
อย่างที่เคยว่าๆ ไว้แล้วนั่นแหละว่า...การปะทะ ขัดแย้ง ที่จะนำมาสู่ จุดเปลี่ยน นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังอุบัติขึ้นมากับโลกทั้งโลก เอาไป-เอามาแล้ว...มันออกจะเกี่ยวข้อง พัวพัน กับเรื่อง ความดี-ความชั่ว นั่นแหละเป็นหลักใหญ่ ไม่ได้เป็นเพราะความแตกต่างในเรื่อง แนวคิด เรื่องอุดมการณ์-อุดมคติ เหมือนอย่างยุค สงครามเย็น ที่เคยทำให้ เสรีนิยม กับ สังคมนิยม หรือ ประชาธิปไตย กับ คอมมิวนิสต์ ต้องกลายเป็นศัตรู-คู่อาฆาต เป็น ฝ่ายตรงข้าม ชนิดไม่มึง-ก็กู มีอันต้องตายลงไปข้าง!!!
แต่สิ่งที่กำลังทำให้ มหาอำนาจคู่แข่ง อย่างจีนคอมมิวนิสต์ เป็นอะไรที่ดูดีกว่ามหาอำนาจแห่งเสรีประชาธิปไตย หรือมหาอำนาจสูงสุดอย่างคุณพ่ออเมริกา อย่างเห็นได้โดยชัดเจน ไม่ว่าโดย ผลสำรวจ ความคิดจากสำนักโพลไหนๆ ก็แล้วแต่ ไปๆ-มาๆ...มันคงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความเป็นคอมมิวนิสต์-ไม่คอมมิวนิสต์ เผด็จการ-ไม่เผด็จการใดๆ อีกต่อไปแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับความถูกต้อง-เป็นธรรม ความมีศีล-มีธรรม ความเป็นฝ่ายธรรมะ-หรือฝ่ายอธรรม นั่นแหละเป็นสำคัญ ชนิดส่งผลให้ประเทศประชาธิปไตยอย่างอเมริกา ที่อยู่ภายใต้อำนาจ บารมี ของ ทรัมป์บ้า กลายเป็นอะไรที่ บ้า...ไปแล้ว!!! เป็นสิ่งที่ไม่อยู่ในร่องในรอย เชื่อไม่ได้-ไว้ใจไม่ได้ แถมยังเต็มไปด้วยความโกหก พกลม ปลิ้นปลอกหลอกลวง เห็นแก่ตัว แก่ประโยชน์ส่วนตัว ตามแบบฉบับ America First จนโลกทั้งโลกมีอันต้องทรหวลปั่นป่วนคลั่งตามไปด้วยอย่างช่วยอะไรไม่ได้...
ไม่ต่างอะไรไปจาก...อิหร่านกับอิสราเอลที่เป็น ศัตรู-คู่กัด กันมาโดยตลอด แต่ภายใต้ความเป็น รัฐอิสลาม ของอิหร่าน ที่เคยถูกมองว่าเป็นรัฐก่อการร้าย รัฐอันธพาล รัฐแห่งการกดขี่บีฑาไร้สิทธิ-เสรีภาพในหมู่ประชาชน จนต้องร่วมหาทางขจัดกวาดล้าง ตลอด 47 ปีนับจากการปฏิวัติ ต้องต่อต้าน คัดค้าน แซงก์ชัน กดดัน บีบบังคับ ไม่ว่าทางหนึ่ง-ทางใดอย่างเป็นระบบและกิจการ ต่างไปจากอิสราเอลที่ไม่เพียงเป็น รัฐประชาธิปไตย แถมยังเป็นอะไรที่น่าเห็นอก-เห็นใจ น่าสงสาร อันเนื่องมาจากการถูกเข่นฆ่า ล้างผลาญ โดยพวก นาซี เมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังนั้น...ไม่ใช่แค่มหาอำนาจสูงสุดอย่างคุณพ่ออเมริกา ที่ต้องคอยอุ้มชู ดูแล แต่บรรดาประเทศเสรีประชาธิปไตยทั้งหลาย ยังพร้อมที่จะประคับประคอง พร้อมจะกระชับสัมพันธภาพให้แน่นเหนียว หนึบหนับ อย่างไม่คิดลังเลใดๆ เอาเลยก็ว่าได้...
แต่ก็เพราะด้วย ความชั่ว ของรัฐบาลอิสราเอล ของพวก Zionist ที่ค่อยๆ ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าความเหี้ยม ความโหด ความห้าว ความถ่อย ฆ่าเด็ก ฆ่าผู้หญิง คนแก่-คนชรา พลเรือนผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อย่างไร้ความเมตตา สงสาร เอาเลยแม้แต่น้อย ไม่ต่างอะไรไปจากพวก นาซี ที่เคยทำบาป หยาบช้า กับตัวเองมาก่อน เลยส่งผลให้ประเทศที่อยู่ ฝ่ายตรงข้าม อย่างอิหร่าน กลายเป็นอะไรที่ดูดีไปโดยปริยาย ความเป็นรัฐอิสลามที่แท้จริง...ถูกนำมาอธิบายถึงความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ความเสียสละ และการยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของประเทศ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ โดยแทบไม่ต้องเสียเวลาไปฟังข้อกล่าวหา หรือการใส่ร้ายป้ายสี โดยบรรดา สื่อตะวันตก ให้ต้องเมื่อยหู หูดับ หูชา อีกต่อไป...
