
ควันหลงจากงานประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์ ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มันมีช็อตเด็ดระดับโลกที่ทำเอาวงการทูตสั่นสะเทือน เมื่อ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย โชว์สกิลการทูตจนสามารถทลายกำแพงน้ำแข็งของบุรุษเหล็กพ่อหมีขาวแห่งวังเครมลินอย่าง วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ลงได้อย่างราบคาบ ถึงขั้นมีภาพประวัติศาสตร์ความชื่นมื่นทวิภาคีตอกย้ำความสัมพันธ์ 130 ปีไทย-รัสเซีย ที่ทำเอาคณะทูตานุทูตฮือฮา เพราะปกติผู้นำรัสเซียคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบ ระยะห่าง และการรักษามาดผู้นำสุดขั้ว ขนาดผู้นำชาติมหาอำนาจยุโรปมาทักทายยังต้องนั่งโต๊ะยาวเป็นกิโลเมตร แต่งานนี้กลับยอมเปิดใจให้เสี่ยหนูแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ควงภริยาเข้าพบแบบอบอุ่นเป็นกันเองจนกลายเป็นไฮไลต์สำคัญ
เบื้องหลังความประทับใจหยุดโลกนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เพราะนอกจากที่ไทยร่วมลงนามใน “ปฏิญญาคาซาน” เพื่อขับเคลื่อนอาเซียน-รัสเซียแล้ว ยังมี "บิ๊กดีล" ที่ นายกฯ อนุทิน เตรียมการมาเป็นอย่างดี ในช่วงการหารือทวิภาคีนอกรอบการประชุม เสี่ยหนูไม่ได้แค่พกสมุดโน้ตกับข้อตกลงการค้าไปพูดตามสคริปต์เหมือนผู้นำคนอื่น แต่เปิดฉากชวนคุยเรื่องเศรษฐกิจ ปั๊มมูลค่าการค้า ดันเอกชนไทยบุกตลาดยูเรเชีย เร่งคลอด FTA ไทย-EAEU รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงาน อาหาร การทหาร และสาธารณสุข เท่านั้นยังไม่พอ นายกฯ ไทยยังเรียกคะแนนความเอ็นดูขั้นสุด ด้วยการควักโทรศัพท์มือถือส่วนตัวโชว์ภาพ "เฮลิคอปเตอร์ KA-32" ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยสัญชาติรัสเซียที่ไทยใช้งานอยู่ให้ ปูติน ดูแบบเป็นกันเอง เล่นเอาบุรุษเหล็กแห่งมอสโกที่วันๆ เจอแต่เรื่องเครียดถึงกับหลุดยิ้มพิมพ์ใจทันที ที่เห็นว่าผู้นำไทยให้ความสำคัญกับยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีของรัสเซียขนาดนี้
และที่สำคัญการสร้างความจริงใจ ไม่เสแสร้ง และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน จนถึงขั้นเดินเข้ามาทักทาย สวมกอดแสดงความแนบแน่นและตบบ่าต้อนรับ นายกฯ อนุทิน อย่างอบอุ่นต่อหน้าสายตาคณะทูตานุทูตจากทั่วอาเซียน กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สื่อต่างประเทศต้องเอาไปวิเคราะห์กันยกใหญ่ว่า ผู้นำไทยคนนี้ห้อยของดีอะไรเอาไว้ ทำสาริกาลิ้นทองก่อนเยือนรัสเซียหรือไม่ ถึงทำให้เสือยิ้มยากแห่งรัสเซียละลายกลายเป็นมิตรแท้ที่พร้อมเปิดประตูการค้าและการทูตให้ไทยแบบอ้าซ่าขนาดนี้.
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน
ปักหมุดสาขา 28
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ
‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’
ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ

