บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ท่ามกลางกระแสการปรับเปลี่ยนนโยบายกัญชาให้สอดรับกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่เน้นเพื่อการแพทย์และเศรษฐกิจ “เสี่ยเม้ง”-วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ  สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ขานรับแนวทางของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อย่างแข็งขัน โดยประกาศชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้จะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดในการกวาดล้างร้านขายกัญชาเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต หรือร้านที่แอบอ้างใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์เพื่อการสันทนาการ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มผู้ฉวยโอกาสที่สร้างปัญหาให้กับเยาวชนและสังคมไทย

ความน่าสนใจของมาตรการนี้อยู่ที่การสนับสนุนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานให้เป็นอิสระ ปราศจากการเกรงใจผู้มีอำนาจหรือรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง

โดยมุ่งเน้นการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักวิชาการเป็นสำคัญ หากผลการศึกษาชี้ชัดว่ากัญชาสร้างปัญหาสังคมมากกว่าประโยชน์ รัฐบาลพร้อมที่จะดึงกลับไปเป็นยาเสพติดเพื่อปกป้องอนาคตของชาติ

ซึ่งในทางปฏิบัติ กมธ.ตำรวจฯ ควรลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและชี้เป้าการกระทำผิดอย่างจริงจัง และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการ

โดยเฉพาะในพื้นที่ย่านสุขุมวิทซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีการลักลอบเปิดร้าน "สายเขียว" เพื่อการสันทนาการและมั่วสุมเป็นจำนวนมาก การลงพื้นที่เชือดไก่ให้ลิงดูในย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของรัฐบาลว่าการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ทำจริงและไร้ข้อยกเว้นอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในแวดวงเศรษฐกิจ คือการที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ได้เปิดเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารโดยตรงกับประชาชน 

การเปิดพื้นที่ออนไลน์ครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจที่จะทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการอธิบายทิศทางนโยบายเศรษฐกิจที่ซับซ้อน ทั้งเรื่องการคลัง งบประมาณ และการลงทุน ให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงสาธารณะ ตลอดจนใช้เป็นช่องทางรับฟังปัญหาเพื่อนำมาปรับจูนแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ในมิติทางการเมือง แม้ปัจจุบันชื่อของ เอกนิติ อาจจะยังไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มตัวย่อ “ศ” ที่ถูกจับตาในฐานะผู้จะมาแทนที่ อนุทิน ในช่วงเวลาปัจจุบัน  เพราะแคนดิเดตของพรรค คือ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ

แต่ความโดดเด่นในฐานะนักบริหารเศรษฐกิจที่มีแนวคิดทันสมัยและการวางยุทธศาสตร์ 5 T (Target, Transition, Transform, Transparency, Together) ในช่วงวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจที่ท้าทาย

ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองว่าเขาคือ ตัวเลือก ที่น่าสนใจ หากในอนาคตพรรคภูมิใจไทยต้องการขุนพลสายเศรษฐกิจที่มีความพร้อมและเป็นที่ยอมรับ เอกนิติ ย่อมมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการขยับขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคในสมัยหน้าได้อย่างสง่างามและมีต้นทุนทางสังคมที่แข็งแกร่ง

ปิดท้ายด้วยประเด็นการเมืองภายในกระทรวงคมนาคม กรณีการลาออกของ รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการ รมว.คมนาคม จากกระแสข่าวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งปมประเด็นส่วนตัว และอาจเกี่ยวข้องกับทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ 

“โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แสดงจุดยืนที่น่าชื่นชมด้วยการประกาศ “ไม่ตั้งใครแทน” และยืนยันว่าได้ยับยั้งใบลาออก แต่สุดท้ายก็อนุมัติให้ออก และปล่อยให้เจ้าตัวเดินหน้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม อาจเป็นทางออกที่ดีและแฟร์ที่สุดสำหรับทุกฝ่ายในเวลานี้ เพราะเปิดโอกาสให้ข้าราชการการเมืองที่มี “ตำหนิ” หรือมีข้อครหาได้เคลียร์ตัวเอง และยังช่วยลดแรงกระแทกทางการเมืองมาที่เจ้านายอีกด้วย แม้คนอย่าง รองฯ พิพัฒน์ ไม่กลัวทัวร์ลงอยู่แล้วก็ตาม.   

เสือดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกในบรรยากาศที่สังคมไทยมีความรักและห่วงใยถึงประชาชนในภาคเหนือ โดยเฉพาะน่านที่ยังคงต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมอันเนื่องมาจากฝนตกหนักติดต่อกัน พร้อมกับชาวปัตตานี ยะลา นราธิวาส ที่ลุกเป็นไฟ มีการก่อการร้ายป่วนแบบดาวกระจายมากกว่า 54 จุดในคืนเดียวเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

บันทึกหน้า 4

ยิ่งใกล้ยิ่งเดือด! นับถอยหลังอีก 10 วัน จะถึงเดดไลน์ที่ กกต. ประกาศปิดคดีฮั้ว สว. ภายในสิ้นเดือนนี้ หลัง 200 สว. ชุดปัจจุบัน อยู่ในสภาสูงมาแล้วกว่า 2 ปี นับจาก ก.ค.2567 หลายกลุ่มแห่บุกสำนักงาน กกต.

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าการไปปฏิบัติภารกิจของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะ ในการไปเยือนเครือรัฐออสเตรเลียนั้น ได้น้ำได้เนื้ออย่างยิ่ง ที่สำคัญยังมีความเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้และเชื่อถือ

บันทึกหน้า 4

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุม ครม. เนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย อยู่ระหว่างการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 17-22 ส.ค.69 โดย นายพิพัฒน์ ได้เปิดศึก เอ็นจีโอ กรณีที่มีแรงต้านโครงการใหญ่ของรัฐบาลว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่บนฐานของเหตุผล

บันทึกหน้า 4

การเดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17 ถึง 22 สิงหาคม ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ

บันทึกหน้า 4

เปิดบันทึกคาดเดาว่าไม่น่าจะมีสาระการเมืองให้ระทึกตลอดสัปดาห์ เพราะนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีภารกิจเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ 17-22 ส.ค. ถึงแม้จะมีความเคลื่อนไหวคดีฮั้ว สว. ที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ภาคต่อ คลิปหลักฐานคดีโกง สว. : บุคคลในคลิปเสียงที่ห้องพักในโรงแรม คือใคร?" จนเดือนนี้ถูกมองว่าเป็นเดือนแห่ง “ศึกสิงหา” มรสุมการเมืองถาโถมรัฐบาลก็ตาม .