แน่นอนว่า ในทางกฎหมาย แม้จะมีการปล่อยตัว ‘วิน ธนพชรโภคิน’ หรือ ‘ดร.วิน’ กับ จ่าสิบตรีพิชิต และ น.ส.ศตพร ผู้ต้องหาในคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ้นเรือนจำ เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สรุปสำนวนและส่งฟ้องต่ออัยการสูงสุดไม่ทันตามกรอบระยะเวลาฝากขัง แต่ยังไม่ถือว่าคดีนี้ยุติ
หากแต่การที่ ‘ป.ป.ช.’ สรุปและส่งฟ้องต่ออัยการสูงสุดไม่ทัน มีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อการพิจารณาคดีดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ประชาชนเองคลางแคลงใจต่อการตรวจสอบภายใต้กลไกของกระทรวงมหาดไทยว่า เป็นปาหี่มากกว่าดำเนินการจริงจัง หลังไม่สามารถสาวไปถึง ‘ตัวการใหญ่’ ได้ ทำได้เพียงลงโทษวินัยร้ายแรงข้าราชการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) 5 ราย และเพิกถอนการบรรจุ 5,000 กว่ารายเท่านั้น
ในมุมของสังคมมองว่า การทุจริตระดับมโหฬาร ท้าทายอำนาจรัฐขนาดนี้ หากไม่มี ‘ฝ่ายการเมือง’ หรือ ‘บิ๊กข้าราชการ’ ในกระทรวงมหาดไทยไฟเขียว ระดับล่างๆ ลงมาย่อมไม่กล้าลงมือ
เมื่อการตรวจสอบในกลไกกระทรวงมหาดไทยไม่ได้รับความมั่นใจ สังคมจึงหันไปคาดหวังองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตโดยตรงอย่าง ‘ป.ป.ช.’
โดยย้อนกลับไปตอนเรื่องถึงมือ ‘ป.ป.ช.’ ใหม่ๆ ราวๆ ปลายเดือนมิถุนายน ‘สุรพงษ์ อินทรถาวร’ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในขณะนั้น เคยระบุว่า ใช้เวลา 3-6 เดือนน่าจะปิดคดีได้ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ
ประกอบกับข้อมูลต่างๆ ออกมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะเรื่องข้อสอบที่เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จึงไม่น่าจะใช่งานยากขององค์กรตรวจสอบระดับมืออาชีพอย่าง ‘ป.ป.ช.’
ซึ่งนับจากวันนั้นจะยังไม่ถึง 6 เดือน แต่การที่ ป.ป.ช.สรุปและส่งฟ้องผู้ต้องหาคนสำคัญที่ถูกฝากขังอยู่อย่าง ‘ดร.วิน-จ่าพิชิต-ศตพร’ ไม่ทัน จนได้รับการปล่อยตัวออกมา ทำให้สังคมแสดงความกังวลอีกครั้ง
แม้ ‘นิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ’ เลขาธิการ ป.ป.ช.ป้ายแดง ที่มีประสบการณ์ทำคดีสินบนข้ามชาติมาหลายคดีก่อนหน้านี้จะยืนยันว่า รับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้ การเข้ามาเป็นข้าราชการแล้วมีการทุจริตหรือต้องให้สินบนตั้งแต่แรก เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ พร้อมขอให้เชื่อมั่นใน ป.ป.ช.
แต่กลิ่นมันเริ่มแปลก หลังความคืบหน้าในคดีที่ ป.ป.ช.ออกมาเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาพบว่า ณ ขณะนี้ข้อมูลยังไม่ถึง ‘นักการเมือง’
โดย นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ยอมรับว่า ทุกคนคาดหวังหรืออยากให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนถึงตัวการใหญ่ เบื้องต้นตัวการใหญ่ที่สุด คือยังไม่ถึงนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
“ณ ปัจจุบันหลักฐานยังไม่ถึง ส่วนจะถึงใคร เดี๋ยวปลายเดือนตุลาคมนี้ จะมีการประชุมคณะไต่สวน และมีการนำพยานหลักฐานที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์ มาพิจารณากันว่าจะแจ้งข้อหาอย่างไร”
เมื่อท่าทีของ ป.ป.ช.ออกมาในลักษณะนี้ คำถามเรื่อง ‘การตัดตอน’ จึงดังขึ้นอีกครั้ง เพราะมันแทบจะไม่ต่างอะไรจากของกระทรวงมหาดไทยก่อนหน้านี้
คำตอบที่ได้ของ ป.ป.ช. ซึ่งออกมาก่อนพิจารณาลงมติสร้างความผิดหวังให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เพราะผู้คนคาดหวังว่า ผลการตรวจสอบขององค์กรปราบโกงจะได้ดีกว่านี้
ต้องไม่ลืมว่า ป.ป.ช.มีอำนาจทางกฎหมาย มีเครื่องมือทางกฎหมายมากกว่ากระทรวงมหาดไทย มีกระบวนการ ‘กันพยาน’ ที่สามารถได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกได้
ที่สำคัญ ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระ ต่างจากกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ภายใต้กลไกรัฐ
ขณะเดียวกัน ในกระบวนการของ ป.ป.ช.นั้น เป็นเพียงกระบวนการชั้นต้น เพียงแค่ ‘ส่อ’ ว่าจะมีการทุจริต ย่อมสามารถชี้มูลได้ เพราะที่สุดแล้วผู้ตัดสินคือ ปลายน้ำอย่าง ‘ศาล’
อีกทั้งคดีนี้ ป.ป.ช.หยิบมาเป็นคดีพิเศษ กรรมการ ป.ป.ช.ทั้งคณะเป็น ‘องค์คณะไต่สวน’ โดยมี ‘สุชาติ ตระกูลเกษมสุข’ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นหัวหน้าคณะ สังคมคาดหวังว่าจะออกมาดีกว่านี้
ซึ่งหากผลออกมาทำได้เพียงเทียบเท่ากับของกระทรวงมหาดไทย ป.ป.ช.ย่อมเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับข้อครหาเหมือนกับที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดนในคดีฮั้วเลือก สว.
เนื่องจากกรรมการ ป.ป.ช.บางคนถูกสรรหาและผ่านความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งจาก สว.ชุดปัจจุบัน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘สว.สีน้ำเงิน’
มรสุมเดิมของ ป.ป.ช.ก็ยังอยู่ หลังถูกตั้งคำถามดังๆ กรณีตีตกคดีที่คนในพรรคภูมิใจไทยถูกกล่าวหาแบบค้านสายตาประชาชนก่อนหน้านี้
ผลการพิจารณาคดีนี้ในปลายเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน ที่จะมีการทยอยแจ้งข้อกล่าวหา จึงเป็นบทพิสูจน์ ป.ป.ช.อีกครั้งว่า เสียงสะท้อน และความคาดหวังที่ดังขึ้นมาหลัง ป.ป.ช.เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุด จะทำให้องค์กรปราบโกงรุกคืบมากกว่าเดิมหรือไม่ อย่างไร
ป.ป.ช.ในอดีต ผ่านคดีใหญ่ๆ และซับซ้อนกว่านี้มามากมาย หากทำตามหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มที่ หลายคนเชื่อว่า สาวได้มากกว่านี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทักษิณดิ้นพล่าน ยื้อยึดทรัพย์-ขอล้างมลทิน
ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทักษิณ ชินวัตร กลับมาอยู่ในโฟกัสการเมืองอีกครั้ง หลังเก็บตัวเงียบมานานหลายเดือนนับแต่ออกจากคุกเมื่อ 11 พฤษภาคม 2569
ปปช.ยันต้นพย.แจ้งข้อหาโกงท้องถิ่น
"ป.ป.ช.” แจงยิบหลัง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงข้อสอบท้องถิ่นถูกปล่อยตัว
คิกออฟประชุม IMF-World Bank เวทีโชว์ศักยภาพปท.ไทย
เริ่มต้นคิกออฟแล้วสำหรับ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Annual Meetings) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจัดประชุมตลอดสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ซักฟอก18รมต.สีน้ำเงิน-ระบอบน.หนูกินรวบ ทำลายความเชื่อมั่น รอการเปลี่ยนแปลง
รุนแรง ดุเดือดเลือดพล่านจริงๆ สำหรับญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของฝ่ายค้าน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน
ซักฟอก 'ระบอบ น.หนู' กินรวบ ใช้สภาเปิดแผล หวังผลนอกสภา
มีความชัดเจนแล้วสำหรับการเปิดศึกซักฟอกรัฐบาล โดยเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร
จับตาไทยผงาดเวที‘IMF-WB’ คว้าโอกาส‘ศักยภาพ-ดึงทุนโลก’
ประเทศไทยเตรียมผงาดสู่สายตานานาชาติอีกครั้ง ในการหวนกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี “สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569” หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ในรอบ 35 ปี หลังไทยเคยจัดการประชุมมาแล้วเมื่อปี 2534 ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน

