
กระทรวงคลองหลอดสัปดาห์นี้บอกคำเดียวว่า “ทะเลเดือด” เพราะมหากาพย์ซีฟู้ดภูเก็ตพ่นพิษหักมุมใน 24 ชั่วโมง ชนิดที่หักปากกาเซียนทุกสำนักข่าว ใครจะไปคิดว่าเรื่องบุกรุกที่ดินชายหาดหลังโรงพักเชิงทะเล จะลุกลามบานปลายกลายเป็นศึกเกาเหลาชามยักษ์ บดขยี้เก้าอี้ข้าราชการสายสิงห์มหาดไทยจนปลิวหายไปทั้งแผงแบบไม่เหลือเค้าเดิม
เรื่องของเรื่อง มีข่าวแฉออกมาว่ารองผู้ว่าฯ รายหนึ่งทำตัวเป็นสิงห์คะนองนา ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เพราะมั่นอกมั่นใจว่าแบ็กตัวเองใหญ่คับฟ้า ทำเอา “บิ๊กหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ มท.1 ถึงกับตบโต๊ะกลางวงประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา
เปิดไมค์ฉะว่า “คนที่พูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าฯ มท.1 นั่งหัวโด่ตรงนี้” พร้อมสั่งเช็กบิลเรียกหาตัว “รองฯ ซีฟู้ด” นามสมมติว่า “กุ้ง” ทำเอา ธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตตัวจริงหน้าถอดสี ขอชี้แจงเป็นเอกสารแทนเพราะเหลี่ยมนี้ขืนพูดสดมีหวังเก้าอี้ไหม้
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ปลัด “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งเด้งฟ้าผ่าแพ็กคู่รองผู้ว่าฯ ชื่อเล่นกุ้ง ทั้ง นายธีระพงศ์ ช่วยชู ให้ระบายไปอยู่นครศรีธรรมราช และ นายอดุลย์ ชูทอง ปลิวไปสงขลา ตัดวงจรความขัดแย้งในพื้นที่ทันควัน แต่นึกว่าพายุจะสงบแล้ว ไฮไลต์มันอยู่หลังจากนั้นต่างหาก
เพราะกลางวงประชุม ครม. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีมติคลอดคำสั่งล้างบางชุดใหญ่ไฟกะพริบ สั่งสลับเก้าอี้ข้าราชการระดับ 10 ดึงตัว “ผู้ว่าฯ เซมเบ้” นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่เมื่อวานเพิ่งจะหยอดหวานใส่ มท.1 ว่า “มีท่านย้ายผมได้คนเดียวครับ” ซึ่งพูดปุ๊บได้ปั๊บ วันนี้ท่าน มท.1 จัดให้ตามคำขอ ย้ายขึ้นหิ้งเข้ามานั่งเก้าอี้รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อย แล้วส่ง “นายโชตินรินทร์ เกิดสม” รองปลัด มท. สลับขั้วลงใต้ไปเสียบยอดเก้าอี้พ่อเมืองภูเก็ตแทน
ถือเป็นการ “ล้างจานซีฟู้ด” ใหม่ทั้งโต๊ะของเสี่ยหนูอย่างแท้จริง เคลียร์หมดไม่สนลูกใครทั้งคนเลื่อยและคนโดนเลื่อย เจ้าตัวบอกหน้านิ่งหลังประชุม ครม.วันนี้ว่า “เราก็ต้องเอาคนที่ไม่มีความขัดแย้งกัน เอาคนที่ทำงานร่วมกันได้ไปทำงานเพราะภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล” เป็นอันว่าปิดจ๊อบทางเสือผ่าน แต่ยุคนี้ถ้าคิดจะยืดอกอ้างแบ็กใหญ่เพื่อเลื่อยเก้าอี้เจ้านาย ให้เช็กสัญญาณดาวเทียมดีๆ ว่า มท.1 แกนั่งคุมบังเหียนพ่วงตำแหน่ง นายกฯ อยู่ตรงนั้น จาก “กุ้งมังกรภูเก็ต” กลายเป็น “กุ้งแห้งแดดเดียว” โดนรมควันปลิวหายไปไม่รู้ตัว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เศรษฐกิจสีชมพู'
เดือนมิถุนายนในแต่ละปีเป็นเดือน Pride Month ซึ่งเป็นเดือนที่มีความสำคัญกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTIQ+) ในประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
ปักธงราชบุรี
ในช่วงสนามการเมืองสงบ แต่งานขับเคลื่อนพรรคการเมืองทุกพรรคยังต้องเดินต่อ เพื่อรวบรวมขุมกำลังไว้ให้มั่นสำหรับการศึกรอบหน้า รวมถึง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. ของ “หัวหน้าตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เงียบหายจากหน้าสื่อ แต่ทว่างานหลังบ้านในการเดินหน้าขยายพรรคยังไปต่อไม่สะดุด
สส.สายอบอุ่น
พูดน้อย ต่อยหนัก น่าจะเป็นเครื่องหมายการค้าของ เฮียชิต–ชิตพล ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 4 อำเภอกันทรลักษ์ พรรคภูมิใจไทย พี่ใหญ่แห่ง บ้านไตรสรณกุล
เลขาฯ กวางขายเอง
ช่วงนี้งานรัฐบาลรัดตัวแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ “เลขาฯ กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ลืมภารกิจโปรโมตบ้านเกิด
อาบไปเลย
แวบไปแถวศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูจะคึกคักและอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียนเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันดีเดย์ครบรอบ 28 ปีแห่งการสถาปนาองค์กรอิสระแห่งนี้ งานนี้แกนนำและขุนพลของสำนักงานตบเท้าเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นำโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะกรรมการ กกต. ชุดปัจจุบัน
'มาตรการคัดกรองเนื้อหา'
ปัญหาหลักในการใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อเปิดเข้าไปในแพลตฟอร์มบางครั้งก็จะไม่สามารถคอนโทรลเนื้อหาที่แสดงได้ ซึ่งในหลายครั้งก็จะส่งผลต่อเด็ก เยาวชนที่ใช้สื่อโซเชียล เป็นเรื่องที่พวกผู้ปกครองหลายคนกังวล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะถึงแม้ว่าผู้ปกครองจะปิดกั้นข้อมูลเหล่านี้ แต่ก็มีหลุดรอดออกมาบ้าง โดยเรื่องนี้ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีกระทู้ถามเรื่องที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ที่มี น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวถึงปัญหาของสังคมว่า “เป็นเรื่องที่เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป บ่อยครั้งมาพร้อมกับโฆษณาประชาสัมพันธ์ร่วมกับวัยรุ่นที่ทำบ่อนพนันออนไลน์ตามด้วย 888 ทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างทั่วไปและกั้นไม่อยู่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ไม่เหมาะได้รับสื่อเหล่านี้” สว.วุฒิพงศ์ ได้แนะนำว่า “ทุกวันนี้ถ้าเราไปค้นบนเว็บไซต์ Google ก็ยังเจอ ซึ่งสามารถดูได้ว่าสื่อไหนลามกอนาจารตรงไหน ถ้าท่านไม่เจอ ท่านมาบอกผมได้ หรือเอาผมไปบรรยายที่กระทรวงดีอีก็ได้ ผมยินดีที่จะชี้โพรงให้กระรอก จริงๆ ท่านอาจจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำไป แต่จะหาหนทางในการปฏิบัติอย่างไร รวมถึงจะหามาตรการคัดกรองเนื้อหาอย่างไร”