อันนี้นี่แหละ...ที่น่าจะถือเป็นเครื่องพิสูจน์ ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า จุดเปลี่ยน หรือสิ่งที่กำลังนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงภายในอนาคตเบื้องหน้า ก็คือเรื่อง ความดี-ความชั่ว นั่นแหละเป็นหลักใหญ่ ชนิดไม่ว่าระบบ ระบอบ ไม่ว่าจะปกครอง ดูแล กันในลักษณะไหน? ประชาธิปไตย-ไม่ประชาธิปไตย เผด็จการ-ไม่เผด็จการ คอมมิวนิสต์-ไม่คอมมิวนิสต์ ฯลฯ ท้ายที่สุดแล้ว...สิ่งอันเป็นที่ปรารถนาและต้องการสำหรับใครก็ตาม ก็คือความถูกต้อง-เป็นธรรม หรือ คุณธรรม-ศีลธรรม นั่นแหละถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด...
ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าจะก้าวหน้า-ไม่ก้าวหน้า ล้าหลัง-ไม่ล้าหลัง ไม่ว่าไดโนเสาร์หรือกิ้งก่า อนุรักษนิยมหรือเสรีนิยม ต่างไม่ได้ถือเป็นเรื่องหลัก หรือเป็นสิ่งสำคัญใดๆ อีกต่อไปแล้ว ถ้าหากผู้ที่สังกัดอยู่ใน แนวคิด นั้นๆ ยังคงยึดมั่นอยู่ในคุณธรรมและศีลธรรมอันดี อันเป็นที่พึงปรารถนา-ต้องการของผู้คนทั้งหลาย หรือต่างสามารถที่จะ อยู่ร่วมกันโดยสันติ ภายใต้ข้อแตกต่างระหว่างกันและกันได้สบายๆ เหมือนอย่างประเทศคอมมิวนิสต์จีนที่กำลังกลายเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ท่ามกลางบรรดาประเทศประชาธิปไตยเสรีทั้งหลาย เหมือนรัฐอิสลามแห่งอิหร่านที่อาจร่วมกับบรรดาประเทศอ่าว (GCC) สร้าง สันติภาพ ในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยปราศจากฐานทัพอเมริกา ได้อย่างเป็นจริง-เป็นจังภายในอนาคตเบื้องหน้า...
อันนี้นี่เอง...ที่ทำให้สิ่งที่เรียกว่า ความดี-ความชั่ว จึงน่าจะกลายเป็น มาตรฐาน หรือเป็นสิ่งที่ถูกนำมาวัดตัดสินความถูกต้อง-เป็นธรรมของแต่ละฝ่าย ไม่ใช่ความเป็นประชาธิปไตย-ไม่เป็นประชาธิปไตย เผด็จการ-ไม่เผด็จการ อนุรักษนิยม-เสรีนิยม ฯลฯ อันเป็นความแตกต่างทาง แนวคิด ที่ไม่ควรจะไปยึดมั่น ถือมั่น ให้กลายเป็น ภาระ สำหรับตัวเองและผู้อื่น หรือกับสังคมทั้งสังคม ประเทศทั้งประเทศอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่า ระบอบ ใดๆ ที่จะอุบัติขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ระบอบสีน้ำเงิน ระบอบสีแดง ระบอบสีส้ม หรือสีอะไรต่อมิอะไรก็ตามที แต่ถ้าผู้ที่อยู่ในระบอบนั้นๆ ยังอยากที่จะเป็น คนดี ยังให้ความสำคัญกับ ความดี ยังพยายามที่จะยึดมั่นอยู่ใน คุณธรรม-ศีลธรรม อย่างมิคิดผันแปรไปเป็นอื่น ย่อมสามารถที่จะ อยู่ร่วมกันโดยสันติ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปปะทะ ขัดแย้ง ให้ต้องแตกแยก แตกหัก หรือให้ต้องเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า โดยใช่เหตุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
ห้าม 'พงส.' ช่วยราชการ
เก็บตกอีกหนึ่งข้อสั่งการ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สำนักปทุมวัน ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี
สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)
ความเปลี่ยนแปลงกับ...'ระบอบสีน้ำเงิน'
คงต้องยอมรับว่า...โลกทั้งโลก มันกำลังเคลื่อนเข้าสู่ จุดเปลี่ยน แบบถนัดชัดเจนยิ่งเข้าไปทุกที จะเปลี่ยนเพราะแรงเหวี่ยง แรงสวิง จากความขัดแย้ง ไม่คิดประนีประนอมยอมความ
ปรับแก้เอกสารความร่วมมือ 'ไทย-สหรัฐฯ'
ต้องบอก "สำนักปทุมวัน" ชั่วโมงนี้ "ดรามา" เข้ารัวๆ ตั้งแต่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ออกหนังสือด่วนที่สุดถึง รอง ผบ.ตร., จตช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า
ผลของพฤหัสบดีจรเข้าเดินในราศีกรกฎต่อคนทุกลัคนาราศี-ตอนที่สี่
ในทางโหรพฤหัสบดี (๕) เป็นหัวหน้าดาวดี หรือศุภเคราะห์ดวงใหญ่ ที่ทางโหราศาสตร์ยกย่องว่ามีคุณูปการมาก เป็นดาวที่คอยบันดาลให้มนุษ

