
ต้องบอกว่าการไปปฏิบัติภารกิจของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะ ในการไปเยือนเครือรัฐออสเตรเลียนั้น ได้น้ำได้เนื้ออย่างยิ่ง ที่สำคัญยังมีความเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้และเชื่อถือ เพราะหลัง “อนุทิน” และ “แอนโทนี แอลบาเนซี” นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียหารือกันแบบเต็มคณะ แล้วทั้งคู่ก็ออกมาแถลงข่าวร่วมกัน ในการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทั้งด้านการค้า-ความมั่นคง-ประชาชน และพหุภาคี …๐
ต่างจาก 2 ยุครัฐบาลที่ผ่านมาทั้งของกรณีรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน โดยเฉพาะ กรณีหลังที่ไปทัวร์ต่างประเทศบ่อยมาก ซึ่งแต่ละครั้งก็ออกมาแถลงแบบฉายเดี่ยวแบบไม่มีคู่เจรจาออกมาการันตีด้วย
จึงไม่แปลกใจว่านับตั้งแต่วันนั้นจนทุกวันนี้เรื่องบอกดึงเอกชนต่างประเทศมาลงทุนไทยจำนวนโน้นจำนวนนี้จึงไม่เห็นเม็ดเงินแม้แต่บาทเดียว เรียกว่าเป็นการทัวร์แบบราคาคุยเสียมากกว่า ...๐ ที่สำคัญการไปเยือน “ออสเตรเลีย” ครั้งแรกของผู้นำประเทศไทยในรอบ 14 ปี ยังทำให้ “สื่อออสซี่” รายงานด้วยว่าไทยเป็นหุ้นส่วนที่น่าสนใจในการกระจายโอกาสทางการค้า ต้องบอกว่าคุ้มค่าคุ้มราคาในการขนคณะไปจริงๆ ...๐
แต่ดูเหมือน “รัฐนาวาอนุทิน” จะมีกรรมเก่าบดบังเยอะ เลยทำให้ “นายกฯ หนู” ที่ไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะได้เกิดสถานการณ์ฝนกระหน่ำจนทำให้เกิด น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน จนเรียกว่าวิกฤต ซึ่งนายกฯ ก็ได้สั่งการด่วนและโพสต์ว่าได้สั่งให้ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ, “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.เกษตรและสหกรณ์, “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” รมช.มหาดไทย และ “ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีลงพื้นที่แล้ว ...๐ งานนี้ก็ต้องชม รมต.ลูกเทพอย่าง “เจเศรษฐ์” เพราะตื่นตัวตั้งแต่เช้าที่จะลงพื้นที่ อ.ปัว พร้อมทั้งสั่งให้ระดมเจ็ตสกี เรือ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ ก่อนที่ “นายกฯ หนู” จะลงมาหวดก้นเสียอีก ที่สำคัญ “เจเศรษฐ์” ยังกำชับอย่างเข้มงวดด้วยว่าห้ามไม่ให้มีคนตาย ต้องบอกว่า “วิกฤตน้ำปัว” ก็สร้างรัฐมนตรีฮีโร่ขึ้นมาได้ แต่ก็หวังว่าจะบริหารจัดการปัญหาสำเร็จลุล่วงให้ชาวน่านทุกคนปลอดภัย ...๐
หันมาดูเรื่อง “มหากาพย์โกงสอบท้องถิ่น” กันบ้าง เพราะหลังจากคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติให้คัดชื่อออก 5,925 คนแล้ว และคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ได้รับรอง แต่ดูเหมือน ผู้บริหารท้องถิ่นหลายแห่งยังไม่กล้าขยับ กลัวถูกฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญานั้น ล่าสุด “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” รองปลัด มท. และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ก็ยืนยันว่าไม่ใช่เผือกร้อน มันอุ่นลงแล้ว มันเย็นลงเยอะแล้ว เพราะมีการกลั่นกรองอย่างรอบคอบและตรวจอย่างละเอียดของ กสถ. ก.กลาง และ สถ.แล้ว ...๐
