ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'ยิ่งชีพ' เปิดสำนวนคดีฮั้ว สว.เสี่ยงผิดอาญา 'เบสมือถือ' มัดทุจริตไม่ได้

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้สำนวนคดีฮั้ว สว.ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน การนำเอกสารออกเปิดเผยอาจเข้าข่ายความผิด พร้อมโต้ข้อมูล “เบสสัญญาณโทรศัพท์” ชี้ได้เพียงตำแหน่งบุคคล ไม่ใช่หลักฐานยืนยันการทุจริต เตรียมยื่น ปปง.สัปดาห์หน้า ปมเปิดรับบริจาคสู้คดี

26 สิงหาคม 2569 - ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นกรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw เปิดเผยข้อมูลที่ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนคดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า การเปิดเผยสำนวนที่พนักงานอัยการสั่งให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษสอบสวนเพิ่มเติม เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน

ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า สำนวนดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อมีการสอบปากคำพยานและรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ถือเป็นเอกสารราชการและมีข้อมูลในทางคดี การนำออกมาเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจมีประเด็นความผิดตามกฎหมาย โดยอ้างถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พร้อมระบุว่า หากมีเจ้าพนักงานลักลอบคัดลอกเอกสารในสำนวนส่งให้บุคคลภายนอก เจ้าพนักงานผู้นั้นอาจมีความผิด ส่วนกรณีของนายยิ่งชีพซึ่งไม่ใช่เจ้าพนักงาน แต่ได้รับเอกสารและนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ดร.ณัฐวุฒิเห็นว่าอาจมีประเด็นในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164 ประกอบมาตรา 86 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า สำนวนของดีเอสไอและสำนวนเกี่ยวกับการเลือก สว.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขณะที่คดียังไม่ถึงที่สุดและไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ ไม่ควรนำออกเปิดเผย เนื่องจากอาจกระทบข้อมูลส่วนบุคคล กระบวนการสอบสวน และการอำนวยความยุติธรรม รวมถึงอาจทำให้ผู้ถูกกล่าวหานำข้อมูลไปใช้ในการต่อสู้คดี

ทั้งนี้ คดียังต้องรอการพิจารณาของพนักงานอัยการว่าจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ โดยต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ข้อกฎหมาย และผลการพิจารณาของ กกต.ที่เกี่ยวข้องกับคดีการเลือก สว.

สำหรับกรณีข้อมูลทางโทรศัพท์ หรือที่เรียกกันว่า “เบสสัญญาณโทรศัพท์” ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงนักการเมืองใน จ.อ่างทอง ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยนั้น ดร.ณัฐวุฒิแสดงความเห็นว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถใช้ยืนยันการกระทำความผิดฐานทุจริตในการเลือก สว.ได้โดยลำพัง

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า การพิสูจน์ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานแสดงถึงการกระทำที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดอย่างชัดเจน เช่น หลักฐานการให้เงิน การสัญญาว่าจะให้เงิน หรือหากเป็นการให้ทรัพย์สินก็ต้องมีหลักฐานเกี่ยวกับการส่งมอบระหว่างผู้ให้และผู้รับ ไม่ควรใช้เพียงการคาดคะเน

ส่วนข้อมูลเบสสัญญาณโทรศัพท์ที่ใช้แสดงว่าในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 บุคคลใดอยู่ในพื้นที่หรือบริเวณใกล้เคียงสถานที่แห่งหนึ่งนั้น ดร.ณัฐวุฒิเห็นว่า สามารถใช้ประกอบการตรวจสอบตำแหน่งหรือความเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่สามารถยืนยันได้โดยตัวมันเองว่าบุคคลนั้นได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือก สว.

ดร.ณัฐวุฒิยังวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของนายยิ่งชีพและ iLaw โดยตั้งคำถามถึงสถานะ การดำเนินงาน แหล่งเงินสนับสนุน และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากองค์กร พร้อมกล่าวหาว่า iLaw มีความเชื่อมโยงทางแนวคิดกับพรรคการเมืองฝ่ายสีส้ม อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าวเป็นความเห็นและข้อกล่าวหาของ ดร.ณัฐวุฒิ

นอกจากนี้ ดร.ณัฐวุฒิยังกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่ม สว.สำรองและนักการเมืองที่ออกมาเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยมองว่าเป็นแรงกดดันทางการเมืองต่อองค์กรอิสระ และตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและมาตรฐานทางจริยธรรม พร้อมเสนอให้ผู้ที่เห็นว่าตนได้รับผลกระทบใช้ช่องทางตามกฎหมายยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบ

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า จากข้อมูลที่ตนติดตาม เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยในขณะนั้น ได้ออกประกาศของพรรคห้ามกรรมการบริหารพรรคเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว.ปี 2567 และวันที่ 21 มิถุนายน 2567 นายอนุทินได้ย้ำจุดยืนดังกล่าวต่อสาธารณะ จึงเห็นว่าควรนำข้อเท็จจริงส่วนนี้มาพิจารณาประกอบด้วย

ช่วงท้าย ดร.ณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีการเปิดรับบริจาคเงินเพื่อใช้ต่อสู้คดี โดยระบุว่า ตนได้กล่าวโทษนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. นายยิ่งชีพ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล และบุคคลอื่นรวม 6 คน ต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายควบคุมการเรี่ยไร โดยเป็นข้อกล่าวหาที่ยังต้องผ่านกระบวนการสอบสวนและพิสูจน์ตามกฎหมาย

ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า สัปดาห์หน้าจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มาจากการเปิดรับบริจาคดังกล่าวต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้พิสูจน์ที่มาเงินบริจาค สส.ไอเดียร์ยาก โอกาสยุบภูมิใจไทยริบหรี่

นักกฎหมายมหาชนไขปมคำร้องยุบพรรคภูมิใจไทย กรณี สส.ไอเดียร์บริจาคเงิน 1.5 แสนบาท ชี้ต้องพิสูจน์ว่าเป็นเงินจากการกระทำผิดกฎหมาย และผู้รับบริจาครู้ที่มาของเงินหรือไม่ ย้ำเงินเดือน สส.กับเงินของสามีแยกกัน

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ซักฟอก 18 รมต. ฝ่ายค้านเสียงฝ่อ-เกมหาหลักฐานยื่นศาลรธน.

ดร.ณัฐวุฒิ วิเคราะห์ศึกซักฟอก 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย ฝ่ายค้านมีเสียงพอยื่นญัตติ แต่ไม่พอโหวตคว่ำรัฐบาล ชี้ข้อกล่าวหาขาดความซื่อสัตย์-ผิดจริยธรรมร้ายแรง อาจเป็นเกมแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนรัฐมนตรีรอบสอง เหน็บพรรคประชาชนจัดอีเวนต์การเมืองแก้เกมแพ้แล้วพาล ซัด สส.กทม.หายหัวช่วงน้ำท่วม

ดร.ณัฎฐ์ จ่อแจ้งความ ‘สมชัย-พริษฐ์กับพวก’ ปมบัตรบาร์โค้ด

ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมกล่าวโทษคดีอาญา “สมชัย-พริษฐ์กับพวก” รวม 6 คน ปมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พร้อมยื่น ป.ป.ช.สอบ “ไอติม” กรณีมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

'อดีตสว.' ชี้คดีตัวอย่างศาลฎีกาวางมาตรฐานฮั้วสว. 'ผู้บงการ' จึงทำทุกวิถีทางไม่ให้ส่งคดีไปถึงศาล

'อดีตสว.'ยกคดีตัวอย่างศาลฎีกาวางมาตรฐานคดีฮั้วสว. สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี 'สัจจพงษ์ ภูมิภักดิ์' นักการเมือและผู้บงการจึงทำทุกวิถีทางไม่ให้ส่งคดีไปถึงศาล ไม่งั้นโดนพิพากษาแบบคดีนี้ทั้ง100%

พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”

มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