ใครรู้ช่วยตอบด้วย

สุดยอด บุญธูป หรือที่ชาวตลกเรียกติดปาก “ยอดธง บุญธูป”..

ท่านเป็นตลกรุ่นครู-ศิษย์เอกของตลกสี่แผ่นดิน “ล้อต๊อก” ไม่ได้มีพรสวรรค์เฉพาะการแสดงตลก-ขายขำ หากแต่การ “แต่งเพลง” ก็เป็นอีกหนึ่งความสามารถ

มีผลงานโดดเด่นอย่างเพลง “ครูประชาบาล” ที่ร้องโดย “ยอดรัก สลักใจ” เป็นที่ประจักษ์ได้!

และด้วยชีวิตคลุกคลีอยู่กับอาชีพตลก กับเพลงลูกทุ่ง เคยเป็น “อุปนายก” สมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย และกรรมการสมาคมนักเพลงลูกทุ่งไทย

แม้ปัจจุบันวัยจะล่วง 84 ปีแล้ว แต่คุณยอดธงก็ยังมีกำลังวังชา กำลังใจ (ขาดแต่กำลังทรัพย์) พยายาม “ปลุกปั้น” นักร้องรุ่นลูก-รุ่นหลานมาประดับวงการด้วยความอุตสาหะ..

ประสบความสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง แต่ด้วยใจรักในเพลงลูกทุ่ง ก็ยังแข็งใจ (สู้) ปล้ำ เอ๊ยปั้นต่อไปจนร่างกายกลบดินโน่นแหละ..ว่าอย่างงั้น!

และด้วยรัก-ห่วงใยคนในอาชีพนักแต่ง-นักเพลง (ลูกทุ่ง) วันก่อนคุณยอดธงจึงได้โพสต์.. “ขืนปล่อยไปนาน พวกฉวยโอกาสหากินกับเสียงเพลงลูกทุ่งจะระบาดไปทั่วประเทศ

เพราะกฎหมายที่ผ่านแล้วนำมาใช้แล้ว กฎหมายฉบับนี้มีความหมายว่าคนแต่งเพลงหรือเจ้าของลิขสิทธิ์เสียชีวิตไปแล้ว 50 ปีทุกเพลงต้องตกเป็นของแผ่นดิน  

กฎหมายนำออกมาใช้ ลูกหลานวงสาคณาญาติของนักแต่งหมดสิทธิ์หมดโอกาสที่จะได้รับมรดกที่พ่อแม่ ปู่ย่าตายายบุกเบิก ด้วยน้ำพักน้ำแรง มันสมอง สร้างไว้ไห้วงตระกูล

ตอนลำบากยากจนขุดค้นเนื้อร้องทำนองมันสุดแสนยากลำบากแค่ไหน รัฐเคยส่งเสบียงมาช่วยหรือมาเหลียวแลกันบ้างไหม

แล้วนักแต่งเพลงต่อสู้มาจนสำเร็จ ลูกหลานก็หวังจะทำมาหากินกับมันสมองของบรรพบุรุษของต้นตระกูลของเขาที่สร้างไว้ไห้ตกทอดกันไปเหมือนสมบัติ เช่น ไร่นา ตึกรามบ้านช่อง

ผมเห็นด้วย คือถ้าเป็นทำนองไทยเดิมนี่ถ้าจะไห้ตกเป็นของแผ่นดินก็พอไหว แต่ครูเพลงคิดทำนองเอง เนื้อร้องเองและดังเองโดยที่รัฐไม่มีใครมาเหลียวมอง

นี่มันสมองของคนนะครับ ไม่ใช่แผ่นดินที่จะต้องยึดคืน..”

อืออ..ก็น่าคิด-น่าใคร่ครวญ และอีกท่านที่ได้ออกมาตอกย้ำในเรื่องนี้ คือ “เจ้าพ่อเสื้อลายดอก” คุณเจนภพ จบกระบวนวรรณ ได้โพสต์..

