เปิดโต๊ะเจรจา?

เห็นข่าวจาก “แนวหน้าออนไลน์”..    จากกรณีกลุ่มไบเกอร์ชาวมาเลเซียกลุ่มหนึ่ง ขี่บิ๊กไบค์เที่ยวเมืองหาดใหญ่แล้วถูกตำรวจไทยจับปรับเรื่องท่อเสียงดัง และอุปกรณ์ไม่ตรงตามระเบียบ

ก่อนโพสต์คลิปโอดครวญ และชวนบอยคอตเที่ยวภาคใต้ของไทย

และต่อมา..นายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเป็นภาษามลายู โดยมีเนื้อหาว่า

“สวัสดีพี่น้องชาวมาเลเซียทุกท่าน ไม่จำเป็นต้องไปหาดใหญ่แล้ว!

มาเดินเล่นที่นราธิวาส ปัตตานี ยะลา กันดีกว่า อาหารอร่อยกว่า ราคาถูกกว่า มีสถานที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์มากมาย และที่สำคัญที่สุดคือ คนที่นี่พูดภาษามาเลย์ 100%”

ฮั่นแน่..อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชาติ ที่มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นหัวหน้าฯ กำลังจะบอกใช่ไหม (จ๊ะ) ว่า นราธิวาส ปัตตานี ยะลา เป็น “รัฐอิสระ”..

คือ..หมายความว่า 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่มีพระราชบัญญัติ รถยนต์ (เน้นตัวรถและการดัดแปลง) ไม่มีพระราชบัญญัติ จราจรทางบก (เน้นเรื่องการใช้งานบนท้องถนน)

และไม่มี พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (เกณฑ์มลพิษทางเสียง)!

เพราะหากมี.. “ตำรวจไทย” ใน 3 จังหวัด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ก็ต้องจับเหมือนกับที่ตำรวจหาดใหญ่ปฏิบัตินั่นแหละ..

จะพูดภาษาไทยหรือภาษามาเลย์ 100% ก็ไม่มีอภิสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมาย!

ผมจึงมองว่า..คำพูดของนายมูฮัมหมัดรุสดีดูจะเป็นการพยายามแยกอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ภาษา และเชื้อชาติออกจากส่วนกลาง..

ซึ่งก็เชื่อมโยงกับแนวคิดการแบ่งแยกดินแดนอย่างไม่อาจปฏิเสธได้!

และที่เคลมว่า 3 จังหวัดพูดภาษามลายู 100% และชวนคนมาเลเซียมาเที่ยวแทนหาดใหญ่นั้น นอกจากจะตอแหล เพราะยังมีคนไทยพุทธอีกมากที่ไม่ได้พูดภาษามลายูแล้ว..

ยังถือเป็นการเน้นย้ำ-ตอกย้ำ.. “ความเหมือนกับมาเลเซีย และความต่างจากประเทศไทย” ถือเป็น “กลยุทธ์เชิงจิตวิทยา” ที่กลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนมักใช้..

เพื่อสร้างความรู้สึกว่า “พื้นที่นี้” ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของไทย!

การเชิญชวนในลักษณะ “บอยคอตเมืองหนึ่ง แล้วมาอีกพื้นที่หนึ่ง” ทั้งๆ ที่อยู่ภายใต้ราชอาณาจักร (ไทย) เดียวกันอย่างสมบูรณ์..

นับเป็นการพยายาม “ตัดขาด” ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่าง 3 จังหวัดชายแดนใต้ กับพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ซึ่งขัดต่อหลักการบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างชัดเจน!

นี่.ก็อยากฝากถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลือกตั้งคราวหน้าช่วยกรุณาคัดกรอง “ผู้สมัคร” ของพรรคท่านหน่อยก็ดี จะดีบ้าง ชั่วบ้างไม่เป็นไร ขอให้มีใจภักดิ์..ไม่คิดแบ่งแยกประเทศไทยก็พอ!

ครับ..พูดถึงปัตตานี ยะลา นราธิวาส กับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นพร้อมกันถึง 51 จุดในคืนเดียว (22 สิงหาคม 2569) นับเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจ

และดึงความโกรธแค้นจากผู้คนในสังคมอย่างมาก เพราะการกระทำที่มุ่งเป้าไปที่การวางระเบิด วางเพลิง และปล้นร้านสะดวกซื้อ

ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่อย่างรุนแรง!

ถึงขนาดที่นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล Human Rights Watch ประจำประเทศไทย และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ไม่รอให้ใครถามหา รีบโพสต์เลย..

“ประณาม! #อาชญากรรมสงคราม! เผยสันดาน #ผู้ก่อการร้าย #บีอาร์เอ็น ประกาศจะเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ #IHL

แต่เมื่อคืนก่อเหตุ 51 จุดที่ #ปัตตานี #ยะลา และ #นราธิวาส มีทั้งปล้น เผา และวางระเบิด เน้นโจมตีเป้าหมาย #พลเรือน

คาดต้องการประกาศศักดาใช้ความรุนแรงกดดันรัฐบาลไทยให้เปิดโต๊ะเจรจา วิธีการนี้เลวร้ายมาก!”

ใช่..เลวร้าย แต่คงยากเจรจา!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สื่อสาธารณะจำเป็นต้องมี?

ชื่อรายการ “คุยให้คิด”! ฉะนั้น..พวกเราช่วยคิดกันสิว่า ค่าตัว 40,000 บาทต่อตอนของ “ผู้ดำเนินรายการ” คุณวีระ ธีรภัทร ก็ดี คุณสุทธิชัย หยุ่น ก็ดี มันแพงไปไหม?

เบื้องหน้า'คิงคอง'คือ..?

“รถติด น้ำท่วม ไฟดับ รถไฟฟ้าแพง ความเหลื่อมล้ำ ผู้ว่าฯ ต้องแก้ให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าอาสามาเป็นผู้ว่าฯ”

สภา ‘ไฮยีนา’?

“มิตร ชัยบัญชา ดาราคนนางเลิ้ง” นี่..ชื่อ งานรำลึกถึง “มิตร ชัยบัญชา” ตำนานพระเอกหนังไทยอันดับหนึ่ง เนื่องในวาระครบรอบการเสียชีวิตจากการตกบันไดเฮลิคอปเตอร์..

ที่เสวยสุขของพวกปรสิต?

ผมรู้ (ไม่) ทันเจิมศักดิ์.. ก็..อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เจ้าของหนังสือ “รู้ทันทักษิณ” นั่นแหละ ซึ่งได้อ่าน-ได้ฟังที่ใครต่อใครนำมาพูดหลังท่านไปนั่งสนทนากับพิธีกรทางจอทีวีแล้ว..

ยิ่งกว่าเจอ ‘ก็อตซิลล่า’

เพิ่งได้ออกจากกะลา เอ๊ย ไม่ใช่..นอกบ้านสิ! ไม่ได้เข้าที่ทำงาน แต่ได้ขับรถไปบนเส้นทางที่ “น้ำลด” เพื่อไปพบปะกับไอ้เกลอแถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา

พอได้คลาย ‘แพนิก’?

เพิ่งได้ออกจากกะลา เอ๊ย ไม่ใช่..นอกบ้านสิ! ไม่ได้เข้าที่ทำงาน แต่ได้ขับรถไปบนเส้นทางที่ “น้ำลด” เพื่อไปพบปะกับไอ้เกลอแถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา