น้ำท่วมคราวนี้ ขอคารวะคนลงมือ

น้ำท่วมบางแห่งเริ่มลดแล้วครับ

บางพื้นที่เริ่มเข้าสู่ช่วงเก็บกวาดฟื้นฟู ขณะที่อีกหลายแห่งน้ำยังไม่ยอมไปไหน คนยังเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ยังทำงาน อาสาสมัครยังเข้าออก เรือยังต้องวิ่งส่งของกันอยู่

ผมตามอ่านข่าวน้ำท่วมเที่ยวนี้มาหลายวัน มีทั้งเรื่องให้บ่น ให้หงุดหงิด ให้ตั้งคำถามกับคนมีหน้าที่

“เปิดซองออนไลน์” ก็ร่วมวงกับเขามาหลายยกแล้ว

แต่พออ่านไปเรื่อยๆ อีกภาพหนึ่งกลับชัดขึ้นทุกวัน

มีคนจำนวนมากกำลังช่วยกันอยู่ครับ

ป่อเต็กตึ๊งเอาเรือเข้าไปส่งอาหารตามพื้นที่น้ำท่วม กาชาดมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครออกแจกอาหารกับถุงยังชีพ ตำรวจทางหลวงปากช่องฝ่าน้ำเข้าไปส่งข้าวให้ชาวบ้านริมลำตะคอง ทั้งที่บ้านพักของตำรวจเองก็โดนน้ำเหมือนกัน

ที่ปราจีนบุรี อาสากู้ภัยเข้าไปช่วยชายชาวจีนที่ติดอยู่บนต้นไม้ถึง 2 วัน

ผมอ่านถึงตรงนี้แล้วนึกภาพตาม

คนหนึ่งติดอยู่บนนั้นสองวัน อีกกลุ่มหนึ่งกำลังหาทางเข้าไปเอาเขาลงมา

ไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ

ยังมีนักกีฬาเจ็ตสกีหญิงระดับแชมป์โลก เอาความสามารถที่เคยใช้แข่งขันลงไปช่วยผู้ประสบภัย คราวนี้ไม่มีเหรียญรออยู่ปลายทาง มีแต่คนที่กำลังรอให้ใครสักคนเข้าไปถึง

ที่ฉะเชิงเทรา เด็ก ม.6 อายุ 17 ปี จับมือกับแอดมินเพจท้องถิ่นทำเว็บไซต์รายงานสถานการณ์น้ำให้คนในพื้นที่ใช้กัน

เด็กคนนี้ไม่ได้ลงน้ำครับ แต่สิ่งที่เขาทำก็ช่วยคนได้เหมือนกัน

บางแห่งเปิดอาคารจอดรถให้ชาวบ้านเอารถมาหนีน้ำฟรี เจ้าหน้าที่กับกลุ่มคนรักสัตว์ก็ช่วยกันดูแลหมาแมวที่ติดอยู่ตามพื้นที่ประสบภัย

พอเอาเรื่องเหล่านี้มาวางอยู่ด้วยกัน ผมถึงรู้ว่าเวลาคนเดือดร้อน ความช่วยเหลือมันมีสารพัดหน้าตาจริงๆ

คนหนึ่งช่วยด้วยแรง อีกคนช่วยด้วยความรู้ บางคนเอาทรัพย์สินของตัวเองมาแบ่งใช้

ทำเท่าที่ตัวเองทำได้

แต่คนเดือดร้อนเบาลงจริงๆ

ตอนแรกผมเกือบจะเขียนว่า โลกหนึ่งกำลังด่ากันอยู่ในโซเชียล ส่วนอีกโลกหนึ่งกำลังลุยน้ำช่วยคน

คิดอีกที ไม่แฟร์ครับ

เพราะโทรศัพท์เครื่องเดียวกันที่บางคนใช้เถียงกันเรื่องการเมือง ก็มีคนใช้แจ้งพิกัดผู้ประสบภัย ส่งข่าวว่าตรงไหนต้องการเรือ ตรงไหนขาดอาหาร ตรงไหนมีคนแก่หรือผู้ป่วยออกมาไม่ได้

อย่าง “จิตอาสาดอทแคร์” ก็ทำแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ผู้ประสบภัยแจ้งพิกัดและสิ่งที่ต้องการ ก่อนเชื่อมต่อข้อมูลไปยังอาสา กู้ภัย และหน่วยงานที่เข้าไปช่วยได้

เห็นไหมครับ

โซเชียลจะเป็นอะไรก็อยู่ที่คนใช้มันนี่แหละ

จะใช้เป็นเวทีมวยก็ได้ จะใช้ตามหาเรือให้คนติดน้ำก็ได้เหมือนกัน

ส่วนการวิจารณ์รัฐบาล วิจารณ์ผู้ว่าฯ หรือหน่วยงานต่างๆ ก็ทำต่อไปเถอะครับ คนละเรื่องกัน

ผมเองก็คงทำต่อ

รัฐบาลมีหน้าที่ก็ต้องทำ ผู้ว่าฯ มีหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบ หน่วยงานไหนช้า พลาด หรือเตรียมตัวไม่ดี จะเอาภาพจิตอาสามาบอกให้ประชาชนเงียบคงไม่ได้

คนช่วยกันมากแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้ความรับผิดชอบของคนมีหน้าที่น้อยลงครับ

แต่ภาพที่ผมอยากพูดถึงวันนี้ เป็นอีกภาพหนึ่ง

เวลาน้ำเข้าบ้าน คนที่พายเรือเข้าไปช่วยคงไม่ได้สนใจหรอกครับว่าเจ้าของบ้านเลือกพรรคไหน

ตอนน้ำถึงเอว คงไม่มีใครตะโกนถามคนบนหลังคาว่า “พี่อยู่สีอะไรครับ” ก่อนพายเรือเข้าไปหา

รู้แต่ว่าตรงหน้ามีคนเดือดร้อน ก็ช่วยกันก่อน

ง่ายๆ แค่นั้นเองครับ

เราอาจทะเลาะกันแทบตายในเรื่องที่คิดไม่เหมือนกัน แต่พอเห็นใครกำลังจะจมน้ำ สัญชาตญาณแรกของคนส่วนใหญ่กลับเป็นการยื่นมือไปหา

ผมชอบประเทศไทยตรงนี้แหละครับ

ตรงที่คนบ้านหนึ่งเห็นอีกบ้านกำลังแย่ แล้วเดินเข้าไปถามว่า “มีอะไรให้ช่วยไหม”

บางครั้งคำถามสั้นๆ แค่นี้มีค่ามากเหลือเกินในวันที่เจ้าของบ้านมองไปรอบตัวแล้วเห็นแต่น้ำ

ผมคงเอ่ยชื่อคนที่ออกมาช่วยกันเที่ยวนี้ได้ไม่หมดหรอกครับ

ที่เป็นข่าวก็มี ที่ไม่เป็นข่าวน่าจะมากกว่า

บางคนออกจากบ้านไปช่วยคนอื่นทั้งที่บ้านตัวเองก็ต้องคอยระวังน้ำ บางร้านทำอาหารเพิ่มแล้วส่งต่อไปให้พื้นที่เดือดร้อน วัดเปิดพื้นที่รับคน ชาวบ้านพายเรือรับเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ทำงานต่อเนื่องจนแทบไม่ได้พัก

ภาพแบบนี้มีอยู่ทั่วไป เพียงแต่ไม่ใช่ทุกภาพจะมีคนยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย

และบางทีก็ไม่จำเป็นต้องมี

คนแก่ที่ถูกพาออกมาจากบ้านคงจำคนที่ประคองตัวเองขึ้นเรือได้ เจ้าของบ้านที่ได้รับข้าวในวันที่ออกไปไหนไม่ได้ก็คงรู้ว่าข้าวกล่องนั้นมีใครสักคนทำมาให้

แค่นั้นก็มีความหมายแล้วครับ

น้ำท่วมเที่ยวนี้ทำให้ถนนหาย บ้านกลายเป็นเกาะ รถวิ่งไม่ได้ ร้านค้าปิด ชีวิตประจำวันที่เคยง่ายกลายเป็นเรื่องลำบากไปหมด

แต่ท่ามกลางความลำบากเหล่านี้ ผมกลับได้เห็นคนบางคนชัดขึ้น

คนที่ปกติเดินสวนกันแล้วอาจไม่เคยมองหน้ากัน วันนี้กลับช่วยยกของให้กัน

คนที่ไม่รู้จักชื่อกัน กลับนั่งเรือลำเดียวกัน

บางคนมาจากไหนก็ไม่รู้ ช่วยเสร็จแล้วก็ไป

บางพื้นที่น้ำเริ่มลด งานอีกแบบก็เริ่มต่อครับ

จากพายเรือส่งข้าว อาจกลายเป็นช่วยกันล้างบ้าน เก็บขยะ ขนของ หรือฟื้นสิ่งที่น้ำทิ้งเอาไว้

ส่วนพื้นที่ที่น้ำยังไม่ลด คนกลุ่มเดิมก็ยังทำหน้าที่ของเขากันต่อไป

วันหนึ่งเมื่อน้ำลดหมด คนเหล่านี้ก็คงแยกย้ายกลับไปทำมาหากินของตัวเอง ข่าวน้ำท่วมก็จะค่อยๆ หายไปจากหน้าจอ

แต่คนที่ลงไปช่วยกันเที่ยวนี้ อย่าให้เขาหายไปจากความทรงจำพร้อมกับน้ำก็แล้วกันครับ

เพราะคราวหน้า ไม่ว่าจะน้ำ ไฟ พายุ หรือเหตุร้ายอะไร เราก็คงได้เห็นคนพวกนี้ออกมาช่วยกันอีก

ส่วนพวกเราก็คงกลับไปใช้ชีวิตของเรา การเมืองก็คงยังมีเรื่องให้เถียงกันเหมือนเดิม ผมเองก็คงกลับมาบ่น มาแซว มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับท่านผู้อ่านไปตามประสา “เสมอต้น” นี่แหละครับ

แล้วถ้าจะย้อนถามว่า ส่วน “เสมอต้น” ล่ะ ทำอะไร?

ผมก็คงตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะเมื่อเทียบกับคนที่ลุยน้ำ แบกของ พายเรือ ทำข้าว หรือเอาทรัพย์สินของตัวเองออกมาช่วยคนอื่น สิ่งที่ผมทำอยู่ตรงนี้เล็กนิดเดียว

ก็แค่เขียน

แต่ในเมื่อผมมีอยู่เท่านี้ ก็ขอใช้พื้นที่ตรงนี้บอกเล่าเรื่องของคนที่เขาลงมือทำจริงๆ ให้คนอื่นได้รับรู้ และบอกเขาสักคำว่า สิ่งที่คุณทำมีคนเห็นนะครับ

วันนี้ “เปิดซองออนไลน์” ไม่มีเรื่องจะเถียงด้วยครับ

มีแต่คำขอบคุณ

คารวะจากใจ

— เสมอต้น
3 ตุลาคม 2569

📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.เอ้…คนตามเป็นล้าน

เมื่อวานผมบอกไว้ว่าวันนี้จะเปิดซองของอดีตวิศวกรเกษียณท่านหนึ่ง ที่เขียนมาคุยเรื่อง “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต นำทีมคณาจารย์และนักศึกษาลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และคณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต