
เห็นข่าวเล็กๆ แต่น่าสนใจ น่าให้ความสำคัญมิใช่น้อย เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...คือข่าวที่นักธุรกิจระดับหมื่นล้าน อย่างคุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของคำขวัญ สโลแกน อันโด่งดังในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ต้มยำกุ้ง บ้านเราเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว นั่นคือ... ไม่มี-ไม่หนี-ไม่จ่าย ได้ออกมาชี้แนะ ชี้นำ ออกมากระตุ้นเตือนใครต่อใครในสังคมเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าให้เร่งหันไป ยึดถือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เอาไว้ให้จงหนัก หรือพยายามปรับตัว ปรับสภาพตัวเอง ให้รู้จักความพอประมาณ ความมีเหตุ-มีผล มีภูมิคุ้มกัน เพื่อให้เกิดขีดความสามารถในการประคับประคองตัวเอง ให้ผ่านพ้นไปจาก ช่วงระยะผ่าน ของโลกและของสังคมไทย ในช่วงนับจากนี้ไป หรือในแบบ พออยู่-พอกิน-พอใช้ ก็พอแล้ว!!!
คือนักธุรกิจอย่างคุณ สวัสดิ์ นั้น...คงไม่ใช่แค่รวย แค่มีเงิน-มีทองระดับหมื่นๆ ล้าน แต่ในแง่ของ คุณธรรม หรือความเข้าถึง-เข้าใจใน ความถูกต้อง-ยุติธรรม น่าจะเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปมิใช่น้อย เรียกว่า...ขนาดผู้ที่ใครต่อใคร กลัวปาก กันไปทั้งบ้าน ทั้งเมือง หรืออภิมหาพิธีกรรายการสนทนาปัญหาบ้านเมืองของสำนักข่าว ผู้จัดการ อย่าง อาเฮีย สนธิ ลิ้ม ท่านยังเคยเอ่ยปากสรรเสริญ ยกย่อง พี่หวัด หรือคุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง แบบตรงไป-ตรงมา และแบบเต็มปาก-เต็มคำ การออกมากระตุ้นเตือนใครต่อใครในบ้านเมือง ให้เร่งหันไปหา ความพอเพียง จึงเป็นอะไรที่ควรเก็บมาเป็นอุทาหรณ์ สอนใจ มาใคร่ครวญ พิจารณาไม่ต่ำกว่าแปดตลบ สิบตลบ เป็นอย่างน้อย...
เพราะ ช่วงระยะผ่าน ที่ไม่ว่าโลกหรือสังคมไทยจำเป็นต้องเคลื่อนคล้อยเข้าสู่ช่วงเหตุการณ์ หรือช่วงระยะเวลาที่ว่า มันออกจะเป็นอะไรที่น่าตื่นตระหนก น่าตกตะลึง พรึงเพริศ เป็นอย่างยิ่ง หรือแทบคาดคำนวณไม่ได้เอาเลยก็ว่าได้ อย่างที่คุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง ท่านสรุปไว้คร่าวๆ นั่นแหละว่า ไม่ใช่แค่มหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกอย่างคุณพ่ออเมริกาเท่านั้น ที่กำลังต้องเจอกับความน่าเกลียด น่ากลัว น่าสยดสยอง พองขน ในทางเศรษฐกิจ แต่ยังต้องเหมารวมไปถึงยุโรป แอฟริกา อเมริกาใต้ เอเชีย หรือแม้แต่ญี่ปุ่น-ยุ่นปี่ที่กำลังเจอปัญหาค่าเงินเยน จนอาจถึงขั้นต้องเทขายพันธบัตรสหรัฐในช่วงนี้ ฯลฯ แถมยังมีปัญหาโลกร้อน ปัญหา AI หรือปัญหา Technology Disruption เข้ามาผสมผสาน ร่วมด้วยช่วยกระทืบให้เกิดความน่าเกลียด น่าชัง ยิ่งๆ ขึ้นไป...
หรือถ้าว่ากันตามสำบัด สำนวน ของนักคิด นักวิเคราะห์เหตุการณ์บ้านเมือง และนักวิชาการที่พร้อมจะคว้าปังตอสับใครต่อใครที่ไม่ชอบมาพากลมาโดยตลอด อย่าง อาจารย์แก้ว หรือ แก้วสรร อติโพธิ ที่ได้ว่าเอาไว้ในข้อเขียน บทความชิ้นล่าสุด ก็คือ...โลกเหมือนรถยางแตกที่ดันไปค้างอยู่บนรางรถไฟ!!! นี่...เรียกว่าถึงขั้นสามารถหลับตานึกภาพ นึกถึงความน่าสยดสยอง พองขน โดยไม่ต้องเสียเวลาแปลความ ตีความ แต่อย่างใด คือมันน่าจะเป็นอะไรที่ก่อให้เกิดความสับสน อลหม่าน ความระส่ำระสาย ต่อใครก็ตามที่กำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่ในภายในรถ โดยเฉพาะเมื่อต่างฝ่ายต่างก็น่าจะพอได้ยินเสียง หวูด ดังสนั่น ไม่รู้กี่ตู๊ด ต่อกี่ตู๊ด เข้าไปแล้วในทุกวันนี้...
พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ใช่แค่ เสี่ยหนู-อนุทิน ตลอดไปจน ศุภจี-สีหศักดิ์-เอกนิติ รวมไปถึง ครูใหญ่-เนวิน เท่านั้น ที่ต้องตั้งหน้า-ตั้งตา หายใจทางเหงือก ไม่ใช่แค่ทางปาก อยู่ในช่วงระยะนี้ แต่ไม่ว่าจะพวกสีแดง สีเขียว หรือสีส้ม ฯลฯ เผลอๆ...อาจจะหนักซะยิ่งกว่าเอาเลยก็ไม่แน่ หรือต่างก็น่าจะ เอาไม่อยู่ ไปด้วยกันทั้งนั้น สำหรับฉากสถานการณ์ความเป็นไปของบ้านเมือง ความเป็นไปทางเศรษฐกิจ นับจากนี้ไปจนอนาคตเบื้องหน้า หรือไม่ใช่เป็นสิ่งที่ รัฐบาล ใดๆ ก็ตาม จะสามารถตอบสนองต่อความปรารถนา-ความต้องการของผู้คนใน ช่วงระยะผ่าน กันได้ง่ายๆ ไม่ว่าใครจะ ชอบ ใครจะ ชัง ใครต่อใครไปตาม มาตรฐานรสนิยม หรือ การปรุงแต่ง ตามแบบฉบับของใครก็ของมัน แต่สุดท้ายแล้ว...ก็น่าจะ เละ-กับ-เละ ไปด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่ามากหรือน้อยไปกว่ากันและกันเท่านั้นเอง...
อันนี้นี่เอง...ที่มันเลยทำให้คำพูดของอดีตนักปราชญ์โรมันอย่าง Epictetus ที่ว่าไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งอดีต นั่นก็คือคำพูดที่ว่า “Fortify yourself with contentment, for this an impregnable fortress.” หรือจงสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวท่าน ด้วยความสันโดษหรือความพอเพียง เพราะนี่คือป้อมปราการที่ไม่มีผู้ใดจะตีแตก ซึ่งเป็นสิ่งที่ออกจะสอดคล้องกับ คาถาศักดิ์สิทธิ์ กับคำชี้แนะ ชี้นำ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าด้วยความพอเพียง หรือ เศรษฐกิจพอเพียง นั่นเอง หรือคงต้องหันมา พึ่งตนเอง สร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ย่อมน่าจะดีกว่าการหันไป ด่ารัฐบาล ที่มีแต่ต้องด่ากันไปอีกนาน ด่าแล้ว ด่าเล่า ไปในทุกๆ รัฐบาล ไม่ใช่แต่เฉพาะรัฐบาล เสี่ยหนู เท่านั้น อันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์โพดผล ไม่ได้ช่วยให้ ตัวกูเอง เกิดความเข้มแข็ง เกิดขีดความสามารถในการผ่านไปจาก ช่วงระยะผ่าน ได้เลยแม้แต่น้อย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เสรีพิศุทธ์-เรวัช' เลือกใครดี?
วันนี้มีซองหลงทางครับ ไม่ได้มาทางอีเมล ไม่ได้เข้าทาง Inbox แต่ผมไปเจอเข้าเองตอนเลื่อนเฟซบุ๊ก
วันนี้…สวัสดีกันหรือยัง
เมื่อวานบอกว่าจะขอหยุดอยู่โลกใบนี้สักวัน วันนี้ก็ยังอยู่ครับ ไม่ได้กลับไปสามโลกกับคุณปิยะแล้ว
ลิ้นงู...ที่อยู่ในปากงู!!!
แม้ว่าแทบไม่เหลือ ราคา ใดๆ...สำหรับ ตัวตลก-ตัวแทน อย่างนาย Volodymyr Zelensky ผู้นำยูเครน ในการทำศึกสงครามกับ ชาตินิวเคลียร์ อย่างรัสเซีย แต่การดิ้นรน
สมัครใจ...ขาลอย!
เซ็นคำสั่งเรียบร้อย โครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 29 (รอบตุลาคม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570) หรือเออร์ลีรีไทร์ บิ๊กปู้-พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ลงนามอนุญาตให้ตำรวจลาออกจากราชการจำนวน 1,130 ราย
ความยุ่งยากเมื่อต้องเลือกข้าง-เลือกฝ่าย!!!
ไม่ว่าจะโลก...หรือประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ท่าทางมันน่าจะ ยุ่ง ระดับ โค้วตงหมง หรือระดับ ยุ่งฉิบหาย-ยุ่งตายห่า กันอีกมิใช่น้อย ภายในอนาคตเบื้องหน้า หรืออนาคตอันใกล้
เช็กชื่อ 'ผบ.พล' ซีรีส์ 3
การแต่งตั้งตำรวจระดับ “นายพล” ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย

