
“ผมไม่ได้เป็นนักฉวยโอกาส ผมเป็นแค่คนเสนอโอกาส”
นี่..เป็นคำพูดของคุณประจักษ์ชัย ไหทองคำ นายห้างค่าย “ไหทองคำ” ที่ตรงไป-ตรงมา หลังการเซ็นสัญญาคว้าตัว “แม่ภัทร” เข้าสู่สังกัด!
ซึ่ง “แม่ภัทร” ที่ว่านี้ ก็คือ “คุณภัทร” แม่ที่ถูกลูกสั่งคนอุ้มไปขังกรงหมาที่โสธรชัยเนิร์สซิ่งโฮม ตามที่เป็นข่าวสะท้อนสะเทือนใจนั่นแหละ!
ส่วนใครจะดรามาอย่างไรก็ว่ากันไปตามรสนิยมของแต่ละคน สำหรับผม นอกจากไม่ได้คิด-มองคุณประจักษ์ชัยหิวสง-หิวแสงแล้ว..
กลับให้ชื่นชมกับวิสัยทัศน์ทางธุรกิจของนายห้างท่านนี้ ที่สามารถมองทะลุมรสุมดรามา แล้วเปลี่ยนกระแสสังคมให้กลายเป็นพื้นที่สร้างอาชีพดุจปานกามนิตหนุ่ม!
การดึงแม่ภัทรเข้าสังกัดจึงถือเป็นการมองเห็น “ศักยภาพ” ในการต่อยอดสู่งานไลฟ์สด ซึ่งเป็น “โมเดลธุรกิจ” ที่ค่ายไหทองคำมีความเชี่ยวชาญและประสบความสำเร็จมาโดยตลอด!
และที่น่ายกย่องคือ การที่คุณประจักษ์ชัย (กล้า) หยิบยื่นโอกาสและให้ที่พึ่งพิงยามยาก ในช่วงเวลาที่ชีวิตของคนคนหนึ่งต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน
ถ้าจะพูดว่าเป็นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการทำมาหากินอย่างสุจริต มากกว่าการปล่อยให้กระแสสังคมตีกลับหรือจมอยู่กับความสิ้นหวัง ก็เห็นจะไม่ผิดนัก!
ขอชื่นชมครับ กับหัวใจที่เปิดกว้างของนายห้างประจักษ์ชัย และขอเป็นกำลังใจให้ก้าวใหม่ของแม่ภัทรในบ้านไหทองคำ ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงต่อไป!
ครับ.. “ทำงานเร็วก็โวย ทำงานช้าก็ด่า” ผมหมายถึงพวกที่ออกมาดักคอ ตั้งคำถามเชิงเหน็บแนมการทำงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)..
ที่ออกมาเร่งรัดให้ไทยพีบีเอสชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 85 ล้านบาท ภายใน 120 วัน จากปมการจ้างผลิตรายการ!
โดยผู้ตั้งคำถามได้นำไปเปรียบเทียบกับความล่าช้าในโครงการก่อสร้างอาคารของ สตง.เอง ซึ่งหากมองด้วยใจที่เป็นธรรม..
เนี่ย..อาจเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นหลัก เพื่อนำไปสู่การ “ด้อยค่า” หน่วยงานตรวจสอบที่ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติก็เป็นไปได้!
การนำเรื่องปัญหาอาคารของ สตง.ที่ล่าช้า (ทั้งๆ ที่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ) มาผูกโยงเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบไทยพีบีเอส..
ถือเป็น “ตรรกะวิบัติ” ที่ผู้ถามกำลังจะบอกว่า “ตึกตัวเองยังทำไม่เสร็จ ไม่มีสิทธิ์มาบี้เงิน 85 ล้านบาทจากคนอื่น” อย่างนั้นใช่ไหม??
