'มองไทย-มองโลก'

การประชุม IMF-WORLD BANK ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

ก็จบลงไปเมื่อวาน (๑๘ ตุลา.๖๙)

ผู้ร่วมประชุมกว่า ๒๐,๐๐๐ คน จาก ๑๙๑ ประเทศ

บ้างก็เดินทางกลับ

บ้างก็ติดหนับเสน่ห์ไทย ขออ้อยอิ่งอยู่อีกระยะหนึ่ง

และนี่คือคำเอ่ยลาของผู้นำสถาบันการเงินโลก

.............................

ยินดีไทยแลนด์

🇹🇭❤️ จากผู้นำ IMF สู่ทูตผ้าไหมไทย!

“ฉันมาถึงกรุงเทพฯ ในฐานะหัวหน้าของ IMF

และภูมิใจอย่างยิ่ง....

ที่จะจากไปในฐานะทูตแห่งผ้าไหมไทย!”

-คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF

.......................................

เพจอีจัน

วัฒนธรรมไทยมีความสำคัญและทรงพลัง

ทำให้ผู้เข้าประชุมกว่า ๒๐,๐๐๐ คน

รู้สึกว่าไทยเป็นเสมือนบ้าน

ซึ่งเป็นสิ่งน่าประทับใจอย่างยิ่ง

ขอขอบคุณเป็นอย่างมาก

-อาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก

.....................................

ก็มีคำถามกันว่า การประชุมครั้งนี้

ไทย-ในฐานะเจ้าภาพได้อะไร?

“Prachachat-ประชาชาติ” เขามีคำตอบให้ว่า

 “ธนาคารโลก” หนุนไทย ดันเมืองคาร์บอนต่ำ

ให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์

พร้อมเงินกู้ 200 ล้านดอลลาร์

เร่งลงทุนพลังงานสะอาด

“นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ร่วมกับ “นายอาเจย์ บังกา” ประธานกลุ่มธนาคารโลก เดินหน้าความร่วมมือ “เปลี่ยนผ่านประเทศไทย”

สู่ “เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ”

ธนาคารโลกสนับสนุนเงิน 2 ส่วน

- “เงินกู้” 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่าน EXIM Thailand

โดยมี “กระทรวงการคลัง” ค้ำประกัน

สนับสนุนบริษัทจัดการพลังงาน (ESCOs)

ลงทุนพลังงานสะอาด

และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในทรัพย์สินภาครัฐ

-ทุน “ให้เปล่า” 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

พร้อมเงินสมทบจากธนาคารกรุงไทย

เพื่อวางรากฐานการเปลี่ยนผ่าน

สู่เศรษฐกิจ “คาร์บอนต่ำ” อย่างเป็นธรรม

ลงนาม 3 ความร่วมมือสำคัญ

1️.Just Transition ช่วย SMEs ปรับตัวสู่เทคโนโลยีสะอาด

ดูแลแรงงานและภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ

2.Low Carbon Cities พัฒนา “เมืองคาร์บอนต่ำ”

วางระบบตลาด “คาร์บอนเครดิต” ที่ตรวจสอบได้

เชื่อมข้อมูลการใช้พลังงาน

การขึ้นทะเบียน และการซื้อขาย

3️.I-SPARK ขยายการลงทุนอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

ในพื้นที่ “มาบตาพุด-ระยอง” ร่วมกับ ปตท.และกรุงไทย

ดึง “เงินทุนเอกชน” ลงทุนพลังงานสะอาด

สร้างตลาด “คาร์บอนเครดิตไทย” ให้โปร่งใส

“กรุงไทย” จับมือ “ตลาดหลักทรัพย์ฯ” และภาคเอกชน

พัฒนาระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิต

โดยมีผู้ซื้อที่แสดงความสนใจแล้ว

เช่น การบินไทย Grab และภาคธุรกิจพลังงาน

"เอกนิติ" ชี้ต้องลงทุนวันนี้

ลดความเสี่ยงเศรษฐกิจวันหน้า

“วิกฤตราคาพลังงาน” ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า

ไทยไม่สามารถพึ่งพา “เงินอุดหนุนจากภาครัฐ”

“ทุกครั้งที่เกิดวิกฤต”

จึงต้องเร่งลงทุน “พลังงานสะอาด”

เพื่อลดความเปราะบางของครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม

ดันไทยเป็น “ศูนย์กลางตลาดคาร์บอนอาเซียน”

“กรุงไทย” ตั้งเป้าพัฒนาตลาด “คาร์บอนเครดิตไทย”

ให้เชื่อมโยงกับ “ตลาดทุน”

และต่อยอดสู่ประเทศอื่นในอาเซียน

พร้อมศึกษาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ เช่น “โทเคนดิจิทัล”

ประธานธนาคารโลกย้ำ

“ความน่าเชื่อถือ” คือหัวใจ

“อาเจย์ บังกา” ชี้ว่าตลาดคาร์บอนต้องมีระบบที่โปร่งใส

และไว้วางใจได้

จึงจะสามารถดึงดูดเงินลงทุนจากภาคเอกชน

“หากกลไกตลาดขาดความน่าเชื่อถือ” ....

