สิ่งแอบแฝงที่มาพร้อมกับภาษีทรัมป์2.0 (2)

สิ่งแอบแฝงที่มาพร้อมกับภาษีทรัมป์นับวันชัดเจนขึ้น มีข้อมูลมากขึ้น การขาดดุลการค้าเป็นแค่ตัวจุดประเด็นให้ทรัมป์ 2.0 ใช้เป็นข้ออ้างเรียกร้องสิ่งต่างๆ ที่มากกว่าแก้ขาดดุลการค้า

จากมาตรการกำแพงภาษี หลายประเทศสนใจซื้อสินค้าอเมริกันเพื่อปรับสมดุลการค้า แก้ปัญหาสหรัฐขาดดุล มีสินค้า 3 หมวดที่เอ่ยถึงมากที่สุดคือ พลังงาน อาวุธ และสินค้าเกษตร

 

ภาพ:  ขีปนาวุธ S-400 ของรัสเซีย

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่พูดเรื่องนี้ตรงกัน ถ้าคิดอย่างเป็นระบบ รัฐบาลสหรัฐต้องการควบคุมความมั่นคงทางทหารกับความมั่นคงพลังงานของประเทศต่างๆ นี่คือวิธีการควบคุมนานาชาติที่ได้ผลและรัฐบาลสหรัฐทำเรื่อยมา ตามยุทธศาสตร์ของอภิมหาอำนาจ

บางคนตอบว่าเหตุที่สหรัฐพยายามขายอาวุธเพราะเป็นแหล่งรายได้หลัก เป็นผลประโยชน์ของเครือข่ายอำนาจทางทหารและอุตสาหกรรม (Military Industrial Complex: MIC) แต่ถ้ามองเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงสามารถอธิบายดังนี้

ควบคุมผ่านอาวุธที่ต่างชาติซื้อใช้:

แต่ไหนแต่ไรประเทศผู้ผลิตอาวุธจะขายสินค้าของตนให้กับพันธมิตรหุ้นส่วนเท่านั้น ไม่ขายให้กับฝ่ายตรงข้ามเด็ดขาด การซื้อขายอาวุธเครื่องกระสุนมีความสำคัญไม่เพียงด้านการทหาร ยังสัมพันธ์กับการจัดระเบียบโลก การสร้างขั้วกระชับอำนาจในขั้วของตน อาวุธที่ซื้อใช้จากมหาอำนาจหากขาดกระสุน อะไหล่บำรุงจะกลายเป็นแค่เศษเหล็ก เป็นจุดอ่อนสำคัญของประเทศที่ใช้อาวุธจากมหาอำนาจนั้น ยิ่งอียู ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ใช้อาวุธสหรัฐมากเพียงไรยิ่งอยู่ใต้อำนาจควบคุมของสหรัฐมากขึ้นเท่านั้น

SIPRI รายงานรอบ 5 ปี (2020-2024) ยุโรปนำเข้าอาวุธเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดย 64% เป็นอาวุธอเมริกา สหรัฐยังคงเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่สุดของโลก หรือเท่ากับ 43% ของอาวุธทั้งโลกที่ส่งออก รองลงมาคือฝรั่งเศส มีส่วนแบ่งตลาดโลก 9.6%

สงครามยูเครนหรือภัยรัสเซียคือต้นเหตุสำคัญ

แม้นาโตยุโรปพยายามลดใช้อาวุธสหรัฐ แต่ไม่ง่าย เพราะผูกความมั่นคงทางทหารกับสหรัฐมาอย่างยาวนาน อาวุธหลักมักเป็นของอเมริกา เช่น เครื่องบินรบ ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน

Lloyd Axworthy อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศแคนาดากล่าวว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐสามารถควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์สหรัฐที่แคนาดาซื้อใช้ ผ่านการควบคุมทางดิจิทัล

การควบคุมอาวุธด้วย digital management หรือการจัดการอาวุธแบบดิจิทัล หมายถึง การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบซอฟต์แวร์มาใช้ในการบริหารจัดการ ควบคุม ติดตาม และตรวจสอบอาวุธต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

เช่น ควบคุมการเข้าถึง กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงอาวุธให้กับบุคลากรที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยอาจใช้ระบบยืนยันตัวตน เช่น รหัสผ่าน บัตรประจำตัว หรือไบโอเมตริกซ์ เพื่อควบคุมการเบิกจ่ายและการคืนอาวุธ

การใช้เทคโนโลยี เช่น บาร์โค้ด, RFID (Radio-Frequency Identification) หรือระบบ GPS เพื่อติดตามตำแหน่งและการเคลื่อนไหวของอาวุธแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบสถานะของอาวุธได้ตลอดเวลา

ประเทศใดที่ซื้อใช้อาวุธสหรัฐ ความมั่นคงทางทหารจึงอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐไม่มากก็น้อย

กรณี F-35:

มีข้อมูลว่าเครื่องบินรบ F-35 ที่ประเทศต่างๆ ซื้อใช้ หากจะนำเครื่องขึ้นหรือทำการใดๆ ต้องได้รับอนุญาตจากสหรัฐก่อน รัฐบาลสหรัฐจึงมีอำนาจควบคุมเครื่องบินรบนี้แม้ขายให้ไปแล้ว นอกจากนี้ยังควบคุม F-35 ผ่านระบบซอฟต์แวร์ (ระบบควบคุมเครื่องบิน) และอะไหล่ต่างๆ

นานแล้วที่สหรัฐกับตุรกีเจรจาซื้อระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) แต่ไม่สำเร็จเสียที มีข้อมูลว่าสหรัฐไม่ยอมถ่ายทอดเทคโนโลยีและให้ร่วมผลิต ตุรกีจึงติดต่อสั่งซื้อขีปนาวุธ S-400 ของรัสเซียแทน และได้รับมอบชุดแรกเมื่อกรกฎาคม 2019 ผลคือรัฐบาลสหรัฐขู่คว่ำบาตรและไม่ยอมขาย F-35

การซื้อใช้อาวุธรัสเซียกลายเป็นเรื่องไม้เบื่อไม้เมาระหว่าง 2 ประเทศ (เพิ่มเติมจากเรื่องเดิมอื่นๆ)

เมื่อทางการสหรัฐขู่ว่าจะไม่ขาย F-35 ตามข้อตกลงเดิม ตุรกีโต้กลับว่าจะซื้อเครื่องบินรัสเซียแทน ฝ่ายรัสเซียยื่นข้อเสนอขายเครื่องบิน Su-35 กับ Su-57 ให้ทันที

ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ สหรัฐยังคงตามราวีให้ตุรกีกีซื้อใช้อาวุธของตน ส่วน S-400 ให้ส่งคืนหรือทำลายเสีย ธันวาคม 2020 ไมค์ ปอมเปโอ (Mike Pompeo) รัฐมนตรีต่างประเทศอธิบายว่า สหรัฐพูดชัด และพูดหลายครั้งแล้วว่าการซื้อระบบ S-400 เป็นภัยต่อความมั่นคงด้านเทคโนโลยีการทหารของสหรัฐ ต่อเจ้าหน้าที่อเมริกัน และเป็นการให้เงินทุนแก่อุตสาหกรรมทหารรัสเซีย จึงต้องคว่ำบาตรตุรกีตามใต้กฎหมาย CAATSA (Countering America's Adversaries Through Sanctions Act)

ด้านประธานาธิบดีแอร์โดอันกล่าวว่า สหรัฐคว่ำบาตรก็เพื่อกีดกันไม่ให้พัฒนาระบบป้องกันประเทศ ต้องพึ่งพาสหรัฐไม่สิ้นสุด

กรณีตุรกีนั้นซับซ้อน อาจเกี่ยวข้องกับอิสราเอล ที่อิสราเอลกังวลว่า S-400 สามารถตรวจจับและสกัดกั้น F-35 รัฐบาลแอร์โดอันหวังใช้เรื่องนี้เพิ่มอำนาจต่อรอง (เช่น เรื่องปาเลสไตน์) ในมุมที่กว้างกว่านั้นสหรัฐหวังควบคุมระบบอาวุธทางอากาศ และไม่อยากเห็นสมาชิกนาโตแตกแถว ซื้อใช้อาวุธของศัตรู

ล่าสุดทรัมป์ชี้ว่าเรื่องการซื้อ F-35 ยังมีความเป็นไปได้ ยังต้องหารือต่อไป

พยายามควบคุมพลังงานทั้งระบบของยุโรป:

เมษายน 2025 มีข้อมูลว่าทรัมป์ต้องการให้ยุโรปซื้อ LNG สหรัฐถึงปีละ 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการระงับการขึ้นภาษีสินค้ายุโรป ปี 2024 ยุโรปนำเข้าพลังงานทุกประเภทรวม 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วิเคราะห์: เป้าหมายของทรัมป์ 2.0 ไม่ใช่แค่ลดการขาดดุลการค้าเท่านั้น การซื้อใช้พลังงานสหรัฐถึง 350,000 ล้านดอลลาร์ เท่ากับว่าระบบพลังงานของยุโรปผูกติดกับสหรัฐ เรื่องนี้ผิดหลักความมั่นคงทางพลังงาน ควรกระจายซื้อจากหลายแหล่ง หลายประเทศ แต่ทรัมป์ยืนกรานแนวทางของตน

เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า แต่ไหนแต่ไรรัฐบาลสหรัฐมีเป้าหมายต้องการควบคุมระบบพลังงานโลก เพราะพลังงานเปรียบเสมือนเส้นเลือดทางเศรษฐกิจสังคม หากขาดเลือดทั้งร่างกายจะปั่นป่วน ถึงขั้นเสียชีวิต เพียงแค่ควบคุมราคาในระดับหนึ่งก็สามารถควบคุมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งผลบั่นทอนความมั่นคง    

รัฐบาลสหรัฐจึงนำกำแพงภาษีกดดันให้ยุโรปซื้อใช้พลังงานของตน แม้ LNG จากสหรัฐแพงกว่าของรัสเซียราว 2 เท่า กระทบเศรษฐกิจยุโรปถ้วนหน้าเพราะพลังงานเป็นต้นทุนสินค้าบริการทุกชนิด กระทบต่อประชาชนโดยตรงที่คนเมืองหนาวต้องใช้พลังงานทำความร้อนในฤดูหนาว

ประเด็นสำคัญคือ ข้อตกลงซื้อพลังงานสหรัฐถึง 350,000 ล้านดอลลาร์จะผูกมัดยุโรปอีกยาวนาน และคราวนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามยูเครนอีกต่อไป กลายเป็นประเด็นระหว่างสหรัฐกับยุโรปโดยตรง

เรื่องนี้น่าติดตามมาก ตอกย้ำสมมติฐานที่ว่าแท้จริงแล้วชาติประชาธิปไตยยุโรปอยู่ใต้อำนาจสหรัฐหรือไม่

ถ้าย้อนหลังตั้งแต่สงครามยูเครน 2022 สงครามนี้เป็นจุดเริ่มให้ยุโรปเลิกซื้อใช้พลังงานรัสเซีย ต้องนำเข้าจากหลายประเทศ รวมทั้ง LNG จำนวนมหาศาลจากสหรัฐ เห็นชัดว่ารัฐบาลสหรัฐพยายามควบคุมพลังงานทั้งระบบของยุโรป

พวกยุโรปเข้าใจเรื่องเหล่านี้อย่างดี สุดท้ายอยู่ที่ว่ารัฐบาลพวกเขาจะตัดสินใจอย่างไร

ในที่ประชุมสุดยอดนาโต กรกฎาคม 2026 (NATO Summit 2026) ในขณะทรัมป์แสดงท่าทีแข็งกร้าว พวกยุโรปพยายามคลายท่าทีตอบโต้กลับด้วยความรุนแรง หวังสหรัฐจะไม่กดดันพวกตนด้วยสารพัดวิธี รวมทั้งจากการเรื่องค้า แต่อาจมีประเด็นแอบแฝงที่ลึกกว่านั้นด้วย เรื่องนี้ติดตามได้อีกนาน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รองนายกฯ แนะคนไทยรู้เท่าทันสถานการณ์โลก รับมือปิดช่องแคบฮอมุส ปฏิบัติการรอบสามตะวันออกกลาง

รองนายกฯปกรณ์ ชี้การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ เราต้องรู้เท่าทันและตระหนักถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย จะได้รับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิมได้

พันธมิตรนาโตจะพังเพราะสงครามอิหร่านหรือไม่

ทรัมป์ 2.0 ตำหนิหลายเรื่องที่สมาชิกไม่ทำตามใจสหรัฐ แต่ไม่เน้นเรื่องถอนตัวจากนาโต แสดงว่าทรัมป์เปลี่ยนท่าที ฝั่งยุโรปเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

รบอิหร่านต่อแต่ปรับแผนลดผลกระทบ (4)

อิหร่านยังยันไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมเสียเปรียบในเงื่อนไขหยุดยิง ต้องมีหลักประกันว่าอิหร่านกับฮิซบอลเลาะห์จะต้องไม่โดนโจมตีอีก และต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด

รบอิหร่านต่อแต่ปรับแผนลดผลกระทบ (1)

รัฐสภายังไม่ค้านสงครามอิหร่านจริงจัง แต่คะแนนนิยมกับตัวเลขเศรษฐกิจชี้ว่าประชาชนไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลทรัมป์ และอาจแรงขึ้นหากสงครามยืดเยื้อและควบคุมไม่ได้