คอลัมน์ “เปิดซองออนไลน์” มาถึงวันที่สามแล้วครับ สองวันแรกยังไม่มีซอง วันนี้เปิดอีเมลดูอีกที…ก็ยังไม่มี
อีเมลก็ไม่ได้เสีย ลองส่งหาตัวเองดูแล้ว เข้าเรียบร้อยดี (ฮา)
เอาเป็นว่า ซองยังไม่มาก็เขียนของเราไปก่อน
แต่วันนี้นึกสนุกขึ้นมาอย่างหนึ่ง ในเมื่อยังไม่มีซองจากทางบ้าน ลองเปิดซองจากทางนี้ดูบ้าง
วันนี้ “เสมอต้น” ถาม “เสมอต้น” ตอบเองก็ได้
ถาม : ไม่มีซอง แล้วจะเปิดอะไร?
ตอบ : เริ่มคำถามแรกก็แทงใจกันเลยนะครับ
ถาม : ก็ถามตามที่เห็น
ตอบ : งั้นข้ามข้อนี้
ถาม : แล้วจะให้ถามอะไร?
ตอบ : เรื่องบ้านเมืองสิ มีให้ถามเยอะแยะ
ถาม : งั้นถามใครดี?
ตอบ : ยิ่งชีพ
ถาม : ทำไมต้องยิ่งชีพ?
ตอบ : เพราะเขายังไม่ตาย
อ้าว…
เมื่อวาน “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการ iLaw โพสต์ขอความกรุณาว่า อย่าเรียกเจ้าตัวว่า “พลีชีพ” อีก เหตุผลข้อแรกตรงไปตรงมามาก
“ผมยังไม่ตาย ชีวิตผมยังอยู่”
อันนี้เถียงยากครับ
ยิ่งชีพบอกว่า ยังไงเสียก็จะอยู่ต่อ เพราะเรื่อง สว. ยังมีอะไรอีกหลายอย่างต้องทำ และไม่อยากให้คำว่า “พลีชีพ” ทำให้ตัวเองดูเป็นฮีโร่ที่เสียสละเกินจริง ถึงขั้นเอาชีวิตไปทิ้ง ทั้งที่ในการต่อสู้เรื่องเลือก สว. ยังมีคนที่เสี่ยงกว่าตัวเอง ทั้งพยานที่เคยอยู่ในขบวนการแล้วนำข้อมูลออกมาให้การ รวมถึงคนที่นำข้อมูลจากภายในออกสู่สาธารณะ
เจ้าตัวขอมาอย่างนี้ก็ต้องเคารพกันครับ ไม่เรียก “พลีชีพ” ก็ได้ เรียก “ยิ่งชีพ” เหมือนเดิมนี่แหละ
ช่วงนี้ยิ่งชีพกับ iLaw กำลังเอาจริงเอาจังกับเรื่อง “ฮั้ว สว.” ทั้งเปิดข้อมูล เปิดรายชื่อ เปิดเอกสาร และไล่บี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยิ่งชีพมั่นใจในข้อมูลแค่ไหน ดูจากที่เดินหน้ามาถึงตรงนี้ก็คงพอรู้ ผมจึงไม่ได้อยากถามว่า “หลักฐานอยู่ไหน”
ที่อยากถามคือ ทำไมเรื่องนี้ถึงมาร้อนเอาตอนนี้
เพราะเรื่อง “ฮั้ว สว.” ไม่ใช่เพิ่งเกิด การเลือก สว.ชุดปัจจุบันเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567 ข้อสงสัยเรื่องการจัดตั้ง เครือข่าย และการฮั้วก็ตามมาตั้งแต่กระบวนการเลือก ก่อนที่คำว่า “สว.สีน้ำเงิน” จะถูกใช้เรียกกลุ่ม สว.ที่ถูกมองว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเมืองฝ่ายหนึ่งในเวลาต่อมา
ก่อนมี สว.ชุดนี้เสียอีก คนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องการเลือก สว.อย่างจริงจัง และเดินสายระดมคนให้เข้าสมัครก่อนใคร ก็คือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”
ธนาธรคืออดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และทุกวันนี้ยังถูกมองว่าเป็นผู้นำทางความคิดคนสำคัญของการเมืองฝ่ายส้มที่มาถึงพรรคประชาชน ขณะที่แนวทางหลายเรื่องของ iLaw และ “ยิ่งชีพ” ก็เดินอยู่บนถนนการเมืองสายใกล้เคียงกันมานาน