ในขณะที่ดาบสองจาก “สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)” ในการตรวจเส้นทางการเงิน ก่อนยึดและอายัดทรัพย์นั้น “เทพสุ บวรโชติดารา” เลขาธิการ ปปง. ก็ระบุว่า แบ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องราว 5,000 คนตามพฤติการณ์ ซึ่งการตรวจต้องยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก ไม่ดำเนินการตามกระแส งานนี้สังคมเขาถามอีกว่านอกจากยึดและอายัดทรัพย์แล้ว งบประมาณในเรื่องเงินเดือนที่สูญเสียไปในช่วงที่นั่งเก้าอี้ท้องถิ่นนั้นทำไมเงียบฉี่กันหมด ไม่มีใครเคยเอ่ยอ้างถึงตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีจนถึงระดับอธิบดีเลย อย่าลืมว่าภาษีประชาชนนั้นต้องตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้นะตัวเอง ...๐
พูดถึงคดีความไม่เอ่ยถึงคดีที่ศาลอาญาประทับฟ้อง คดีที่ “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ฟ้อง “รักชนก ศรีนอก” สส.พรรคประชาชน ในข้อหาหมิ่นประมาทไม่ได้ เพราะศาลประทับรับฟ้องเฉพาะกรณีแชร์โพสต์ “กินหัวคิวเบอร์รี่ฟินแลนด์ 36 ล้าน” ส่วนกรณีแชร์โพสต์ “คดีฉาวที่วัยรุ่น (ยุค 90) สร้างตัว...” นั้นศาลไม่ประทับรับฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพียงการตั้งคำถาม ก็ ทำให้บรรดาคอกาแฟได้แต่มึนงงว่า ตกลงบรรทัดฐานคำว่าหมิ่นประมาทหากใช้ในรูปคำถามจะไม่เข้าข่ายหรืออย่างไร ...๐
ในขณะคดีหมิ่นประมาทอีกคดีหนึ่งนั้นก็เป็นการอธิบายของ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่บอกว่าการออกมาแฉโกง สว. ซึ่งแต่เดิมใช้คำว่า “ฮั้ว” แต่เผอิญเข้าตัวเข้าพรรคเลยเปลี่ยนมาใช้คำว่า “โกง” แทนนั้น ถูกฟ้องหมิ่นประมาทไป 3 คดีแล้ว ที่สำคัญไอติมยังเยาะเย้ยด้วยว่า ตั้งแต่มาร่วมทำงานกับพรรคก้าวไกลมีการเก็บบันทึกไว้ส่วนตัวว่าได้เดินทางไปทำงานหรือร่วมกิจกรรมที่จังหวัดไหนแล้วบ้าง ล่าสุดพบว่าได้เดินทางไปร่วมงานแล้วใน 62 จังหวัด อีก 15 จังหวัดที่ยังไม่ได้มีโอกาสไป มีทั้ง “บึงกาฬ-อำนาจเจริญ-หนองบัวลำภู” ที่ถูกฟ้องรวมอยู่ในนั้นพอดี แหม! หลานอภิสิทธิ์นี่ปากช่างเรียกแขกได้ดีจริงๆ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุม ครม. เนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย อยู่ระหว่างการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 17-22 ส.ค.69 โดย นายพิพัฒน์ ได้เปิดศึก เอ็นจีโอ กรณีที่มีแรงต้านโครงการใหญ่ของรัฐบาลว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่บนฐานของเหตุผล
บันทึกหน้า 4
การเดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17 ถึง 22 สิงหาคม ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ
บันทึกหน้า 4
เปิดบันทึกคาดเดาว่าไม่น่าจะมีสาระการเมืองให้ระทึกตลอดสัปดาห์ เพราะนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีภารกิจเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ 17-22 ส.ค. ถึงแม้จะมีความเคลื่อนไหวคดีฮั้ว สว. ที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ภาคต่อ คลิปหลักฐานคดีโกง สว. : บุคคลในคลิปเสียงที่ห้องพักในโรงแรม คือใคร?" จนเดือนนี้ถูกมองว่าเป็นเดือนแห่ง “ศึกสิงหา” มรสุมการเมืองถาโถมรัฐบาลก็ตาม .
บันทึกหน้า 4
"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

