
การเมืองไทยนี่ก็แปลกดีนะครับ บางวันดูแล้วเหมือนรายการตลก บางวันก็เหมือนละครน้ำเน่า แต่บางวันดูไปดูมา ชักไม่แน่ใจว่าคนดูควรหัวเราะหรือร้องไห้กันแน่
ยิ่งช่วงนี้มีศัพท์การเมืองใหม่ๆ ให้ได้ยินกันอยู่เรื่อย อย่างคำว่า “บันเทิงธิปไตย” ที่คุณปิยบุตร แสงกนกกุล เคยหยิบมาพูดถึงพรรคประชาชน
แต่คุณอุไรวรรณ เจ้าของจดหมายที่ส่งมาถึงผมคราวนี้ ดูจะไม่ค่อยบันเทิงด้วยสักเท่าไร
เพราะเธอเล่นเปลี่ยนจาก “บันเทิงธิปไตย” เป็น “บรรลัยธิปไตย” เสียเลย!
แหม! แค่เปลี่ยนคำเดียว อารมณ์เปลี่ยนจากโรงละครไปเป็นโรงพยาบาลแล้วครับ
คำนี้ถูกใจผมด้วยสิ คุณอุไรวรรณครับ ผมขอยืมมาตั้งเป็นชื่อเรื่องคอลัมน์วันนี้ก็แล้วกัน ไม่ต้องคิดเองให้ปวดหัว 55
คุณอุไรวรรณบอกว่าเคยเชียร์พรรคประชาชนมาก่อน แต่ระยะหลังเริ่มผิดหวัง โดยเฉพาะเรื่องการรับมือกับความผิดพลาดของคนในพรรค
จะผิดหวังกันถึงขั้นไหน ลองอ่านจดหมายของเธอดู
..........................
ถึง เปิดซองออนไลน์
สวัสดีค่ะ คุณเสมอต้นและท่านผู้อ่านคอลัมน์เปิดซองออนไลน์ที่รักทุกท่าน
มีเรื่องในใจที่อยากชวนคุณเสมอต้นและผู้อ่านทุกท่านมาร่วมพูดคุยกันค่ะ ต้องขอสารภาพตามตรงเลยนะคะว่า ตัวฉันเองก็เป็นคนกรุงเทพฯ คนหนึ่งที่เคยแอบเชียร์และเอาใจช่วยพรรคประชาชนมาตลอด เพราะอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในบ้านเมืองเรา แต่พอมาพักหลังๆ นี้ กลับเริ่มรู้สึกแปลกๆ และเอะใจกับท่าทีหลายๆ อย่างของพรรคอย่างไรก็ไม่รู้ค่ะ
ความรู้สึกนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อได้เห็นอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ออกมาโพสต์ข้อความเตือนสติพรรคประชาชนเกี่ยวกับเรื่อง “บันเทิงธิปไตย” เอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จริงในโลกโซเชียลจะวิ่งไปไกลเกินกว่าคำเตือนนั้นเสียแล้วค่ะ
อดนึกถึงเคสเรื่องสลิปโอนเงินเจ็ดล้านบาทที่แอบอ้างชื่อคุณอนุทินไม่ได้เลยค่ะ เมื่อคุณไอซ์ รักชนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้นำเรื่องนี้ไปแชร์ต่อในโลกออนไลน์ด้วยความหวังว่าจะได้กระแสทางการเมือง โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบคอบเสียก่อน
พอความจริงปรากฏชัดเจนว่าเป็นเพียงสลิปปลอม ท่าน สส. คนดังของเรากลับเลือกที่จะเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่น แทนที่จะมีคำขอโทษต่อสังคมหรือแสดงความรับผิดชอบอย่างสง่างามให้สมกับเกียรติที่ประชาชนมอบให้
