BKS(บขส.)อัปเกรดให้บริการ

ท่ามกลางความต้องการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบขนส่งสาธารณะของไทยกำลังเร่งยกระดับคุณภาพการให้บริการ ทั้งด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และมาตรฐานของรถโดยสาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ ล่าสุด บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) หรือ บขส. เดินหน้าปรับโฉมการเดินทางระหว่างจังหวัด ด้วยการนำรถโดยสารรุ่นใหม่เข้ามาให้บริการในหลายเส้นทาง พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ทันสมัย สะดวก และตอบโจทย์ผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลบริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) หรือ บขส. ระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม

โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม เชื่อมโยงขนส่งทุกระบบของประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีการคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสให้ประชาชนทุกระดับเข้าถึงบริการได้ทุกพื้นที่ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งนำมาสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

ล่าสุด บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) ครบรอบปีที่ 96 ได้ประกาศมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ควบคู่กับการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนสำหรับระบบโดยสารสาธารณะ เพื่อลดมลพิษในอากาศ แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และลดการพึ่งพาการใช้น้ำมัน โดยให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดหารถโดยสารสาธารณะระบบ EV เพื่อทดแทนรถโดยสารที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในระบบสันดาป เพิ่มทางเลือกให้บริการประชาชน และสอดคล้องแผนของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2593

นอกจากนี้ ต้องยกระดับความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะของบริษัทและรถร่วมฯ ให้มีความสมบูรณ์ ปลอดภัย สะดวก และสะอาดอยู่เสมอ โดยคำนึงถึงบริการที่สร้างความปลอดภัยอันสูงสุดต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งปัจจุบันรถโดยสารของ BKS ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานรถโดยสารสาธารณะ (Q-Bus) จากกรมการขนส่งทางบกแล้ว ทำให้สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้ประชาชนในการเดินทางมากขึ้น รวมถึงพัฒนาสถานีขนส่งผู้โดยสารให้ทันสมัย รองรับการเดินทางและการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร ก้าวสู่การเป็นองค์กรผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย มีมาตรฐาน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชนอย่างยั่งยืน

ด้าน นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ BKS กล่าวว่า ในวาระครบรอบ 96 ปี BKS ได้ยกระดับบริการระบบขนส่งสาธารณะ และสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โดยได้จัดหารถโดยสารใหม่ จำนวน 311 คัน เพื่อนำมาให้บริการประชาชนในทุกเส้นทางเรียบร้อยแล้ว

เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน บริษัทได้รับรองมาตรฐานรถโดยสารสาธารณะ (Q-Bus) จากกรมการขนส่งทางบก จำนวน 12 เส้นทางที่ให้บริการทั่วประเทศ เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ และกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ โดยได้ผ่านการตรวจหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินรถโดยสารสาธารณะ จำนวน 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านองค์กร 2.ด้านการปฏิบัติงาน 3.ด้านยานพาหนะ 4.ด้านพนักงาน และ 5.ด้านความปลอดภัย ซึ่งรถโดยสารของ BKS ที่ได้ผ่านการประเมินจะได้รับเครื่องหมาย “Q-Bus” อีกด้วย

บริษัทจะทยอยนำรถโดยสารเข้าร่วมโครงการ Q-Bus ให้ครบทุกคันและทุกเส้นทาง เพื่อยกระดับบริการรถโดยสารสาธารณะ ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารเดินทางสะดวกและมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ให้บริการ BKS Express รับ-ส่งพัสดุภัณฑ์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงง่ายและครอบคลุมทุกพื้นที่ ช่วยเพิ่มรายได้ให้องค์กร ขณะเดียวกันยังเปิดให้บริการแอปพลิเคชัน “BKS E-Ticket” เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ รองรับการใช้งานทุกที่ ทุกเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องเดินทางมาซื้อตั๋ว ณ ช่องจำหน่ายตั๋วของ BKS และเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้โดยสาร

ดังนั้น ขอเชิญชวนประชาชนใช้บริการแอปพลิเคชัน BKS E-Ticket เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ รองรับการใช้งานทุกที่ ทุกเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องเดินทางมาซื้อตั๋วโดยสาร ณ ช่องจำหน่ายตั๋วของ BKS และเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้โดยสาร ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดแอปกว่า 45,000 ครั้ง เนื่องจากแอปช่วยอำนวยความสะดวกในการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าของรถโดยสาร BKS ทั้งเส้นทางภายในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศ ไทย-สปป.ลาว รวมมากกว่า 76 เส้นทาง

สำหรับแอป “BKS E-Ticket” มีขั้นตอนการใช้งาน ประกอบด้วย ผู้โดยสารสามารถค้นหาเส้นทางเดินรถ เลือกเที่ยวรถ และเลือกที่นั่งได้ด้วยตนเอง พร้อมชำระเงินผ่านระบบออนไลน์หลากหลายช่องทาง อาทิ บัตรเครดิต/เดบิต โมบายแบงกิ้ง และ QR Code โดยผู้โดยสารจะได้รับตั๋วโดยสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) ซึ่งสามารถแสดงผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้เดินทางได้ทันที.

 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พร้อมรับมหกรรมพืชสวนโลก

ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ปี 2569–2570 จะได้รับความสะดวกมากขึ้นจากการเตรียมความพร้อมระบบคมนาคมขนส่งแบบบูรณาการ

อสังหาฯพลิกเกมเพิ่มทางรอด

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ต้องเผชิญกับปัจจัยลบมากมาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อถดถอย ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

Human-madeโอกาสสร้างมูลค่าธุรกิจ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการแข่งขันของธุรกิจ ทำให้หลายอย่างเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากการซื้อสินค้าที่เคยต้องเดินทางไปหา สู่การกดสั่งผ่านโทรศัพท์ จากข้อมูลที่เคยต้องใช้เวลาค้นหา สู่คำตอบที่ได้ภายในไม่กี่วินาที จนถึงการสร้างภาพ เขียนข้อความ และผลิตคอนเทนต์ที่ใช้เวลาน้อยลงกว่าที่เคย

‘ละครแนวตั้ง’โอกาสใหม่ศก.ครีเอทีฟ

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทำให้ ‘อุตสาหกรรมสื่อ’ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับเวลา สถานที่ หรือช่องทางการรับชมแบบเดิมอีกต่อไป

PDP 2026 จุดเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน

แนวทางการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 กำลังเปลี่ยนกรอบแนวคิดด้านพลังงานของประเทศ จากเดิมที่เน้นเพียงความมั่นคงและราคาถูกบนฐานฟอสซิล ไปสู่การชู "พลังงานสะอาด" เป็นแต้มต่อทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) และคลื่นการลงทุนระลอกใหม่อย่าง Data Center และ AI

โค้งสุดท้ายท่องเที่ยวไทย

สถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดน่าน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการ ทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ และการเยียวยาความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการเยียวยาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน และไม่ปล่อยให้ผู้ประสบภัยต้องรอการช่วยเหลือเป็นเวลานาน