รัฐบาลอิหร่านมั่นใจว่าศัตรูพยายามให้คนอิหร่านต่อต้านรัฐบาล
‘แผน 100 วันสำหรับทรัมป์ 2.0 ต่ออิหร่าน’ หรือ “A 100 Day Plan for the Incoming Trump Administration on Iran” โดย United Against Nuclear Iran (UANI) ที่นำเสนอเมื่อปี 2025 ความตอนหนึ่งระบุว่า ให้ใช้ปฏิบัติการจิตวิทยาบ่อนทำลายรัฐบาลกับกองทัพอิหร่าน สร้างกำลังใจแก่ฝ่ายประชาธิปไตย ให้ชาวอิหร่านรับข้อมูลข่าวสารจากตะวันตกมากขึ้น เช่น จากจานดาวเทียม Starlink ต่อต้านการให้ข้อมูลข่าวสารจากรัฐบาลอิหร่าน คว่ำบาตรคนที่ต่อต้านให้ร้ายประชาธิปไตยตะวันตก ใช้สื่อโซเชียลมีเดียให้ได้รับข้อมูลจากฝั่งตะวันตก รับรู้ความฉ้อฉลของพวกผู้นำอิหร่าน การกดขี่ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม
ภาพ: การเป็นพันธมิตรไม่ได้หมายความว่าเป็นประเทศบริวาร
เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์
แนวทางนี้คือบ่อนทำลายระบอบอิหร่าน
ตั้งแต่ต้น เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอลกล่าวว่า เป้าหมายไม่ใช่เพียงกำจัดผู้นำสูงสุด แต่ต้องรื้อทำลายทั้งระบอบ ไม่ปล่อยให้อิหร่านเป็นภัยคุกคามอีกต่อไป
อิสราเอลกับสหรัฐพยายามทำลายเอกภาพอิหร่าน:
หลังสงครามผ่านไป 2 สัปดาห์ทรัมป์พูดอีกครั้งว่าระบอบจะต้องถูกล้มจากภายใน
วิเคราะห์: ก่อนหน้านี้ทรัมป์พูดเป็นนัยว่า ถึงเวลาชาวอิหร่านต้องทำส่วนของพวกเขา หลังสหรัฐกับอิสราเอลเปิดฉากถล่มครั้งใหญ่จนแทบไม่เหลือเป้าหมายให้โจมตีอีก การสังหารผู้นำจิตวิญญาณอิหม่านคาเมเนอี ทำให้ฝ่ายเคร่งศาสนาอ่อนแอ เปิดทางให้ประชาชนฝ่ายต่อต้านล้มระบอบง่ายขึ้น
รัฐบาลสหรัฐทุกชุดให้เหตุผลว่า ที่สนับสนุนประชาชนอิหร่านเพราะระบอบอิหร่านทำร้ายประชาชนตัวเอง จึงเป็นนโยบายที่ช่วยชาวอิหร่านโดยแท้
การล้มระบอบผูกเข้ากับเงื่อนไข เช่น ในหน้าสื่อรัฐบาลทรัมป์ 2.0 กำหนดเงื่อนไขอิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างสิ้นเชิง หรือ “Zero Enrichment”
ด้านอิหร่านย้ำว่าตนมีสิทธิ์เสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อใช้ในทางพลเรือน สอดคล้องกับ IAEA และข้อตกลง JCPOA ที่สมรรถนะยูเรเนียมห้ามเกิน 3.67% (ไม่พอสำหรับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ที่ต้องใช้ความเข้มข้น 90%) และห้ามครองยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะเกินจำนวนที่กำหนด (เช่น ไม่เกิน 300 กิโลกรัม)
การตั้งเงื่อนไข “Zero Enrichment” เป็นแผนที่สหรัฐรู้อยู่แล้วว่าอิหร่านจะไม่ปฏิบัติตาม ผลคือสหรัฐมีความชอบธรรมคงมาตรการคว่ำบาตรต่อไป ให้รัฐบาลอ่อนแอลงเรื่อยๆ เป็นแนวทางที่ทรัมป์ใช้ตั้งแต่เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก
ดังนั้นเป้าหมายสุดท้ายที่ซ่อนอยู่คือล้มระบอบชีอะห์ (ไม่ใช่เรื่องนิวเคลียร์) และตั้งรัฐบาลใหม่ที่เป็นมิตรกับสหรัฐกับอิสราเอล ด้วยความคิดว่าการเปลี่ยนระบอบเท่านั้นที่เป็นคำตอบจริงๆ
เป็นเรื่องที่นักวิเคราะห์ต้องตระหนักเสมอว่า อะไรที่รัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลต้องการจริงๆ
ด้านฝ่ายอิหร่านเข้าใจและตระหนักเรื่องนี้เป็นอย่างดี ต้องถามประชาชนอิหร่านว่าอยากให้ประเทศกลับไปเป็นสมัยกษัตริย์ชาห์ กลายเป็นรัฐล้มเหลวหรือกึ่งล้มเหลวหรือไม่
11 พฤกษาคม 2026 ทางการอิหร่านกล่าวว่าเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อที่ต้องการคือ 1.ต้องยุติสงครามทั้งภูมิภาค (รวมฮามาสในกาซากับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน) ไม่ใช่แค่หยุดยิงเท่านั้น 2.ต้องคืนทรัพย์สินทั้งหมดที่ถูกยึด ย้ำว่าข้อเรียกร้องไม่มากเกินไป อิหร่านควรได้อยู่แล้ว ด้านทรัมป์ปฏิเสธทันทีกล่าวว่า “เป็นเงื่อนไขที่ยอมรับไม่ได้”
วิเคราะห์: เรื่องนี้ตอกย้ำว่ารัฐบาลสหรัฐต้องการล้มระบอบอิหร่าน จะเล่นงานอิหร่านต่อไปจนบรรลุเป้าหมายนี้ ส่วนอิสราเอลต้องการขยายดินแดน ครองปาเลสไตน์ สถาปนารัฐอิสราเอล (ไม่มีรัฐปาเลสไตน์) ตรงตามยุทธศาสตร์เดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ทรัมป์ยึดกฎแห่งป่า:
นักปรัชญา นักรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสายสัจนิยม (Realism) ยึด “กฎแห่งป่า” (Law of the Jungle) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่าโลกก็เป็นเช่นป่า ตัวแสดง (actor) มีอำนาจอิทธิพลไม่เท่ากัน มหาอำนาจย่อมมีอำนาจเหนือประเทศที่อำนาจน้อย
ประวัติศาสตร์โลกเป็นหลักฐาน “กฎแห่งป่า” เมืองที่เข้มแข็งครอบครองเมืองอ่อนแอ อาณาจักรยิ่งใหญ่ทำลายอาณาจักรอ่อนด้อย เป็นเช่นนี้เสมอ เกิดขึ้นทั่วโลก กระทั่งโลกในศตวรรษที่ 21
อิหร่านรู้ว่าจีน นาโตยุโรป และอีกหลายประเทศทั่วโลกหวังยุติสงครามอิหร่าน ไม่ใช่เพราะเรื่องน้ำมันจากอิหร่านหรือภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น เป้าหมายที่ต้องการคือสกัดกฎแห่งป่าที่กำลังเกิดขึ้น
หากปล่อยให้ความขัดแย้งในอิหร่านจบลงด้วยการใช้กำลังทหารหรือการบีบบังคับฝ่ายเดียวเบ็ดเสร็จ จะกลายเป็น “บรรทัดฐานใหม่” ทำลายระเบียบโลกเดิม โลกจะปั่นป่วนวุ่นวายมาก เพราะคือสภาวะ Anarchy ที่ไร้ระเบียบกติกาสากล เป็นเรื่องที่ชาติผู้รักสันติกังวลที่สุด
ในโลกที่ใช้กฎแห่งป่า ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กจะสูญเสียอำนาจต่อรองมาก
เมษายน 2026 ขณะที่สงครามอิหร่านกำลังเข้มข้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า โลกไม่ควรเสี่ยงกลับไปสู่กฎแห่งป่า ต้องรักษาหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ ห้ามเลือกใช้เฉพาะเมื่อตนได้ประโยชน์ ต้องช่วยกันรักษาระบบพหุภาคี
เป็นพันธมิตรไม่ได้หมายความว่าเป็นบริวาร:
เมษายน 2026 จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวว่า “การเป็นพันธมิตรไม่ได้หมายความว่าไร้เส้นต้องห้าม (no red lines) ไม่ได้หมายความว่าเป็นประเทศบริวาร (vassals) หรือคนภายใต้อำนาจปกครอง” หลังอิตาลีไม่เห็นด้วยกับสงครามอิหร่านและท่าทีของทรัมป์ต่อสมเด็จพระสันตะปาปา Leo XIV นักวิเคราะห์บางคนคิดว่าเหตุที่นายกฯ เมโลนีพูดเช่นนั้นเพราะคนอิตาลีไม่ชอบนโยบายทรัมป์ Vincenzo Susca จาก Université Paul-Valéry อธิบายว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องของการเมือง คะแนนเสียง
ปรากฏการณ์นาโตยุโรปหักสหรัฐ เป็นเหตุการณ์ที่น่าติดตาม นานๆ ครั้งที่พวกเขาเป็นตัวของตัวเอง เรื่องนี้ยังชี้ว่าสหรัฐถดถอยแค่ไหนแล้ว จากสถานการณ์ล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ยังสู้สุดฤทธิ์ทั้งๆ ที่มีเพียงอิสราเอลอยู่เคียงข้าง
