โลกเปลี่ยนต้องปรับตัว

สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ได้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก และยังทำให้การค้าโลกในยุคปัจจุบันกำลังเผชิญกับการพลิกโฉมครั้งใหญ่ ขับเคลื่อนด้วยภูมิรัฐศาสตร์ที่แบ่งขั้ว เทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด และวิกฤตสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้บีบให้ประเทศต่างๆ รวมถึงผู้ประกอบการไทยต้องปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และปรับตัวรับกฎเกณฑ์การค้าใหม่เพื่อความอยู่รอด ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยสะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน โดยเฉพาะในมิติการค้าโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น วิกฤตหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดทางการค้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนโลจิสติกส์ และกฎกติกาใหม่ของโลก สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้อง “คิดใหม่ ทำใหม่” เพื่อให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในบริบทใหม่

หนึ่งในความเสี่ยงสำคัญคือภาวะอากาศสุดขั้ว โดยเฉพาะปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญที่อาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรของไทย ขณะเดียวกัน ต้นทุนค่าขนส่ง ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และระยะเวลาการขนส่งที่ยาวนานขึ้นราว 15-20% ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ส่งออกและ SMEs

ในด้านเศรษฐกิจไทย ไตรมาสแรกของปี 2569 GDP ขยายตัว 2.8% ซึ่งถือว่าดีกว่าที่คาดไว้ และต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ขยายตัว 2.5% สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยมีแรงส่งมาถึงปีนี้ โดยเฉพาะจากการลงทุนและการส่งออกโดยขยายตัวได้มากกว่า 10% ขณะที่การส่งออกก็ขยายตัวได้ดี ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งส่งออกสินค้าก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่เมื่อลงไปดูในรายละเอียดจะพบว่า การเติบโตยังไม่ได้กระจายลงสู่ฐานรากอย่างทั่วถึง การลงทุนจำนวนมากอยู่ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น AI เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตประเทศ แต่รายได้และโอกาสยังไม่กระจายไปถึงประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กมากนัก

ศุภจี ย้ำว่า เศรษฐกิจไทยจึงกำลังเผชิญภาวะเติบโตแบบ K-Shape หรือเศรษฐกิจสองขั้ว คือ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ยังเติบโตได้ดีและขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ SMEs และผู้ประกอบการรายกลางรายเล็กยังฟื้นตัวได้ช้า หรือบางส่วนยังไม่สามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคง

เนื่องจากการส่งออก ไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัว 17.6% และในเดือนเมษายนขยายตัวสูงถึง 23% แต่หากแยกดูในรายละเอียดจะพบว่า การเติบโตส่วนใหญ่ หรือประมาณ 80-90% มาจากบริษัทขนาดใหญ่ ในขณะที่ประเทศไทยมีผู้ประกอบการส่งออกที่ขึ้นทะเบียนกว่า 30,000 ราย โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่ประมาณ 7,000 ราย ที่เหลือเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก แต่สามารถสร้างรายได้จากการส่งออกได้เพียงประมาณ 17-20% เท่านั้น

สิ่งนี้สะท้อนว่าการเติบโตของภาคส่งออกไทยยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ SMEs ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจ้างงาน ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาด เทคโนโลยี เงินทุน และเครื่องมือในการแข่งขันระดับสากล อีกทั้งยังมีการนำเข้าที่ก็เพิ่มขึ้นมากกว่า ทำให้ไทยยังมีภาวะขาดดุลการค้า โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพื่อใช้ในการผลิตและส่งออกต่อ ดังนั้นโจทย์สำคัญคือ ประเทศไทยจะเพิ่มสัดส่วน Local Content หรือการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และการผลิตภายในประเทศให้มากขึ้นได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม SMEs ไทยมีสัดส่วนรายได้ต่อเศรษฐกิจประเทศประมาณ 35% มาเป็นเวลานาน ดังนั้นต้องทำให้ SMEs สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และมีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับ SMEs โดยพัฒนาทักษะของ SMEs ให้สามารถปรับตัวต่อโลกการค้าใหม่, หาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้าถึงแหล่งเงินทุน นำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดเป็นเครื่องมือทางการเงิน และการเพิ่ม Local Content และยกระดับ SMEs ผ่านเวทีการค้า

 “ปัจจุบันภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก การเจรจาการค้าจึงต้องใช้ความรอบคอบสูง เพราะการดำเนินนโยบายกับประเทศหนึ่งอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์กับอีกประเทศหนึ่ง “ศุภจี” กล่าว พร้อมย้ำว่า การดึงดูดการลงทุนและการเจรจาการค้าไม่สามารถทำโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

เพราะ “โลกเปลี่ยนไปแล้ว และไทยต้องปรับตัวให้ทันกับโลกปัจจุบันให้ได้”.

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โอกาสใหม่ของแรงงานSilver Age 50+

ในวันที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่ยุคผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว “การดูแล" กำลังกลายเป็นหนึ่งในบริการที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ท่ามกลางตัวเลือกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คำถามที่ยังค้างอยู่ในใจของลูกหลานจำนวนไม่น้อยคือ “คนที่มาดูแล...คือใคร?” “ไว้ใจได้แค่ไหน?” เพราะการดูแลผู้สูงวัย ไม่ใช่เพียง “บริการ” แต่คือ “ความสบายใจ” ของทั้งครอบครัว

‘บ้านผู้สูงวัย’กับโจทย์สังคมไทย

เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ผู้สูงอายุจะมีชีวิตยืนยาวขึ้นอย่างไร” แต่คือ จะใช้ชีวิตอย่างไรในวันที่ต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น ท่ามกลางโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป

ประชุมกพอ.นัดแรกยังดันอีอีซีต่อ

ถ้าไม่ตามข่าวเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หลายคนอาจจะคิดว่าโครงการ EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) เงียบหายไปหรือเปล่า? แต่ล่าสุดเขามีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญอีกครั้งในปีนี้

สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

รัฐบาลได้เดินหน้ายกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยทั่วประเทศอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานด้าน ความมั่นคงทุกภาคส่วน ทั้งระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับประเทศ

Speed Economy เร่งเกมเศรษฐกิจไทย

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคปรับจาก “ค้นหา-เปรียบเทียบ” ไปสู่ “ดู-เชื่อ-ซื้อ” ในเวลาไม่กี่วินาที ส่งผลให้กลไกการแข่งขันในอีคอมเมิร์ซ การตลาดและการสร้างรายได้ของคนทำงานยุคใหม่ต้องขับเคลื่อนด้วยความเร็วควบคู่กับความเชื่อมั่นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

‘ยิ่งทำงานหนัก ยิ่งคิดก่อนใช้เงิน’

ท่ามกลางค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่ ผู้บริโภคไทยจำนวนมากกำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการใช้เงิน จากเดิมที่มองหาราคาและโปรโมชัน ไปสู่การประเมิน “ความคุ้มค่าในระยะยาว” เพื่อสร้างเสถียรภาพทั้งด้านชีวิตและการเงินในอนาคต