ก่อนการเลือก สว. ปี 2567 ธนาธรเดินสาย “สว.ประชาชน” ชักชวนและระดมคนในเครือข่ายของฝ่ายตัวเองให้เข้าสมัคร สว.ให้มากที่สุด
กติกาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ผู้สมัคร 20 กลุ่มเลือกกันเอง ผ่านระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศจนเหลือ 200 คน ประชาชนทั่วไปไม่ได้กาบัตรเลือก สว.โดยตรง กติกาแบบนี้ใครมีเครือข่ายมากก็ย่อมได้เปรียบคนที่สมัครเข้ามาเพียงลำพัง
สุดท้ายผลออกมาไม่เป็นอย่างที่ฝ่ายธนาธรหวัง คนที่ชักชวนให้สมัครไม่ได้เข้าไปมากนัก ขณะที่อีกฝ่ายซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า “เครือข่ายสีน้ำเงิน” กลับได้ สว.เข้าไปเป็นกอบเป็นกำ
เมื่อข้อกล่าวหาเรื่อง “ฮั้ว สว.” ร้อนขึ้นมา เรื่องเก่าของธนาธรก็ถูกย้อนถามเหมือนกันว่า แล้วที่เคยเดินสายชักชวนและจัดตั้งคนให้เข้าสมัครก่อนหน้านั้นต่างกันตรงไหน ฝ่ายธนาธรอธิบายว่าสิ่งที่ทำคือ “การรณรงค์” ไม่ใช่การฮั้ว
แต่จะเรียก “รณรงค์” “จัดตั้ง” หรือ “ฮั้ว” คำเรียกไม่ใช่ตัวตัดสินครับ ต้องดูว่าใครทำอะไร อย่างไร มีการจัดคน จัดคะแนน ใช้เงิน หรือมีพฤติการณ์อื่นที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ หลักฐานถึงใครก็ว่ากันถึงคนนั้น
ถอยออกมามองเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ก็เห็นอะไรชัดขึ้นเยอะ
ตอนฝ่ายตัวเองทำเรียก “รณรงค์” พออีกฝ่ายทำได้ดีกว่าเริ่มเรียก “จัดตั้ง” ต่อมาก็ “ฮั้ว” วันนี้โตเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” ไปแล้ว
ถ้าครั้งนั้น “สว.ประชาชน” เข้าไปได้สักร้อยกว่าคน ไม่รู้วันนี้เราจะมีคำว่า “ระบอบสีส้ม” ให้เถียงกันหรือเปล่า ก็ไม่รู้
แต่เอาเถอะ แพ้ก็คือแพ้ ส่วนเรื่องฮั้ว ถ้ามีหลักฐานว่าผิดกฎหมายก็จัดการกันไป ทีนี้ย้อนกลับไปดูช่วงเวลากันหน่อย
ข้อกล่าวหาเรื่องฮั้ว สว.มีมาตั้งแต่การเลือกปี 2567 ผ่านรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เรื่องก็มีอยู่ แต่ทั้งพรรคประชาชนและยิ่งชีพไม่ได้เปิดศึกชนิดเอาเป็นเอาตายอย่างที่เห็นวันนี้
ต่อมาแพทองธารพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การเมืองเปลี่ยนขั้ว พรรคประชาชนยกมือให้อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี วันนั้นยังจับมือ “สีน้ำเงิน” กันได้อยู่
ยังไม่เห็นใครรีบไปล้างมือ
จากนั้นพรรคประชาชนกับภูมิใจไทยกลับมาเป็นคู่แข่งกันเต็มตัว จนถึงการเลือกตั้งที่พรรคประชาชนแพ้ภูมิใจไทย คราวนี้ “ระบอบสีน้ำเงิน” กลายเป็นเรื่องใหญ่ ขณะที่ยิ่งชีพกับ iLaw ก็เร่งเครื่องเรื่อง “ฮั้ว สว.” เต็มที่
