SDT Compositesปลุกอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ เมื่อกัญชงและคาร์บอนไฟเบอร์กลายเป็น‘โดรนทหาร’ฝีมือไทย

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วได้ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องมีการปรับตัว เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอากาศยานของไทย กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และการแข่งขันระดับโลก หลายประเทศกำลังเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะในกลุ่มอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ซึ่งกลายเป็นยุทโธปกรณ์สำคัญของโลกยุคใหม่

บริษัท สยามดราย เทค คอมโพสิท จำกัด หรือ SDT Composites หนึ่งในผู้บุกเบิกด้านการพัฒนาและผลิตโครงสร้างอากาศยานคอมโพสิตเกรดอากาศยาน โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ การผลิตภายในประเทศ และการยกระดับอุตสาหกรรมการบินและป้องกันประเทศของไทยให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้

 จากวิกฤตสู่โอกาส

ธนดล ถมยา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SDT Composites เล่าให้ฟังว่า เส้นทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทได้เริ่มต้นจากประสบการณ์ด้านงานวิศวกรรมและอุตสาหกรรมมากกว่า 25 ปี ก่อนที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทต้องมองหาแนวทางธุรกิจใหม่ SDT จึงได้เริ่มศึกษาและวิจัยเทคโนโลยีวัสดุคอมโพสิทเกรดอากาศยาน โดยเฉพาะคาร์บอนไฟเบอร์พรีเพร็ก (Carbon Fiber Prepreg) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีอัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูง และถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการบินชั้นนำของโลก ภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี บริษัทสามารถพัฒนาองค์ความรู้และกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานสูง จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างคอมโพสิตเกรดอากาศยานของประเทศไทย

สำหรับการพัฒนาของ SDT Composites ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยชั้นนำของประเทศ อาทิ ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MPAD)  สถาบันเหล่านี้ช่วยสนับสนุนทั้งการทดสอบวัสดุ การวิเคราะห์โครงสร้าง และการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับอุตสาหกรรมการบิน

ก้าวสู่การพัฒนา UAV Military Grade

ธนดล เล่าอีกว่าในขณะที่ตลาด UAV เชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่ใช้วัสดุไฟเบอร์ทั่วไป SDT Composites เล็งเห็นความจำเป็นของโครงสร้างที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และมีความทนทานสูงสำหรับภารกิจด้านความมั่นคง บริษัทจึงมุ่งพัฒนาโครงสร้างอากาศยานไร้คนขับโดยใช้วัสดุคอมโพสิตเกรดอากาศยาน เพื่อรองรับการใช้งานในภารกิจที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง

หนึ่งในโครงการสำคัญคือ การพัฒนาอากาศยานไร้คนขับทางทหาร “MARCUS-B” ร่วมกับกองทัพเรือไทย ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 โดยโครงการดังกล่าวได้ผ่านการพัฒนาและทดสอบภาคสนามอย่างต่อเนื่อง และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศที่สามารถลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

มุ่งสู่อุตสาหกรรมระดับโลก

ปัจจุบัน SDT Composites ได้ขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และพันธมิตรภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมพัฒนาอากาศยานไร้คนขับประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับแบบขึ้น-ลงแนวดิ่ง (VTOL Fixed-Wing UAV)

นอกจากนี้ บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมด้านกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการจากพันธมิตรต่างประเทศ ซึ่งมีแผนขยายกำลังการผลิตในระดับอุตสาหกรรม และนำระบบ AI ระบบควบคุมการบิน และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาผสานกับแพลตฟอร์มอากาศยานที่พัฒนาในประเทศไทย แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยที่สามารถก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานด้านอากาศยานและเทคโนโลยีป้องกันประเทศระดับโลกได้อย่างแท้จริง

