
ผ่านปีใหม่มาได้เพียง 2 เดือนครึ่ง ค่าครองชีพของชาวบ้านก็ถีบตัวขึ้นอย่างน่าตกใจ หมู ไข่ไก่ ที่เป็นอาหารหลักของชาวบ้านก็แพงจนน่าใจหาย มาตอนนี้น้ำมันแพงอีก ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ปรับขึ้นไปแตะ 40.15 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซล B7 และ B20 ไม่ต้องพูดถึง ราคาขยับเกิน 30 บาทต่อลิตรไปแล้ว เพียงแต่ภาครัฐได้ตรึงราคาไว้ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร เพื่อไม่ให้กระทบกับต้นทุนของสินค้าอุปโภคบริโภค
ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งกระฉูดนั้นมาจากความตึงเครียดวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ตลาดกังวลต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก จากการคว่ำบาตรธุรกรรมทางการเงิน และบริษัทพลังงานหลายแห่งระงับการลงทุนในรัสเซีย ประกอบกับกลุ่มโอเปกพลัสที่ยังคงเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพียง 400,000 บาร์เรล/วัน ทำให้ทั่วโลกต่างต้องรับกับภาวะราคาน้ำมันแพงกันถ้วนหน้า
และก็ยังบอกไม่ได้ว่าราคาน้ำมันจะยังอยู่ในระดับสูงนานแค่ไหน ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงตึงเครียดต่อไปอาจทำให้เดือนเมษายนนี้ราคาน้ำมันดิบดูไบเกิน 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดีเซล 150-170 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แม้ว่าการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่าน-สหรัฐอาจนำไปสู่กำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านบาร์เรล/วัน รวมถึงการปล่อยน้ำมันสำรองของ IEA ก็สามารถบรรเทาความตึงตัวของตลาดได้บางส่วนเท่านั้น
ในขณะที่ราคาก๊าซหุ้งต้ม หรือ LPG ตลาดโลกก็ปรับเพิ่มขึ้นทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน โดยราคาอยู่ที่ 968 เหรียญสหรัฐ/ตัน เช่นเดียวกันกับราคาก๊าซธรรมชาติก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะอุปทานจากรัสเซียที่ไม่แน่นอนจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ที่ครอบคลุมทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และสหภาพยุโรปก็อยู่ระหว่างพิจารณาลดการพึ่งพานำเข้าก๊าซฯ จากรัสเซีย
ซึ่งที่ผ่านมานั้น รัฐบาลพยายามที่จะเข้ามาดูแลเพื่อลดผลกระทบกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีสรรพสามิต ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร โดยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาดูแล ปัจจุบันกองทุนมีเงินสดและเงินไหลเข้าอยู่เกินกว่า 20,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถดูแลได้จนถึงเดือน พ.ค.2565 ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่ 115 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และเพื่อให้การดูแลน้ำมันเดินหน้าอย่างไม่สะดุด กองทุนน้ำมันได้กู้เงินอีก 40,000 ล้านบาทเพื่อมาดูแลราคาน้ำมันในช่วงต่อไป ซึ่งคาดว่าจะได้เงินก้อนแรกในช่วงเดือน พ.ค.65 เช่นเดียวกัน
แต่สถานการณ์ก็ยังไม่มีความแน่นอน การที่จะเอาเงินกองทุนมาอุ้มตลอดก็เท่ากับสร้างภาระ สร้างหนี้ เมื่อน้ำมันลดลงก็ต้องตามใช้หนี้กันไม่หวาดไม่ไหว ดังนั้นกระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งในสังกัดกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน., การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. ร่วมกันจัดนิทรรศการเผยแพร่ให้ความรู้เรื่องการประหยัดพลังงานสำหรับประชาชนทั่วไป และข้อแนะนำการประหยัดพลังงานทั้งผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานเพิ่มความเข้มข้นในการประหยัดพลังงานมากขึ้นจากเดิม 10% เป็น 20%
เช่นเดียวกับ กลุ่ม ปตท. ที่ขอร่วมส่งเสริมให้ทุกคนประหยัดพลังงาน ด้วยวิธีการง่ายๆ นั่นคือ การขับรถอย่างมีสติ ไม่เหยียบเบรกกะทันหัน หรือบ่อยจนเกินไป เพราะนอกจากจะส่งผลเสียต่อตัวเครื่องยนต์แล้ว ผลวิจัยกล่าวว่า การเหยียบเบรกบ่อยจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันสูงถึง 40% ไม่เพียงแค่ช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากผ้าเบรกเสื่อมก่อนกำหนด และที่สำคัญช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะค่าขนส่งปรับสูงขึ้น สภาพเศรษฐกิจในหลายประเทศที่เริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ความตึงเครียดจากหลายภูมิภาคอันเกิดมาจากเหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน ผนวกกับไทยเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศกว่า 80-90% เป็นผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทยปรับสูงขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องใช้น้ำมันและพลังงานที่มีอยู่อย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
กระทรวงพลังงานเองก็ควรที่จะส่งเสริมให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่น้ำมันแพงทีก็รณรงค์กันที พอน้ำมันลดก็ลืม เลิกรากันไป วนไปซ้ำๆ ในรูปแบบนี้ทุกครั้งที่น้ำมันแพง พอเสียทีเถอะ.
บุญช่วย ค้ายาดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