พรรคประชาชนรบกับ “ระบอบสีน้ำเงิน” ยิ่งชีพกับ iLaw รบกับ “ฮั้ว สว.” คู่ต่อสู้ก็เครือข่ายเดียวกัน ไปทางเดียวกันได้ดี
เสื้อทีมมันคล้ายกันดีครับ
ทีนี้เรื่องเริ่มไม่ใช่แค่การถกกันเรื่องระบบเลือก สว.แล้ว ช่วงหลังยิ่งชีพไม่ได้หยุดแค่ตั้งคำถาม แต่เปิดข้อมูลที่ระบุว่ามาจากสำนวนสอบสวน รวมถึงรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 229 รายออกสู่สาธารณะ ทั้งที่คนเหล่านั้นยังเป็นผู้ถูกกล่าวหา ยังไม่มีคำตัดสินว่าใครผิดใครถูก
ส่วนข้อมูลในสำนวนออกมาได้อย่างไร DSI ก็ต้องหาต้นตอให้เจอ ข้อมูลในสำนวนไม่ได้มีขาเดินออกมาเอง ต้องดูกันว่าหลุดออกมาทางไหนและผ่านมือใคร ขณะที่คนซึ่งนำข้อมูลมาเผยแพร่ต่อจะมีความผิดทางกฎหมายหรือไม่ เป็นอีกเรื่องที่ต้องว่ากันไป แต่ที่เกิดขึ้นแล้วคือ ผู้มีรายชื่อเริ่มทยอยดำเนินคดีในจังหวัดต่างๆ
เสียง “สู้ๆ” ยังมีครับ แต่หมายก็เริ่มมาเหมือนกัน ยิ่งชีพมีพ่อเป็นทนายความ แม่เป็นอดีตผู้พิพากษา เรื่องกฎหมายเจ้าตัวคงรู้ดีกว่าผมเยอะ เพียงแต่ความรู้กฎหมายมีไว้สู้คดี ไม่ได้มีไว้รับหมายแทน
ส่วนคำว่า “พลีชีพ” ไม่เรียกก็ได้ครับ มีอีกคำน่ากลัวกว่า
คำนั้นคือ “ลอยแพ”
ช่วงกำลังรบกับ “ระบอบสีน้ำเงิน” นี่อบอุ่นดีครับ เปิดเลยพี่ แฉเลยพี่ สู้ๆ พี่ อย่ายอมเขา แต่เวลาได้รับหมาย เขาไม่ได้เฉลี่ยให้คนกดไลก์คนละใบ คนเปิดข้อมูลคือยิ่งชีพ คนถูกฟ้องก็ยิ่งชีพ คนไปศาลก็ยิ่งชีพ
คนกดไลก์ยังไม่น่าห่วงเท่าเพื่อนร่วมทางทางการเมือง วันนี้พรรคประชาชนกำลังรบกับ “ระบอบสีน้ำเงิน” ยิ่งชีพกับ iLaw กำลังรบเรื่อง “ฮั้ว สว.” ไปทางเดียวกันพอดี
แต่การเมืองไทยเปลี่ยนเพื่อนเก่ง
เรื่องนี้เยาวชนและนักกิจกรรมสามนิ้วหลายคนน่าจะเล่าได้ดี ช่วงม็อบกำลังขึ้น ใครๆ ก็เป็นเพื่อนร่วมทาง นักการเมืองฝ่ายส้มพูดเรื่องสิทธิ เสรีภาพ ประกันตัว คดีการเมืองกันเสียงดัง คนหนุ่มสาวออกไปเคลื่อนไหว บางคนมีคดี บางคนโดนมาตรา 112 บางคนติดคุก บางคนวันนี้ยังเดินขึ้นศาลอยู่ ส่วนพรรคการเมืองก็เดินต่อ เลือกตั้งก็ต้องเลือก ยุทธศาสตร์ก็ต้องเปลี่ยน
พอถึงทางแยก คนมีคดีเลี้ยวไปศาล พรรคเลี้ยวไปเลือกตั้ง
ยิ่งชีพจำภาพนี้ไว้หน่อยก็ดี ไม่นานมานี้พรรคประชาชนยังยกมือให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี วันนั้น “สีน้ำเงิน” ยังจับมือกันได้ วันนี้กลายเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่รบกันเต็มสนาม วันหน้าสมการเปลี่ยนอีก ใครจะจับมือใคร ผมไม่กล้าทาย
เพราะฉะนั้นคุณยิ่งชีพ ไม่เรียก “พลีชีพ” แล้ว เจ้าตัวยืนยันเองว่ายังไม่ตาย และจะอยู่ต่อ เพราะเรื่อง สว. ยังมีอะไรอีกหลายอย่างต้องทำ
แต่ระวังถูกลอยแพ
วันหนึ่งการเมืองอาจมีเรื่องใหม่ให้เดิน พรรคก็เดินของพรรค ส่วนคดีเก่ายังอยู่กับคนเดิม หันกลับมาอีกที…
อ้าว พรรคไปไหนแล้ว!
