกเอะแห่งนี้ก็คือ หอระฆังคู่บ้านคู่เมือง (Toki no Kene) ซึ่งปัจจุบันหอระฆังแห่งนี้ยังใช้ตีเพื่อบอกเวลา โดยในหนึ่งวันระฆังแห่งนี้จะถูกตีบอกเวลา เรียกได้ว่ายังคงความเป็นเมืองเก่ายุคก่อนเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงามของวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่นในยุคสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี
บรรยากาศสองข้างทางของย่านเมืองเก่าคุระซุคุริเต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นอายของความเป็นเมืองเก่าที่ถูกอนุรักษ์และรักษาไว้ได้เป็นอย่างดี มีตรอกซอกซอยให้นักท่องเที่ยวได้เดินเข้าไปเยี่ยมชม ซึ่งแต่ละจุดก็มีไฮไลต์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น ศาลเจ้าเก่าแก่ หรือแม้กระทั่งร้านขายอาหาร ร้านขายไอศกรีม ร้านขายขนม ตลอดจนร้านขายของที่ระลึก ที่สามารถเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยว นักชิม และนักช็อปได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเดินได้ตลอดเส้นทางไม่มีเบื่อกันเลยทีเดียว

ส่วนของกินขึ้นชื่อที่ไม่อยากให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเยือนเมืองเก่าแห่งนี้ นั่นคือ มันหวาน (Sweet Potato) ซึ่งมีอยู่เยอะแยะมากมายตลอดสองข้างทาง จนแทบจะไม่ต้องแนะนำเลยว่านี่คือของขึ้นชื่อของเมืองสุดน่ารักแห่งนี้ เพราะเรียกได้ว่ามีให้เห็นไม่ขาดจากสายตาเลยทีเดียว ทำให้รู้ได้ทันทีว่า มันหวาน นี่แหละ คือของขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
และ มันหวาน ก็ถูกพรีเซนต์ให้กับนักท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นมันหวานทอดกรอบ มันหวานย่าง มันหวานเชื่อม หรือจะเป็นไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่มาพร้อมกับมันหวานชิ้นโตๆ เรียกได้ว่าว้าวทุกเมนูแน่นอน

ส่วนที่ว่าทำไม มันหวาน จึงกลายเป็นของขึ้นชื่อของเมืองคาวาโกเอะแห่งนี้ นั่นเพราะในสมัยเอโดะเมืองแห่งนี้มีการเพาะปลูกมันหวานเป็นจำนวนมาก และในช่วงนั้นก็มีการส่งผลผลิตมันหวานออกยังเมืองต่างๆ เป็นจำนวนมาก จนมันหวานของคาวาโกเอะเริ่มกลายเป็นที่รู้จักขยายวงกว้างออกไป ทำให้ มันหวาน ถูกยกให้เป็นสินค้าขึ้นชื่อของเมืองคาวาโกเอะตั้งแต่ยุคสมัยเอโดะเป็นต้นมา และด้วยความที่เกษตรกรยังสามารถรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของ มันหวาน ไว้ได้เป็นอย่างดี ทำให้ มันหวาน จึงยังคงได้รับความนิยมไม่ว่าจะจากนักท่องเที่ยวหรือชาวญี่ปุ่นเองเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งไม่เพียงเพราะรสชาติอร่อยจนเป็นเอกลักษณ์ แต่ด้วยราคาที่สามารถจับต้องได้ ทั้งหมดชวนให้ต้องลิ้มลอง มันหวาน ของเมืองคาวาโกเอะสักครั้งหากมีโอกาสได้มาเยือน

ไม่เพียงแค่ของกินและสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้เท่านั้น แต่เมืองคาวาโกเอะแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่าง พิพิธภัณฑ์เทศกาลคาวาโกเอะ ที่ได้บรรจุเรื่องราวความเป็นมาและประวัติศาสตร์ของเทศกาลคาวาโกเอะ ซึ่งจะมีการจัดขึ้นทุกปีในเดือน ต.ค. ไม่เพียงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเทศกาลคาวาโกเอะเท่านั้น ยังมีภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพถ่ายประจำปีให้ได้รับชมอีกด้วย
มนตร์เสน่ห์ที่น่าดึงดูดของ เมืองคาวาโกเอะ หรือ ลิตเติลเอโดะ ยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง สำหรับใครที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย หรืออยากเปลี่ยนอารมณ์ก็สามารถลองแวะมาเที่ยวที่เมืองแห่งนี้ได้ เมืองที่เต็มไปด้วยอารยธรรม ศิลปะ วัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นในยุคเก่า ซึ่งถือเป็นอีกมุมสำหรับการมาท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น กับการสัมผัสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับเมืองแสนเก๋แห่งนี้ ที่นี่ผู้คนยังสามารถรักษาความโบราณให้ยังคงอยู่ จนกลายมาเป็นจุดขายสำคัญที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย

สำหรับการเดินทางมายังเมืองคาวาโกเอะ เมืองเล็กๆ สุดน่ารักในจังหวัดไซตามะก็ไม่ยาก ด้วยเพราะอยู่ไม่ห่างจากโตเกียวมากนัก ประมาณกว่า 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวมาถึงที่นี่ด้วยรถไฟฟ้าภายในเวลาเพียง 30 นาที หรือจะเอาสนุกก็สามารถนั่งรถเมล์มาได้ ด้วยความที่ไม่ห่างจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียวมากนัก ทำให้การเดินทางค่อนข้างสะดวกสบาย เรียกได้ว่ามาจากเมืองใหญ่ก็สามารถสัมผัสความน่ารักแบบยุคเก่าของญี่ปุ่นได้แบบไม่ต้องเคอะเขินได้ภายใน 1 วัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์ ชูจุดแข็ง 'รัฐบาล' เสถียรภาพสูงมาก ไม่หากินผิดกม.
นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม. ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ย้ำจุดแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงมาก ด้าน ‘ทีมโรดโชว์’ ชมเปาะ นโยบายเพิ่มความมั่นใจนักลงทุน
‘SISTORY CAFE’ จากความชอบในกาแฟและซาวโดว์ สู่พื้นที่เล็กๆ ที่อยากให้ผู้คนมาใช้เวลาร่วมกัน
จากความตั้งใจเล็กๆ ของคนทำงานที่อยากมีพื้นที่สำหรับจิบกาแฟ กินขนมปังดีๆ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และได้ใช้เวลากับผู้คน ค่อยๆ เติบโตมาเป็น Sistory cafe
'ชุดไทย' ฟีเวอร์ญี่ปุ่น! แห่ชม CHUD THAI คึกคัก สะดุดตา 'ผ้าไทย x กิโมโน'
ชาวญี่ปุ่น-นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่ชมงาน “CHUD THAI” ที่กรุงโตเกียวคึกคัก “ซาบีดา” เผยชาวญี่ปุ่นสนใจการ
ทัพเทคบอลไทย รีวิวอาหารเอเชียนเกมส์ เจ้าภาพญี่ปุ่นตักให้น้อยมาก
เฟซบุ๊ก Teqball Thailand Inside ของทีมเทคบอลทีมชาติไทย ลงคลิปรีวิวอาหาร ที่ญี่ปุ่น เจ้าภาพเอเชียนเกมส์ 2026 จัดเตรียมไว้ให้ ณ สนามฝึกซ้อมและแข่งขันในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20
‘สุชาร์ มานะยิ่ง’ถอดแนวคิดปั้นแบรนด์Fleen Beauty จากวิกฤตสู่การเติบโต-สร้างระบบแข็งแกร่งสู่120ล้าน
ท่ามกลางตลาดเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท (ข้อมูลจากศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS) พร้อมกับกระแส ‘T-Beauty’ ที่ทำให้ความนิยมในกลุ่มแบรนด์ไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน ‘Fleen Beauty’ (ฟลีน) เป็นหนึ่งในแบรนด์

