
การแต่งตั้งตำรวจระดับ “นายพล” ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย เสร็จสิ้นทุกขั้นตอนอย่างเป็นทางการ มีผลพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป ปีนี้เก้าอี้ “นายพล” ว่าง 163 ตำแหน่ง มีการแต่งตั้งทั้งหมด 281 นาย เท่ากับว่าบัญชีแต่งตั้งครั้งนี้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี โยกระนาบระดับเดียวกันถึง 118 ตำแหน่ง เกือบใกล้ๆ กับตำแหน่งว่างกันเลยทีเดียว รายชื่อทุกตำแหน่ง
ทุกเก้าอี้ เผยแพร่ทางประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีผ่านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาครบถ้วน ที่น่าสนใจและยังไม่ปรากฏชื่อผ่านสื่อหลังวงประชุม ก.ตร.เสร็จสิ้น ก็มี “หมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ” พล.ต.ต.เกษม รัตนสุมาวงศ์ รองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7) ขึ้นเป็น นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) บิ๊กเต่า-พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เดิมคาดว่าจะเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. แต่พอประกาศออกมาเป็น จเรตำรวจ ส่วน บิ๊กโจ้-พล.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์ รองผบช.สกบ. อาวุโสลำดับ 1 ในหน่วย ต้องขยับมาขึ้น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.(ทนท.นายตำรวจประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ) เปิดทางให้ บิ๊กโต้ง-พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ที่ได้รับการเยียวยาจาก ก.พ.ค.ตร. มาขึ้นเป็น ผบช.สกบ. เช่นเดียวกับ บิ๊กตุ้ม-พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. ที่ได้รับการเยียวยาจาก ก.พ.ค.ตร.เหมือนบิ๊กโต้ง ขยับขึ้น ผบช.สง.ผบ.ตร. (ทนท.ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย) ๐
ระดับ รอง ผบก. ขึ้น ผบก. ในรอบนี้ก็มีน่าสนใจหลายคน หลายเก้าอี้เหมือนกัน บิ๊กด้วง-พล.ต.ต.ดวงโชติ สุวรรณจรัส รอง ผบก.กต.2 ลูกเขย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ลำดับ 7 จากท้ายบัญชี รองผบก. ฝ่าอาวุโสมาขึ้นเป็น ผบก.สท., พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล รอง ผบก.ตม.3 อดีตตำรวจติดตาม พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. ขึ้น ผบก.ตม.5, บิ๊กเด็ด-พ.ต.อ.วัชริศวร์ พงษ์พานิช รอง ผบก.งป. ลูกชายอดีตนักการเมือง อดีตนายเวร พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ขึ้น ผบก.กองวิจัย, นายเวรบิ๊ก-พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ นายเวร (สบ 5) ของ ผบ.ต่าย ไปเป็น ผบก.กองทะเบียนประวัติอาชญากร, บิ๊กอาร์ต-พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รอง ผบก.สส.บช.ภ.6 ลูกชายบิ๊กบัง-พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ.และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี, พ.ต.อ.ธงชัย วิไลพรหม รอง ผบก.กองทะเบียนพล มือบัญชีกำลังพล ขึ้น ผบก.กองการเงิน ส่วน พล.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รอง ผบก.อก.ภ.6 อดีตรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มือกฎหมายตำรวจที่ให้ความรู้ตำรวจและประชาชน ได้อาวุโส 50% รอบนี้ขยับขึ้น ผบก.อก.บช.ตชด. ๐
นี่ซิ “ตำรวจสอบสวนกลาง” หรือ CIB ของแท้ เป็นที่พึ่งสุดท้ายให้ประชาชน บิ๊กต่อ-พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. นำลูกทีมตำรวจกองปราบปราม ตำรวจ ปปป.บุกจับพระดังระดับพระราชาคณะชั้นสามัญ เจ้าอาวาสวัดต้นตำรับ "เหรียญเหนือดวง" องค์พ่อจตุคามรามเทพ มีพฤติกรรมเสพเมถุนกับสีกาภายในกุฏิ ยักยอกเงินวัด มาดำเนินคดี แต่สิ่งที่ “ตำรวจ” เป็นห่วงคือ การนำคลิปลามกของอดีตพระดังกล่าวไปเผยแพร่ “ตำรวจไซเบอร์” ขอเตือนญาติโยมมือไว การโพสต์คลิปลามกอนาจารอาจเจ้าข่ายนำเข้าสื่อลามกสู่ระบบสาธารณะ ซึ่งการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (3) ส่วนผู้ที่ “แชร์หรือส่งต่อสื่อลามกอนาจาร” ยังอาจเข้าข่ายความผิดฐานเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก แม้ไม่ได้เป็นผู้ผลิตหรือผู้โพสต์คนแรก ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (5) ได้ยินได้ฟังแล้วก็อย่าไปทำผิดกฎหมาย เพราะอารมณ์ชั่ววูบอาจพาเข้าคุกได้...ตำรวจไซเบอร์เตือนเอาไว้ ๐
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ “โผทหาร” ลงมาแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไฮไลต์ในตำแหน่ง "ผู้บัญชาการทหารเรือ” เป็นชื่อของ "ผช.เอก" พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) ตามข่าวช่วงโค้งสุดท้าย จากประวัติรับราชการ “ว่าที่ ผบ.ทร.” จะเกษียณอายุราชการในปี 2571 จึงมีเวลา 2 ปีในการสังคายนาปัญหาของกองทัพเรือให้จบ ส่วนสำนักงานปลัด "รองตั้ม" พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ ขึ้นเป็น ว่าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม จากการสนับสนุนทั้งรุ่นพี่ ตท.24 และเพื่อน ตท.26 ด้วยกัน ไร้แรงเสียดทานจากทุกทาง เหลืออายุราชการแค่เพียงปีเดียว ในภาพรวมของ “ท็อปไฟว์” ถือเป็นการเดินทางเข้าสู่ 2 ปีสุดท้ายของ ตท.26 ที่เหลืออยู่ในการขึ้นมาในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง
เป็นที่อื้ออึงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เรื่องความเหมาะสมและการยอมรับ ในเรื่องการวางตัวบุคคลลงตำแหน่งที่สำคัญของ “กองทัพบก” โดยครั้งนี้ “ผบ.ปู” พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ตัดสินใจเองเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เลือกใช้สูตรตามแบบปฏิบัติเดิม เช่นในยุค 3 ป. หรือการขึ้นสู่ตำแหน่งของสายบูรพาพยัคฆ์ หรือ วงศ์เทวัญ ที่คุ้นเคยกันในอดีตที่ต้อง “ยึดเส้นทางเหล็ก”เป็นหลัก แต่เลือกการวางคนในสมการอื่นที่จะเข้าฮอสในตำแหน่ง ผบ.ทบ.ได้เหมือนกัน ในรอบนี้ได้คัดแคนดิเดต ผบ.ทบ.ในปี 2570 ให้เหลือแค่ 2 ตัวเลือก คือ "เต้" พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ (ตท.26) ว่าที่ รอง ผบ.ทบ. อัตราพลเอกพิเศษ และเลือก "กอล์ฟ" พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ เป็นว่าที่ เสธ.ทบ. ซึ่ง “ว่าที่ เสธ.กอล์ฟ” ก็เป็นน้องรักของ "บิ๊กแดง" พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นคนดึง “ผบ.ปู” ออกจากการถูกดอง และเตะไปเตะมา ตามการแนะนำของ "บิ๊กบี้" พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ อดีต ผบ.ทบ.สาย RDF เพื่อหานายทหารฝีมือดีเข้ามาทำงานในการประสานกับสหรัฐฯ ในโครงการยานเกราะล้อยาง Stryker
แต่ก็ยังเป็นคำถามเรื่องการเลือก “กอญ.จอย” พล.อ.อาวุธ พุทธอำนวย ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5 เพื่อน ตท.26 จากกรุขึ้นมาเป็น เสธ.ทบ.นั้น มีเหตุผลใดในการตัดสินใจ เพราะตำแหน่งนี้ต้องทำหน้าที่สำคัญคือ เลขาธิการ รมน. ซึ่งถือเป็นงานหนักระดับ 10 กะโหลกในฐานะแม่บ้านที่ต้องรู้แทบทุกเรื่อง แต่อย่างน้อยก็ได้เสริมทีมทำงานในระดับรอง เสธ.ทบ.สายยุทธการและการข่าวเข้ามา โดยมีชื่อของ "เก๋" พล.ท.ณัฐวุฒิ ภาสุวณิชยพงศ์ (ตท.30) เจ้ากรมยุทธการ ทบ. มาเป็นรอง เสธ.ทบ. และ “โอ๋” พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง (ตท.26) เจ้ากรมข่าว ทบ. เป็นรอง เสธ.ทบ. ที่น่าสนใจคือการคืนความชอบธรรมให้ พล.ต.เทวินทร์ เทศนธรรม (ตท.29) รองเจ้ากรมยุทธการ ทบ. ได้ขึ้นเป็นเจ้ากรมยุทธการ ทบ. ซึ่งถือเป็นมือทำงานที่ไว้ใจของของ ผบ.ปู ตั้งแต่เป็นอาจารย์โรงเรียนเสธ.ทบ.
ถือเป็นคิวของนายทหารซีรีส์ 3 (ตท.30-39) ซึ่งโผนี้มี “ลาภ” พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ (ตท.30) รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่ได้ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 ซึ่งถือเป็นซีรีส์ 3 คนแรกที่เป็นแม่ทัพ ส่วน ตท.30-34 กำลังขยับขึ้นมาตามลำดับ เช่นเดียวกับระนาบรองแม่ทัพ หรือเทียบเท่า เตรียมเข้าไลน์แคนดิเดตหลายคน ทั้งกองทัพภาคที่ 1 และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และเมื่อหันมาดูการปรับเปลี่ยนในระดับกองพลสำคัญมีการปรับเปลี่ยน เช่น "ก้อง" พ.อ.รณวรรณ พจน์สถิตย์ (ตท.33) ขึ้นเป็น ผบ.พล.1 รอ., “บู้” พ.อ.เฉลิมชัย ขัดใจ เป็น ผบ.พล.ร.9, “โก” พ.อ.โกวิท สังขนครา เป็น ผบ.พล.ร.2รอ., “เส้ง” พ.อ.ธีรยุทธฑ์ เส้งรอด (ตท.32) เป็น ผบ.พล.ร.11, พ.อ.ประวัติ จารุตัน (ตท.32) เป็น ผบ.พล.ม.3, พ.อ.เจษฎางค์ แสนทน (ตท.30) เป็น ผบ.พล.รพศ.1
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความยุ่งยากเมื่อต้องเลือกข้าง-เลือกฝ่าย!!!
ไม่ว่าจะโลก...หรือประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ท่าทางมันน่าจะ ยุ่ง ระดับ โค้วตงหมง หรือระดับ ยุ่งฉิบหาย-ยุ่งตายห่า กันอีกมิใช่น้อย ภายในอนาคตเบื้องหน้า หรืออนาคตอันใกล้
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ชมก็มี ด่าก็มา…เปิดทีเดียวสี่ซอง
พักหลังมานี้ มีเรื่องส่งมาถึง “เปิดซองออนไลน์” หลายแบบครับ
ดูวอลเลย์บอลท่ามกลาง'อัตราเสี่ยง'จากโรคหัวใจวาย!!!
อันที่จริง...การที่มี เส้นเลือดหัวใจตีบ ถึง 3 เส้น ติดตัว ติดกาย อยู่จวบจนทุกวันนี้ มันออกจะเป็นอะไรที่ เสี่ยง อยู่พอสมควรกับการมีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดสด วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย
'ทหารม้า' นั่ง '5 เสือ ทบ.'?
เข้าสู่กันยายน เดือนสุดท้ายในปีงบประมาณ 2569 และเป็นเดือนสุดท้ายในชีวิตราชการของตำรวจครบเกษียณอายุราชการ ปีนี้เฉพาะระดับ “นายพล” มีผู้เกษียณทั้งสิ้น 97 ราย
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.