ก็หวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น
วันนี้ผมแค่เตือนไว้ก่อน
การเมืองน่ะ เปลี่ยนเพื่อนได้เร็วกว่าคดี
เอาละครับ ทีนี้กลับมาที่ “เปิดซองออนไลน์” ของเราบ้าง
เห็นวันนี้ “เสมอต้น” ถาม “เสมอต้น” ตอบ ก็อย่าเพิ่งเข้าใจว่าที่นี่เป็นคอลัมน์ถามมา-ตอบไป จะเขียนมาเล่าเรื่อง ส่งเรื่องที่เห็นว่าน่าสนใจ มีอะไรติดใจเรื่องบ้านเมือง อยากพูด อยากแย้ง หรืออ่านที่ผมเขียนแล้วเห็นต่าง ก็ว่ากันมา
เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ เรื่องของตัวเองหรือเรื่องที่ไปพบเห็นมา เล่ามาตามภาษาของท่านนั่นแหละครับ ทางนี้พร้อมเปิดอ่าน
ส่งมาที่ 📩 [email protected]
รออยู่ครับ คราวนี้ไม่ส่งหาตัวเองแล้ว (ฮา)
—เสมอต้น
27 สิงหาคม 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เจี๊ยบ อมรัตน์' เปิดภาพกองหลังพรรคส้ม ลั่นความหวังที่มีร่วมกันยังยืนหยัดมั่นคง รอวันของเรา
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์ภาพคู่กับแกนนำคนสำคัญของพรรคส้มทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นัดทานข้าวกันบ้างไรบ้างในโอกาสคุณทิมกลับมา
ดีเอสไอสาวต้นตอเอกสาร 'ฮั้ว สว.' หลุด ยันไม่ใช่ฟ้องปิดปาก
อธิบดีดีเอสไอตั้งกรรมการตรวจสอบต้นตอเอกสารสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. และฮั้ว สว. หลุดสู่สาธารณะ หลังส่งเจ้าหน้าที่แจ้งความกองปราบฯ
'พิพัฒน์' เชื่อลูกชายไม่เอี่ยวฮั้ว สว. ท้าฝ่ายค้านเปิดหลักฐาน ขู่กล่าวหาลอยๆ เจอกันอีกเวที
“พิพัฒน์” เชื่อ “ชลัฐ” ลูกชาย ไม่เกี่ยวข้องฮั้ว สว. หลังถูกตั้งข้อสังเกตโทรหาผู้สมัครถึง 19 คน ย้ำ สส.สังกัดพรรคการเมืองไม่มีสิทธิยุ่งการเลือก
'อนุทิน' ขอบคุณฝ่ายค้านอุดหนุนธุรกิจเพื่อน หลังนัดเปิดหลักฐาน 'ฮั้ว สว.' ที่พูลแมน
“อนุทิน” หัวเราะ หลังฝ่ายค้านเลือกโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ จัดเสวนาเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. บอก “ขอบคุณที่ไปอุดหนุน”
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'ยิ่งชีพ' เปิดสำนวนคดีฮั้ว สว.เสี่ยงผิดอาญา 'เบสมือถือ' มัดทุจริตไม่ได้
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้สำนวนคดีฮั้ว สว.ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน การนำเอกสารออกเปิดเผยอาจเข้าข่ายความผิด พร้อมโต้ข้อมูล “เบสสัญญ
ซองแรกยังไม่มา…ผู้ตรวจการกองทัพมาก่อน
ผ่านไปหนึ่งวัน ซองแรกยังเดินทางมาไม่ถึง ไม่รู้หลงทางอยู่ไหน หรือคนอ่านกำลังดูเชิงว่า “เปิดซองออนไลน์” นี่มันจะเปิดอะไรของมัน

