
ยังลุยขับเคลื่อนงานกันต่อ สำหรับพรรคของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” อย่าง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. แม้ตอนนี้จะลดไซส์เป็นพรรคเล็กแล้ว แต่ความมุ่งมั่นในการทำงานของแม่ทัพยังเหมือนเดิม
ตามนโยบายหลักภายใต้แนวคิด “เด็ดขาด แก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” ที่หัวหน้าตุ๋ยแบ่งการขับเคลื่อนออกเป็น 6 เสาหลัก ครอบคลุมการดูแลปากท้อง การปฏิรูปพลังงาน สวัสดิการสังคม และความมั่นคง
อาทิ การทุบค่าพลังงานและลดค่าครองชีพ ลดราคาน้ำมัน มีนโยบายปรับลดค่าน้ำมันให้เป็นธรรม ด้านพลังงานไฟฟ้าและโซลาร์เสรี ช่วยลดค่าครองชีพด้วยการลดค่าไฟ และเปิดเสรีการใช้โซลาร์เซลล์โดยไม่ต้องขออนุญาต พร้อมผลักดันค่าไฟฟ้าให้อยู่ในอัตราที่ถูกลง การสร้างสังคมคุณภาพและรัฐสวัสดิการยกระดับเบี้ยสวัสดิการ
และเรื่องการกอบกู้เศรษฐกิจฐานรากและคนตัวเล็กปลดล็อกปัญหาหนี้สิน พักหนี้ พักต้น พักดอก และสร้างแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) และช่วยภาคเกษตรกร เป็นต้น
ล่าสุด “พีระพันธุ์” พร้อมทีมผู้บริหารพรรค ร่วมหารือแนวทางยกระดับภาคการเกษตร ด้วยการฟื้นฟูคุณภาพดิน ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกันว่าปัญหาสำคัญของเกษตรไทยไม่ใช่แค่ปุ๋ยแพง แต่คือ “ดินเสื่อม” จากการใช้ปุ๋ยเคมีต่อเนื่อง ทำให้หน้าดินแข็ง จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ลดลง
ส่งผลให้ผลผลิตลดลงแม้ใส่ปุ๋ยเพิ่มขึ้นทุกปี จึงมีการหารือถึงการนำองค์ความรู้สมัยใหม่มาฟื้นระบบนิเวศใต้ดิน กระตุ้นจุลินทรีย์ให้กลับมาทำงาน เพิ่มธาตุอาหารตามธรรมชาติ ฟื้นคุณภาพดิน และลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว
นอกจากนี้ยังวางแนวคิดจัดทำ “แปลงเกษตรต้นแบบ” เพื่อให้เกษตรกรเห็นผลลัพธ์จริง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้การฟื้นฟูดินและการจัดการแปลงเกษตรที่เหมาะสม ก่อนขยายผลสู่พื้นที่ต่างๆ
อีกทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง อย่างพริก โดยมองว่าตลาดโลกกำลังต้องการพริกที่ผลิตด้วยกระบวนการปลอดสาร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสินค้าที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยในอนาคตอีกด้วย
เรียกว่าคิดรอบด้านตั้งแต่ต้นตอของปัญหาอย่างดินเสื่อม จนนำไปสู่ไอเดียฟื้นดินที่ “พีระพันธุ์” หวังช่วยแก้ในระยะยาว.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป๊อก คาสโตร
กลายเป็นประเด็นแซวกันสนั่นเมื่อ "อ.ป๊อก" ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ลุกขึ้นมาร่ายยาวบทความเนื่องในวาระรำลึก 100 ปีชาตกาลของ “ฟิเดล คาสโตร” อดีตผู้นำคิวบาผู้ล่วงลับ โดยยกย่องสปิริตและแท็กติกการสู้คดีของคาสโตรเมื่อปี 1953 จากเหตุการณ์นำกองกำลังบุกค่ายทหารมอนกาดาเพื่อหวังโค่นระบอบเผด็จการบาติสตา แม้จะล้มเหลวจนตัวเองถูกจับติดคุก แต่คาสโตรกลับใช้เวทีศาลพูดปราศรัยทางการเมืองนานกว่าสองชั่วโมง จนเกิดคำกล่าวลือลั่นว่า “ประวัติศาสตร์จะตัดสินให้ผมพ้นผิด” ซึ่ง อ.ป๊อก ของกลุ่มส้มศึกษามาตั้งแต่สมัยเรียนนิติศาสตร์ แถมยังยอมรับอย่างภาคภูมิใจว่าเอาแนวทางนี้มาปรับใช้กับการเขียนคำให้การและการแถลงปิดคดีสู้ศึกการเมืองในไทยแบบเป๊ะๆ
'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน
ปักหมุดสาขา 28
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