นอกเหนือจากคาร์บอนไฟเบอร์เกรดอากาศยาน SDT Composites ยังศึกษาและพัฒนาวัสดุทางเลือกจากทรัพยากรภายในประเทศ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ หนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจคือ การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเส้นใยจากพืชเศรษฐกิจ เช่น กัญชง มาพัฒนาเป็นวัสดุคอมโพสิตสำหรับงานอุตสาหกรรมและอากาศยานในอนาคต โดยมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรภายในประเทศและสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมใหม่ให้แก่ประเทศไทย

rpt

ธนดล ยังได้ย้ำว่า SDT เตรียมนำเสนอศักยภาพด้านการผลิตอากาศยานไร้คนขับและเทคโนโลยีคอมโพสิตขั้นสูง โดยไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงอากาศยานไร้คนขับรุ่น ZF410 พร้อมการเปิดเผยโครงสร้างภายในของอากาศยาน และนำเสนอแนวทางการผลิตอากาศยานไร้คนขับแบบอุตสาหกรรม (Industrialized UAV Manufacturing) ซึ่งมุ่งสู่การรองรับการผลิตจำนวนมากภายในประเทศ เพื่อสร้างขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมการบินแห่งอนาคต  เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นกระบวนการออกแบบและการผลิตที่ใช้วัสดุคอมโพสิตเกรดอากาศยานอย่างใกล้ชิด ในงาน DronTech Asia 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Café Amazon Experience Flagship Store Ari พิกัดใหม่ใจกลางอารีย์ผสานทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว

หากเราคุ้นเคยกับภาพจำของคาเฟ่ อเมซอน ในฐานะ “ร้านกาแฟระหว่างทาง” ยามเดินทาง แต่ถึงเวลาแล้วที่จะได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะวันนี้แบรนด์กาแฟสัญชาติไทยได้ยกระดับสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งใหม่” (Destination) ใจกลางเมือง ด้วยการเปิดตัว

‘สุวิชาณ สุระบาล’จากคนสร้างทาง...สู่บทบาทใหม่วางแผนนโยบายคมนาคมไทย

หากพูดถึงเส้นทางชีวิตราชการของ “สุวิชาณ สุระบาล” รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หลายคนอาจคุ้นภาพของวิศวกรและนักบริหารที่คลุกคลีกับงานก่อสร้างถนนและโครงสร้างพื้นฐานมา

40 ปี Five Star เปิดเกมใหม่ ยกระดับแฟรนไชส์ รับลูกค้าทุกช่วงวัย-สยายปีกตลาดต่างประเทศ

หากพูดถึงธุรกิจอาหารที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 40 ปี Five Star คือหนึ่งในชื่อที่หลายคนคุ้นเคยกับเมนูในความทรงจำอย่าง “ไก่ย่างห้าดาว” ที่มักจะมาพร้อมภาพจำเดิมอย่างซุ้มไก่ย่างหน้าปากซอยหรือ

ญี่ปุ่น 2 โลก : OvertourismVSเมืองร้าง วิกฤตสองด้านของญี่ปุ่นยุคใหม่ในวันที่ความนิยม(กำลัง)สร้างปัญหา!?!?

ญี่ปุ่น ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปสัมผัสวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละเมืองอย่างไม่ขาดสาย

เช็กอิน 4 พิกัดฮอกไกโด เที่ยวครบสูตรจากความสงบ สู่สถาปัตยกรรมสุดอาร์ตและวิวพันล้าน

ถ้าพูดถึง ฮอกไกโด (Hokkaido) หลายคนอาจจะนึกถึงภาพหิมะปุยๆ หรือทุ่งลาเวนเดอร์กว้างไกลสุดตาใช่ไหม? แต่จริงๆ แล้ว เกาะทางเหนือของญี่ปุ่นแห่งนี้ยังมี “หมุดหมาย” อีกหลายจุดที่ผสมผสานทั้งสายมู สายอาร์ต และสายชมวิวเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

40ปีEMSส่งด่วนออริจินัล จากยุคจดหมายสู่เศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซ

บริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษในประเทศ (Domestic Express Mail Service) หรือที่เรียกกันติดปากว่า EMS เปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2529