“เงินลงทุน” ก็จะไม่ไหลเข้าสู่ระบบ

.................................

ก็จบไป สำหรับงานระดับโลก ที่ชาวโลกจะถวิลถึงไปอีกนาน

ทีนี้มาดูงาน “ระดับพื้นบ้าน” กันบ้าง

“ศรีสะเกษนิวส์” เขาโพสต์รัวๆ ว่า เมื่อวาน (๑๗ ต.ค.)

เปิดแล้ววันแรก “ผามออีแดง”

“อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ”

บรรยากาศสุดคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นสัมผัสวิวหลักล้าน หลังปิดนานกว่า 1 ปี 4 เดือน!

เพียงเดินจากลานจอดรถประมาณ 30 เมตร

ก็จะได้พบสัมผัส ทะเลป่า ภูผา และม่านหมอกยามเช้า

โดยเฉพาะจุดไฮไลต์

อย่าง “ลานฮัก-ลานกอด” และ “ลอดหลอดศรีสะเกษ”

ที่สามารถชม “แสงแรก” ของวัน

พร้อมวิวเทือกเขาสลับซับซ้อนสุดสายตา

นอกจากวิวธรรมชาติแล้ว ยังมีการต้อนรับจากชุมชน

ด้วยการแสดงรำอัปสรา การแต่งกายชนเผ่า 3 กลุ่ม

พร้อมขนมพื้นถิ่น อาทิ ขนมซาวอัง ข้าวจี่ กลอย

เปิดเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์ 06.00-16.30 น.

หากได้รับการตอบรับดีและสถานการณ์ปกติ จะพิจารณาเปิดให้บริการทุกวัน

ครับ....

นอกจาก ทะเลป่า ภูผา และม่านหมอกแล้ว

 “ผามออีแดง” ยังมีอะไรที่แอบซ่อนไว้อีกอย่าง

ซึ่งวันนี้ “Wassana Nanuam” จะมาเปิดเผย

ตำนาน 10 ปี!!

“ปราสาทพระวิหารจำลอง” บน “ผามออีแดง”

ที่วันนี้ ยังอยู่!!

หลังจากที่เกิดเรื่องเล่าในตำนานกันมายาวนาน

ว่าฝ่ายกัมพูชา....ประท้วง!!

อ้าง เลียนแบบ “ปราสาทพระวิหาร” ที่เป็นของกัมพูชา

และสร้างในพื้นที่อ้างสิทธิ 4.6 ตร.กม.

ตอนนั้น พ.ค.2559 สื่่อ ลงภาพข่าว พร้อมสกู๊ป 

ทหารไทย “สร้างปราสาทพระวิหารจำลอง”

บน “ผามออีแดง” เพื่อเพิ่มจุดท่องเที่ยว 

และเป็นสัญลักษณ์แทน “ปราสาทพระวิหาร”

ที่ “ศาลโลก” ตัดสินให้เป็นของกัมพูชา 

และชื่นชมว่า “สร้างได้สวยงาม-สมส่วน”

โดยเจ้าของไอเดียตอนนั้น คือ “ผู้การไก่”

“พันเอก ธนศักดิ์ มิตรภานนท์” ผบ.ร.6 ที่ดูแลพื้นที่นี้ 

ซึ่งมีเจตนาดีในการเพิ่มจุดท่องเที่ยว ที่เป็นผลดีต่อใจ  

แต่ปรากฏว่า ทหารเขมร "ประท้วง"  

ในเวลานั้น มีข่าวสะพัดว่า “ฮุน เซน” ไม่พอใจเลยทีเดียว 

จนทำให้ “ทัพภาค 2”

ได้รับคำสั่งให้ย้ายด่วน “ผู้การไก่” พ้นพื้นที่ 

ไปเป็นนายทหารฝ่ายเสธ.ประจำฯ

เป็นข่าวใหญ่ในเวลานั้น จนร่ำลือกันว่า

เพราะ “สร้างปราสาทจำลอง” นี่แหละ

ไม่ใช่เพราะความเป็น ทหารดื้อ หรือขัดแย้งภายใน

“ผู้การไก่” ออกแนวมุทะลุ เป็นทหารสายบู๊

เติบโตมาในพื้นที่อีสานใต้ จนถูกจับตามองว่า

อาจได้เติบโตถึง “แม่ทัพภาค 2” ในอนาคต 

แต่ก็ถูกย้ายออกเสียก่อน!

แต่คำสั่งย้ายนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก 

จนทำให้ เดิมที่จะต้อง "ทุบทิ้ง"    

เปลี่ยนเป็นการ “คลุมไซแรนสีดำ” เอาไว้

ไม่ให้เห็น “ตัวปราสาทจำลอง”! 

เพราะหากฝ่ายไทยทุบปราสาทจำลองนี้ทิ้งจริง

ก็จะกลายเป็นหลักฐานว่า...

ไทยยอมรับว่า “ผามออีแดง” เป็นพื้นที่ทับซ้อน อ้างสิทธิ์ 

แต่เวลาสื่อขึ้นไปทำข่าวบน “ผามออีแดง”

ก็มีการขอความร่วมมือไม่ให้ถ่ายภาพ “ปราสาทจำลอง” 

ทำให้เขมรคิดว่าฝ่ายไทยทุบทิ้งไปแล้ว

จนทำให้ “ปราสาทพระวิหารจำลอง” นี้

ยังคงตั้งตระหง่านอยู่บน “ผามออีแดง” 

และเปิดรับคนไทยขึ้นไปท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกวันนี้

พร้อมจดจำ ตำนาน “ปราสาทจำลอง”

และ “นายทหารคนหาทุน” ทั้งควบคุมดูแลในการสร้างหลายเดือน ในเวลานั้น อย่าง “ผู้การไก่”

นอกจากนี้ ในกรมทหารพราน 23 กันทรลักษ์

ก็มี “ปราสาทพระวิหารจำลอง” อีกองค์หนึ่ง เช่นกัน

วันนี้ เห็นโต้งๆ ว่า

“ปราสาทพระวิหารจำลอง” ยังอยู่บนผามออีแดง แล้วไง?

เขมรจะประท้วง อีกมั้ย?? 

ในเมื่อสร้างบน “แผ่นดินไทย” ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน

ที่วันนี้ เปิดให้คนไทยได้เยี่ยมชม

ที่สร้างได้เหมือนและสวยงามสมบูรณ์กว่าของจริง 

ที่อยู่บนเขาเบื้องหน้าในฝั่งเขมรเสียอีก!!

เอาละครับ ขอส่งท้ายวันนี้ที่ผม “หัวปวด” ด้วยข่าว

“Around the World”

“ฝรั่งเศส” ยังป่วนไม่หยุด ม็อบเด็กยังไม่วาย

ม็อบผู้ใหญ่ปะทุต่อ

คนลงถนนทั่วประเทศ ทะลุ 500,000 คน

จากความไม่พอใจปัญหาค่าครองชีพและราคาน้ำมันพุ่งสูง ห้างร้านแบรนด์เนมหรูตั้งแต่ Hermès ไปจนถึงห้าง Galeries Lafayette ตกเป็นเป้า ศาลาว่าการอายุ 140 ปีถูกเผาวอด

.................................

ใครที่เตรียมไปช็อปฝรั่งเศสตอนนี้

เตรียมหมวกเหล็ก เสื้อเกราะและทำประกันชีวิตไว้ด้วย

และอ้อ...ห้างแบรนด์เนม

อย่าง หลุยส์ วิตตอง, แอร์เมส, โรเล็กซ์, แอปเปิล สโตร์ ฯลฯ

ช็อปที่เมืองไทยนี่แหละ เพราะที่ปารีส ถูกปล้นเรียบ!

ก็ขอส่งท้ายด้วยเพลงของ “พี่สุเทพ วงศ์กำแหง” ซักเพลง
“บ้านนนเรา แสนสุขใจ แม้จะอยู่ที่ไหน....

ไม่สุขใจเหมือนบ้านเร้า....!”

-เปลว สีเงิน

๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๙

 

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3 ทศวรรษไทยโพสต์ เหลียวหลังแลหน้า ประเทศไทย ในเกมอำนาจโลก

สถานการณ์โลกในบริบทต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ดูจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนเคยคิด หลังเกิดเหตุสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน

โลกจะแตกแล้ว!

มีจดหมายฉบับหนึ่งถามผมมาว่า โลกกำลังจะแตกอยู่แล้ว ทำไมมนุษย์ยังบ้าการเมืองกันไม่เลิก

‘IMF หลงเสน่ห์ไทย’

งานประชุม “IMF–World Bank 2026” ในจำนวนรัฐมนตรีคลัง ธนาคารกลาง สถาบันการเงิน นักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน และอีกหลายนักต่อหลายนัก