
หากพูดถึงหนึ่งใน สส.ของพรรคภูมิใจไทย ที่เติบโตจากการลงพื้นที่แบบ “ถึงลูกถึงคน” ชื่อของ "สส.แนน" อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ คงเป็นชื่อที่หลายคนใน จ.ศรีสะเกษ รู้จักกันดีเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจ้าตัวแทบไม่เคยห่างจากชาวบ้าน ทั้งงานบุญ งานศพ งานประเพณี งานเดือดร้อน หรือแม้แต่วงพูดคุยเล็กๆ ตามหมู่บ้าน โดยมีข้อมูลว่าในหนึ่งปีลงพื้นที่พบปะประชาชนไม่ต่ำกว่า 3,000 งาน จนกลายเป็นนักการเมืองที่เข้าถึงง่าย และอยู่กับชาวบ้านจริงๆ
เส้นทางการเมืองของ "สส.แนน" ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องผ่านทั้งสนามเลือกตั้งที่ดุเดือดของพื้นที่ดงเสื้อแดง รวมถึงกระแสโจมตีทางการเมืองในช่วง “ไล่หนูตีงูเห่า” แต่สุดท้ายก็ยังสามารถฝ่ามรสุมเหล่านั้น และชนะเลือกตั้ง สส.ได้ต่อเนื่อง 3 สมัย ตั้งแต่ปี 2562 ว่ากันว่าหากมีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อใด ให้นับ 1 เก้าอี้ของ “สส.แนน” ให้พรรคสีน้ำเงินได้ก่อนประกาศผลเลือกตั้งเลยทีเดียว
จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากภายในพรรคภูมิใจไทยจะมองเห็นศักยภาพ และมอบตำแหน่งสำคัญอย่าง “ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ” หรือ กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ให้รับผิดชอบ
แม้รอบนี้ชื่อจะยังไม่ถูกวางในโผรัฐมนตรี “หนู 2” แต่ตำแหน่งประธาน กมธ.ป.ป.ช.ก็ถือเป็นอีกเวทีสำคัญ ที่สะท้อนว่าพรรคยังให้ความไว้วางใจ และพร้อมผลักดันให้ทำงานใหญ่ในฝ่ายนิติบัญญัติ และทันทีที่ได้รับตำแหน่ง "สส.แนน" ในฐานะ สส.ศรีสะเกษ เขต 8 ก็เริ่มทำงานแบบไม่รอช้า เปิดช่องทางรับร้องเรียนจากประชาชน ทั้งทางไปรษณีย์ ออนไลน์ และการยื่นเรื่องด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบปัญหาทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม
นี่อาจเป็นสไตล์การทำงานแบบคนพื้นที่ ที่รู้ดีว่า “ความเดือดร้อนของชาวบ้านรอไม่ได้” อีกสีสันหนึ่งที่หลายคนพูดถึง คือใบหน้าของ สส.แนน ที่มีความคล้ายกับ "นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล" จนบางครั้งเวลาเดินทางไปพื้นที่ยังมีประชาชนทักผิดอยู่บ่อยครั้งแต่เหนือกว่าความหน้าคล้าย คือแนวทางการเมืองที่เน้นเข้าหาประชาชน ลงพื้นที่หนัก และสร้างฐานความเชื่อมั่นจากผลงานจริง
จากนี้จึงน่าสนใจว่า บทบาทใหม่ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. ของ “สส.แนน” จะสามารถเปลี่ยนเสียงสะท้อนของประชาชน ให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนในการตรวจสอบทุจริตได้มากน้อยแค่ไหน
แต่ที่แน่ๆ เก้าอี้ตัวนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หากเป็น “รางวัล” ของคนทำการเมืองติดดิน ที่ประชาชนยังคงไว้วางใจเสมอมา.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเคียงข้าง
จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคมนี้ ที่จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวิกฤตนี้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่ “รัฐมนตรีท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งเตรียมแผนฟื้นฟูและมาตรการพรึ่บเพื่อรองรับไว้แล้ว
แม่พระของ ‘ช้าง’
ปิดทองหลังพระมาโดยตลอด แต่ปิดอย่างไรก็มีคนเห็น เพราะสิ่งที่ หนูนา–กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และประธานมูลนิธิบรรหาร–แจ่มใส ศิลปอาชา ทำให้กับชาวช้าง มันมากเสียเหลือเกิน
ไม่ทิ้งเด็ก กยศ.
แว่วเสียงถอนหายใจยาวของเหล่านิสิตนักศึกษาที่เคยมืดแปดด้านเรื่องทุนการศึกษา บัดนี้กลับมีรอยยิ้มและแสงสว่างแห่งความหวังฉายชัดขึ้นอีกครั้ง
ยอมโดนด่า ใจแลกใจ
ลุยน้ำท่วมรอบนี้ไม่หมูอย่างที่คิด สำหรับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควงทีมงานลงไปเหยียบน้ำท่วมดูทุกข์ชาวบ้านย่านแฟลตคลองจั่น
‘แพลนนิ่ง’
ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการพิจารณารายงานศึกษาเรื่องที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณา เสร็จแล้ว
ไม่ทิ้งชาวบ้าน
จากสถานการณ์น้ำท่วมสู่ขั้นวิกฤตในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง กระทบการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน

