'ปันเกย'

เบื้องหลังการทำงานก่อนพบปะหารือกับต่างประเทศของ "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ไม่ใช่แค่การพูดคุยทั่วไป แต่ใช้เวลา 15-20 นาทีอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน

 “หมอเอก” เอกภพ เพียรวิเศษ โฆษกรัฐบาล สะท้อนว่า การเริ่มต้นสนทนาของนายกฯ ปกติจะต้องมีการสร้างความคุ้นเคย ทลายกำแพง แบบที่เรียกกันว่า "Break the ice"

ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศมีการเตรียมทำประวัติย่อของผู้ที่จะมาเข้าพบทุกคน เพื่อให้นายกฯ และทีมเจรจารู้พื้นฐานเบื้องต้น เช่น เรียนที่ไหน บ้านเกิดอยู่ไหน มีประสบการณ์ทำงานอย่างไร เคยมีความสัมพันธ์กับประเทศไทยอย่างไร เป็นต้น

 ในส่วนนี้เป็นเสน่ห์ของ “นายกฯ อนุทิน” อย่างหนึ่ง ที่เป็นคนแบบที่ภาษาเหนือเรียกว่า "ปันเกย" คือคุ้นเคยกับคนอื่นได้ง่าย จึงทำให้ขั้นตอนทลายกำแพงเป็นไปได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่เกิน 5 นาที ทำให้มีเวลาพูดประเด็นเนื้อหาได้มาก

 และอีกหนึ่งชั้นเชิงของ "นายกฯ หนู" คือ ชั้นเชิงการต่อรองเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีจากคู่เจรจา เช่นตอนที่ไปภารกิจสหประชาชาติแล้วมีโอกาสไปพบประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Google ที่ได้รับการเสนอว่าจะมีการลงทุนเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Data Center ด้วยมาตรฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและจ้างงานคนไทย 

ในการเจรจากับอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่แสดงความกังวลเรื่องการนำเข้ารถ EV ของไทย จะกระทบกับโรงงานผลิตรถยนต์ของธุรกิจญี่ปุ่นในไทย

 นายกฯ ก็ได้แจ้งถึงการให้ความสำคัญกับการผลิตรถยนต์ในประเทศ ด้วยการขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์นำเข้า ทำให้รถ EV นำเข้ามีราคาสูงขึ้น พร้อมขอให้ทางญี่ปุ่นพิจารณาผลิตรถยนต์ EV และอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย ซึ่งพูดไปพูดมาก็ลามไปถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความร่วมมือทางอวกาศกันเลย!!!

นี่คือตัวอย่างชั้นเชิงการเจรจาของนายกฯ ที่มีการทำงานเป็นทีมและใช้บุคลิกส่วนตัว รวมถึงการมีเพื่อนมาก ทำให้การเจรจาแต่ละครั้งประเทศไทย ประชาชนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด จนทำให้ประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์ของโลก

ท้ายสุด “หมอเอก” ย้ำว่า ชาวต่างชาติเชื่อมั่นประเทศไทย และเสถียรภาพที่แท้จริง ไม่ได้ใส่ใจกับ "ดรามาการเมือง".

ช่างสงสัย 

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบิร์ธเดย์คนละหมัด

ปกติวันเกิดเขาให้เป่าเค้ก อวยพรให้อายุมั่นขวัญยืน แต่ระดับ สส.หญิงคู่นี้ วันเกิดเวียนมาชนกันที แฟนคลับนึกว่าเสียงระฆังมวยยกหนึ่งเพิ่งดังขึ้น

‘ผู้แทนสวย’

หลายครั้งที่เห็นรัฐมนตรีแต่ละคนลงพื้นที่ จะพบว่าแต่ละคนมีสไตล์การทำงานที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ไหน การลงพื้นที่แต่ละครั้งก็มักได้รับความสนใจจากประชาชน เพราะนอกจากจะได้เห็นการทำงานแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการรับฟังปัญหาของคนในพื้นที่อีกด้วย

ปลูกข้าวไว้แจก

ความห่วงใยจาก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ยังทยอยส่งต่อถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง ล่าสุดแม่ทัพของพรรค นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมลูกพรรค ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นในการฟื้นฟูบ้านเรือนฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก ขณะเดียวกันยังส่งมอบสิ่งของจำเป็นกระจายไปในพื้นที่อื่นๆ ด้วย

เข่านายกฯ เอว ‘ลูกท็อป’

นอกจากบทบาท รมว.อุตสาหกรรม ที่ต้องรับหน้าที่ดูแลนิคมอุตสาหกรรม และประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ลูกท็อป–วราวุธ ศิลปอาชา เจ้ากระทรวงอุตฯ ยังได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ชุดที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานด้วย

นายกฯ ซูเปอร์แมน

ตั้งแต่วิกฤตน้ำท่วมช่วงปลายเดือน ก.ย.เป็นต้นมา หากจะถามว่าใครทำงานหนักที่สุด ชนิดเช้ายันดึก ไม่มีพักไม่มีหยุด

เลี้ยงส่ง

เด้งฟ้าผ่าส่งท้ายฤดูโยกย้ายรอบนี้ ทำเอาคนตึกดีเอสไอตาค้างไปตามๆ กัน เมื่อชื่อของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ หรือที่น้องๆ เรียกติดปากว่า “พี่แพร” โดนย้ายข้ามห้วยไปนั่งเก้าอี้ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางเสียงซุบซิบว่างานนี้มี “ใบสั่งการเมือง” หลังไปแตะแฟ้มคดีร้อนจนสะเทือนหน้าตักผู้มีบารมีเข้า