
บรรยากาศการเปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ที่ผ่านมา บอกเลยว่าคึกคักสมการรอคอย บรรดาผู้สมัครต่างงัดกลเม็ดเด็ดพรายมาเรียกเรตติงกันชุดใหญ่ แต่ที่กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์จนต้องเอามาซุบซิบกัน คงหนีไม่พ้นควันหลงวันจับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ที่งานนี้มีคน "ตกขบวน" รอบแรกไปอย่างน่าเสียดาย
สปอตไลต์ดวงใหญ่พุ่งไปที่ "เจ๊ติ่ง" ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หญิงแกร่งที่เกือบจะส้มหล่นได้ร่วมลุ้นเบอร์มงคลในรอบแรกกับเขาอยู่แล้วเชียว แต่ไหงกลับต้องมานั่งรอต่อคิวรอบหลังจนได้ “เบอร์ 14” ไปครอง ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่าเจ้าตัว "มาสาย" จนชวดจับสลากร่วมกับผู้สมัครบิ๊กเนมคนอื่นๆ งานนี้ทำเอาเจ้าตัวอยู่เฉยไม่ได้ ต้องรีบออกมาเคลียร์คัตชัดทุกประเด็นให้หายแคลงใจ
เรื่องนี้ ดร.มัลลิกา ชี้แจงแบบเคลียร์ๆ ชนิดไม่ต้องตีความว่า ตนไม่ได้มาสายเพราะตื่นสายหรือรถติดแต่อย่างใด แต่เหตุการณ์จริงมันเกิดจากความ "ใจดี" และสปิริตแรงกล้า โดยเล่าว่าก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมดันโดนทัพสื่อมวลชนรุมล้อมขอสัมภาษณ์เปิดใจ ไอ้เราก็คนกันเอง ไม่อยากปฏิเสธให้เสียน้ำใจ เลยจัดให้ไปชุดใหญ่ ผลลัพธ์คือบริหารเวลาพลาดไปเพียงแค่ "30 วินาที" เท่านั้น ประตูห้องลุ้นจับสลากเลยปิดลงตรงหน้าอย่างเป็นทางการ
ถึงจะพลาดฤกษ์ดีไป แต่ระดับ ดร.มัลลิกา เสียอย่าง ไม่มีมานั่งตีโพยตีพายให้เสียรังวัด เจ้าตัวพ้อเบาๆ แค่เรื่องการบริหารเวลาที่คลาดเคลื่อนไปนิดเดียว พร้อมย้ำเสียงดังฟังชัดว่า "ไม่คิดโทษใครทั้งนั้น" ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือพี่น้องสื่อมวลชนที่รุมล้อม ชี้ให้เห็นมุมบวกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ร้ายแรง ไม่ได้คอขาดบาดตายหรือส่งผลกระทบอะไรกับชีวิตเลยสักนิด การเมืองยุคใหม่ต้องใจกว้างเป็นมหาสมุทร
นี่คือการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเป็นคุณสมบัติของนักการเมืองระดับเซียน เพราะกลายเป็นว่าการได้ “เบอร์ 14” แบบนอกรอบ กลับทำให้เธอโดดเด่นเด้งดึ๋งขึ้นมาเหนือน่านน้ำ เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากปนขำว่า
"มีใครไม่รู้ไหมว่า ดร.มัลลิกาได้เบอร์ 14 ก็รู้จากข่าวที่เขาเอาไปขยี้กันนี่แหละ"
แถมหยอดมุกเด็ดทิ้งท้ายให้คนกรุงได้อมยิ้มว่า ณ เวลานี้ คนทั้งเมืองรู้หมดแล้วว่าเธอคือ "ผู้หญิงคนเดียว" ในกระดานนี้ที่พร้อมลุย แถมยังได้เบอร์จำง่ายชนิดที่เดินไปทางไหนคนก็ร้องอ๋อ ยินดีต้อนรับสู่โหมด "14 อีกครั้ง" กันทั้งเมือง.
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เราอย่าได้หวัง’
เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาวาระญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์)
ถก‘คสช.’
อยู่ในช่วงลุยทำงานกันขะมักเขม้นสำหรับ “รัฐบาลอนุทิน 2” โดยเฉพาะ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่มีภารกิจและวาระการประชุมขับเคลื่อนงานด้านต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
‘รมต.ก็ต้องต่อคิว’
ขึ้นชื่อเรื่องของ “ปากท้อง” และ “ของอร่อย” ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ การได้กลับบ้านเกิดไปหาของอร่อยรับประทาน ย่อมเป็นความสุขสุดยอดของทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งระดับ “รัฐมนตรี”
ยกโมเดลอังกฤษ
นอกจากทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายให้รัฐบาลแล้ว "อ.ปกรณ์ นิลประพันธ์" รองนายกรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังมักนำเสนอความรู้ด้านกฎหมายผ่านเฟซบุ๊ก "ปกรณ์ นิลประพันธ์ - Pakorn Nilprapunt" อย่างต่อเนื่อง
นาทีชีวิต
การเมืองไทยเมื่อไม่นานนี้ข่าวจับจ้องไปที่ "บิ๊กสุริยะ" สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ทำเอาคนในทำเนียบรัฐบาลและข้าราชการซอยราชดำเนินใจหายใจคว่ำกันเป็นแถว เมื่อจู่ๆ
‘ระวังเก้าอี้ลื่น’
เริ่มต้นสัปดาห์ที่มีการประชุมวุฒิสภาตามปกติในเช้าวันจันทร์ ซึ่งแต่ละฝ่ายได้ทำงานให้เต็มที่ เหล่า สว.ก็เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภาทั้ง 2 คน ได้ผลัดเปลี่ยนทำหน้าที่กัน