อีกไม่นานโลกจะได้คำตอบว่า ทรัมป์สามารถรักษาระเบียบโลกที่สหรัฐเป็นแกนนำได้มากแค่ไหน หรือโลกกำลังย้ายไปสู่ระบบพหุภาคีมากขึ้น คำว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะมีคำใหม่ว่า “ฝ่ายประชาธิปไตยสหรัฐ” กับ “ฝ่ายประชาธิปไตยที่ปราศจากสหรัฐ” (ไม่มีสหรัฐอยู่ในกลุ่ม)
สรุป:
สงครามอิหร่าน 2026 อาจตีความว่าคือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ที่ยาวนานเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว รอบ 2026 นี้คือการรบตามแผนทีละขั้นของฝ่ายสหรัฐกับอิสราเอล (ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ) สงครามหรือความขัดแย้งจะไม่หยุดที่ครั้งนี้ ซึ่งทางอิหร่านก็เข้าใจจึงพยายามตั้งเงื่อนไขว่าต้องเจรจาเพื่อสันติภาพถาวร มีกลไกให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่โดนโจมตีอีก แต่จะเป็นเช่นนั้นได้จริงหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป เพราะฝ่ายสหรัฐยังตีกรอบเจรจาเพื่อหยุดยิงชั่วคราว ขยายเวลาหารือเพื่อสันติภาพถาวร แต่รัฐบาลอย่างทรัมป์เชื่อถือได้หรือ
ในกรอบที่กว้างขึ้น รัฐบาลทรัมป์กับเนทันยาฮูไม่สนใจกฎบัตรสหประชาชาติ จึงรุกรานประเทศต่างๆ ด้วยเหตุผลข้ออ้างของตัวเอง เน้นการข่มขู่ ใช้กำลัง คว่ำบาตร เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ โลกจึงปั่นป่วนวุ่นวาย รัฐบาลจีนกับหลายประเทศเห็นพ้องต้องกันว่าต้องให้รัฐบาลสหรัฐได้บทเรียน ในกรอบนี้สงครามอิหร่าน 2026 จึงเป็นการขับเคี่ยวระหว่างสหรัฐที่พยายามรักษาความเป็นเจ้ากับฝ่ายตรงข้ามที่พยายามหยุดพฤติกรรมดังกล่าว.
ชาญชัย คุ้มปัญญา 083 072 5036
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (3)
ประเด็นสำคัญคือต่างมีเป้าหมายหลักที่ต้องการ คำถามจึงอยู่ที่ว่าต่างฝ่ายต่างได้ตามที่ต้องการแล้วหรือยัง เป้าหมายหลักนี้จะนำสู่สันติภาพถาวรหรือไม่
วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (2)
รัฐบาลสหรัฐคิดว่านโยบายกับพฤติกรรมของตนกำลังสร้างความมั่นคงแก่ตนและโลก แต่หลายประเทศคิดตรงกันข้าม คำว่าพันธมิตรของสหรัฐหมายความว่าอย่างไรกันแน่
วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (1)
รัฐบาลสหรัฐอ้างความชอบธรรมที่ต้องชิงลงมือก่อน แต่เรื่องนี้ค้านสายตาประชาคมโลก เป็นอีกครั้งที่สหรัฐได้สิ่งที่ต้องการแต่ถูกมองในแง่ลบ ส่วนหนึ่งที่ชี้ว่าสหรัฐพ่ายแพ้เชิงยุทธศาสตร์
จากภาษีตอบโต้ของทรัมป์กลายเป็นTrade Act of 1974 (2)
ทรัมป์กำลังหาแนวทางอื่นๆ ที่คล้าย IEEPA เพราะให้อำนาจประธานาธิบดีเต็มที่ จะขึ้นภาษีเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ได้ ถ้าอยากรู้ว่าทำไมจึงชอบวิธีนี้ ต้องคิดให้ไกลกว่าเรื่องภาษี
จากภาษีตอบโต้ของทรัมป์กลายเป็น Trade Act of 1974 (1)
ตลกร้ายของเรื่องนี้คือ ทรัมป์หาเสียงแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยชูนโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้า ผลสุดท้ายนอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหา ยังทำให้สินค้าแพง ดันเงินเฟ้อ ซ้ำเติมคนอเมริกันโดยแท้
นาโตยุโรปแก้ปัญหาช่องแคบเป็นอิสระจากสหรัฐ
การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นผลประโยชน์นานาชาติ เมื่อสหรัฐขวางเส้นทางเท่ากับขัดแย้งกับพันธมิตรนาโตยุโรปด้วย กลายเป็นอีกตัวอย่างที่ยุโรปดำเนินนโยบายต่างจากสหรัฐ