“ประเด็นที่อยากพูดคุยด้วย เอาเรื่องแรกเรื่องเดียวก่อนนะครับ คือ เรื่อง อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ อธิบายแบบง่ายที่สุด

คือ กรณีบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้สร้างสรรค์ กฎหมายจะคุ้มครองลิขสิทธิ์ไปตลอดชีวิตของผู้สร้างสรรค์นะครับ และ จะมีต่อไปอีก ๕๐ ปี หลังจากที่ผู้สร้างสรรค์ได้เสียชีวิตไปแล้ว

พอพ้นระยะ ๕๐ ปีไปแล้วจะไปยังไงต่อล่ะครับทีนี้ ลิขสิทธิ์นั้นๆ จะตกเป็นของสาธารณะ หรือที่ว่า ตกเป็นของแผ่นดิน ใช่ไหม?

คำถามของผมคือ สาธารณะ คือใคร แผ่นดิน คือใคร ล่ะครับ หมายความว่าถ้าผู้สร้างสรรค์ตายจากไปครบ ๕๐ ปีแล้ว จากนั้นไปใครจะเอาไปทำอะไรก็ได้ใช่ไหม?

ไม่ต้องบอกใคร ไม่ต้องขอใคร ไม่ว่าจะเอาไปทำอะไรได้หมดทุกอย่างเลยใช่ไหม? ถ้าใช่ คำถามที่ยังค้างคาใจผมตลอดมาคือ มันยุติธรรมแล้วหรือ?

สาธารณะ หรือ แผ่นดิน นั่น ได้ร่วมสร้างสรรค์อะไรในชิ้นงานนั้นมาก่อนหรือ ถึงได้รับสิทธินั้นไปหน้าตาเฉย

สรุปว่า จะต้องให้ลูกหลานเหลนของผู้สร้างสรรค์ หรือ เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้เสียสละ ภูมิปัญญามันสมองของปู่ย่าตาทวดตัวเองยกเป็นสมบัติสาธารณะ สมบัติชาติ ใช่ไหม? 

ผมขอความกรุณาท่านผู้รู้ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจหน่อยเถอะครับ ว่ากฎหมายแบบนี้ ยุติธรรมแล้ว เหมาะสมแล้ว ผมจะได้เลิกค้างคาใจสักที

แล้วจะได้แจ้งบอกลูกหลานเหลนของผมว่า ต้องทำใจนะลูก กฎหมายเขาบีบบังคับไว้แบบนี้ อย่าร้องแรกแหกกระเชออะไรนะ

พ่อตายไปแล้ว เอ็งก็ได้รับประโยชน์ไปอีก ๕๐ ปีนะ พ้นไปแล้ว พ่อก็ไม่รู้จะตามไปช่วยเอ็งได้ยังไงแล้วล่ะลูก!!!!!!!!!!!!”

เนี่ย..ใครรู้ช่วยกรุณาอธิบายความให้ทั้ง 2 ท่านได้เข้าใจทีเถิด!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ม็อบทิพย์’..เอ้อระเหยไม่ได้!

“ฟ้องมาเลยครับ ผมไม่กลัว”! เปล่า..ผมไม่ได้จะท้าทายใคร เพราะเรื่องฟ้องร้องขึ้นโรง-ขึ้นศาลน่ะ ไม่ว่า “โจทก์” หรือหรือ “จำเลย” ไม่อยากเป็นทั้งนั้น!

ผลงานชิ้นโบแดง!

ขอสารภาพตามตรง..อาย “ฮุน เซน” (ว่ะ)! ก็..อายในความเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และเป็น “ประธานวุฒิสภากัมพูชา” ที่มีสำนึกรัก-หวงแหนในวัฒนธรรม ภาษา..

ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา

ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา

ห้ามคนไทยเข้า!

เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”

ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ

มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..

ต้องขอ ‘คารวะ’

ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..