หน่วยงานรัฐทำงานช้าก็หาว่า “เช้าชามเย็นชาม” หรือไม่ก็พยายามเตะถ่วงคดีจนหมดอายุความ แต่พอ สตง.สามารถสรุปสำนวน ตรวจพบข้อพิรุธ และขีดเส้นตายเรียกเงินคืนให้รัฐอย่างฉับไว..
แทนที่จะชื่นชม กลับมาตั้งแง่ว่ามีวาระซ่อนเร้นซะงั้น ถามหน่อย แล้วต่อไปในอนาคตจะมีหน่วยงานปราบโกงใดในประเทศนี้กล้าทำงานล่ะ..หือ?
เพราะพูดก็พูดเถอะ..ทุกหน่วยงาน-ทุกองค์กรล้วนมีจุดบกพร่องที่พร้อมจะถูกขุดคุ้ยอยู่ทั้งนั้นแหละ!
เคยบอก..หากไทยพีบีเอสบริสุทธิ์ใจและมั่นใจในความโปร่งใส สิ่งที่ควรทำคือการนำ “พยานหลักฐาน” และข้อเท็จจริงในกระบวนการจัดจ้างมาหักล้างตามช่องทางกฎหมาย
ไม่ใช่การให้แนวร่วมในสังคมออกมาสร้างวาทกรรมสกัดกั้นการทำงานของหน่วยงานตรวจสอบเสมือนหนึ่งมีอะไรซ่อนเร้น!
และผมจะบอก (อีก) ว่า พรรคภูมิใจไทยน่ะ ไม่ได้ครองอำนาจตลอดกาลหรอก ปล่อยให้เขาทำเรื่องร่างแก้ไขกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแหล่งงบประมาณไทยพีบีเอสให้สำเร็จเถิด!
เมื่อได้เวลาพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล คุณธนาธรเป็นนายกฯ ถึงตอนนั้น ไทยพีบีเอสจะเอางบ-เอาเงินเท่าไหร่..
ขอเอาไปถลุงกันตามแต่ใจปรารถนา..ย่อมได้!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิสูจน์มาตรฐานการตรวจสอบ
คุณคิดอย่างไรครับ? เมื่อ กทม.อ้างว่าโครงการไม่คุ้มค่า ประชาชนควรมีสิทธิได้เห็นผลการศึกษาก่อนหรือไม่?
'นิพิฏฐ์' ฉุน 'สันต์ สะตอแมน' อย่างแรง! 'ถ้าอยู่ใกล้ๆ ผมจะฉีกปากคุณ'
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่า ผมไม่อยากเปิดศึกกับ “สันต์ สะตอแมน” แห่งหนังพิมพ์ไทยโพสต์
ล้มกระดานไปเลย?
“ผมไม่ได้ทำมิจฉาอาชีวะ คุณจะมาว่าอะไรผมกันนักหนา” นี่..เป็นประโยคที่สะดุดตา-สะกิดหูจากปากคุณวีระ ธีรภัทรานนท์ จนอยากจะนำมาขยายความต่อด้วยความเคารพว่า..
ลองเปลี่ยนเลนส์แว่น?
“โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน มีความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพสูงกว่ายุควิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 อย่างเทียบกันไม่ติด สามารถรับมือกับภาวะพลังงานโลกและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
สื่อสาธารณะจำเป็นต้องมี?
ชื่อรายการ “คุยให้คิด”! ฉะนั้น..พวกเราช่วยคิดกันสิว่า ค่าตัว 40,000 บาทต่อตอนของ “ผู้ดำเนินรายการ” คุณวีระ ธีรภัทร ก็ดี คุณสุทธิชัย หยุ่น ก็ดี มันแพงไปไหม?
เบื้องหน้า'คิงคอง'คือ..?
“รถติด น้ำท่วม ไฟดับ รถไฟฟ้าแพง ความเหลื่อมล้ำ ผู้ว่าฯ ต้องแก้ให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าอาสามาเป็นผู้ว่าฯ”