ที่ทำให้รู้สึกใจหายและน่าผิดหวังยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อผู้สื่อข่าวไปสอบถามคุณเท้ง ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งหลักฐานทุกอย่างก็ประจักษ์ชัดเจนต่อหน้าคนทั้งประเทศแล้ว แต่คำตอบจากทางหัวหน้าพรรคกลับเป็นการบ่ายเบี่ยงว่า ขอไปดูรายละเอียดก่อน
ท่าทีและการรับมือกับปัญหาในลักษณะนี้ของพรรคประชาชน ค่อนข้างสะท้อนถึงความไม่พร้อมและขาดภาวะผู้นำไปสักหน่อยนะคะ ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าคนในสังกัดทำผิดพลาด การที่ผู้บริหารพรรคกล้าที่จะยอมรับความจริงและตักเตือนกันอย่างตรงไปตรงมา น่าจะเป็นสิ่งที่งดงามและน่าเชื่อถือมากกว่าการเลือกที่จะอ้ำๆ อึ้งๆ เพื่อปกป้องกันเอง
พรรคประชาชนมักประกาศตัวอยู่เสมอว่าเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเปลี่ยนแปลงและความหวังของสังคม แต่พฤติกรรมโดยรวมที่พรรคแสดงออกมาในหลายๆ เหตุการณ์กลับทำให้คนเคยเชียร์อย่างฉันรู้สึกสวนทางกันเหลือเกิน
พอเจอเรื่องที่สามารถใช้โจมตีฝ่ายตรงข้ามได้ ความรีบร้อนที่จะเกาะกระแสในโซเชียลของคนในพรรค ก็พลอยทำให้พรรคหลงลืมความระมัดระวัง กลายเป็นการรับส่งข้อมูลข่าวสารที่ขาดการกลั่นกรอง เน้นความสะใจรวดเร็ว จนบางครั้งก็ดูไม่ต่างจากนักการเมืองรุ่นเก่าๆ ที่พวกเขาเคยตั้งคำถามไว้เลยค่ะ
หากเพียงแค่การตรวจสอบความถูกต้องของข่าวสารในมือถือ หรือการควบคุมวินัยของ สส. ในพรรคตัวเอง ทางคุณเท้ง ณัฐพงษ์ และพรรคประชาชนยังไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วในอนาคตหากพรรคนี้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารประเทศ ประชาชนตาดำๆ อย่างพวกเราจะกล้าฝากอนาคตไว้ได้อย่างไรคะ ขืนปล่อยให้พรรคนี้ได้เข้ามาบริหารบ้านเมืองด้วยความไม่พร้อมแบบนี้ บ้านเราคงเดินหน้าไปได้ยากทีเดียว
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “บันเทิงธิปไตย” ที่สร้างความบันเทิงเล่นละครฉากใหญ่ไปวันๆ อย่างที่อาจารย์ปิยบุตรเตือนสติพรรคประชาชนไว้แล้วค่ะ แต่มันกำลังจะกลายเป็น “บรรลัยธิปไตย” ของจริงที่สร้างความเสียหายให้แก่สังคม หากพรรคประชาชนยังคงหลงตัวเองและไม่คิดจะปฏิรูปพฤติกรรมฉาบฉวยของคนในพรรค สังคมไทยเราก็คงต้องเตรียมใจรับความบรรลัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตแล้วค่ะ
ด้วยความห่วงใยในบ้านเมืองของเราเสมอ
นับถือ
อุไรวรรณ
..........................
อ่านจดหมายคุณอุไรวรรณจบแล้ว ผมว่าคนที่ควรอ่านให้ละเอียดสักหน่อยก็คือบรรดาผู้บริหารพรรคประชาชนนั่นแหละ
เพราะคำตำหนิจากคนที่บอกว่าเคยเชียร์เคยเอาใจช่วยกันมาก่อน บางทีก็น่าฟังกว่าคำด่าจากฝ่ายตรงข้ามเสียอีก
โดยเฉพาะเรื่องสลิป 7 ล้านบาทที่คุณอุไรวรรณหยิบมาพูด
นักการเมืองที่มีผู้ติดตามมากมายควรระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่กล่าวหาบุคคลอื่นด้วยหลักฐานซึ่งยังไม่ผ่านการตรวจสอบ ก็ยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ
จะเป็น สส. ทั้งที อย่างน้อยก็ควรแยกให้ออกระหว่างการตรวจสอบรัฐบาลกับการช่วยเพจอวตารกระจายข่าว
ไม่ใช่เห็นอะไรที่ถูกใจแล้วนิ้วไวไปหน่อย พอเรื่องไม่จริงขึ้นมา กลับต้องมานั่งหาทางลงกันให้วุ่น
ส่วนคุณเท้ง ณัฐพงษ์ ที่คุณอุไรวรรณพูดถึงนั้น ผมว่าหัวหน้าพรรคไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องที่ สส. ในพรรคไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก
แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว คนเป็นหัวหน้าก็ควรแสดงให้เห็นว่าพรรคมีมาตรฐานจัดการกับความผิดพลาดอย่างไร
ว่าแต่คุณอุไรวรรณครับ ผมไปอ่านข่าวเพิ่มเติมมา คุณเท้งไม่ได้พูดแค่ขอไปดูรายละเอียดก่อนเท่านั้น ยังอธิบายด้วยว่า การที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์อย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากพฤติกรรมที่ผ่านมาของรัฐบาล ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น
ฟังแล้วผมว่าคุณเท้งตอบไม่ตรงคำถามอยู่หน่อยนะ
เพราะต่อให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นนายอนุทินสักแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้สลิปปลอมกลายเป็นสลิปจริง และไม่ได้ทำให้คนที่แชร์โดยไม่ตรวจสอบพ้นความรับผิดชอบ
ความไม่เชื่อมั่นรัฐบาลอาจอธิบายได้ว่าทำไมคนถึงอยากเชื่อข่าวนี้ แต่ใช้อธิบายแทนความรับผิดชอบของ สส. ที่แชร์ข่าวไม่ได้
ยิ่งเป็นพรรคที่ตรวจสอบรัฐบาลกันอย่างเอาจริงเอาจัง ก็ควรตรวจสอบหลักฐานที่ตัวเองนำไปเผยแพร่ให้จริงจังไม่แพ้กัน
ไม่ใช่พอถามว่าคนในพรรคตรวจสอบสลิปก่อนแชร์หรือเปล่า กลับพาไปคุยเรื่องความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรีเสียอย่างนั้น
อ้าว! ตกลงสลิปปลอมนี่ต้องให้คนแชร์รับผิดชอบ หรือให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบที่ทำให้คนไม่เชื่อมั่นกันแน่
อย่างไรก็ตาม มีอยู่ตอนหนึ่งที่ผมยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับคุณอุไรวรรณ
นั่นคือการนำความผิดพลาดของ สส. บางคนไปตัดสินว่าทั้งพรรคไม่มีความสามารถบริหารประเทศ
ผมว่าเรื่องไหนผิดก็วิจารณ์กันไปตามเรื่อง ไม่จำเป็นต้องเหมารวมไปถึงคนทั้งพรรค
เพราะถ้าใช้พฤติกรรมของ สส. บางคนมาตัดสินทั้งพรรคจริงๆ พรรคการเมืองไทยก็คงไม่มีพรรคไหนรอด
บางพรรคมีเรื่องให้ปวดหัวหนักกว่าการแชร์ข่าวปลอมเสียอีก
แต่ก็อย่าเพิ่งดีใจไปนะครับ พรรคประชาชนไม่ได้พ้นคำตำหนิเพียงเพราะพรรคอื่นก็มีปัญหาเหมือนกัน
พรรคไหนสร้างความคาดหวังเรื่องการเมืองแบบใหม่ไว้สูง ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าเมื่อคนของตัวเองทำพลาด จะจัดการกันอย่างไร ไม่ใช่เรียกร้องความรับผิดชอบจากคนอื่นอย่างเดียว
เรื่องนี้ไม่ได้มีเฉพาะพรรคประชาชน
การเมืองไทยมีให้เห็นอยู่เป็นประจำ เวลาคนของพรรคอื่นทำผิด เรียกร้องกันเสียงดังราวกับบ้านเมืองจะพังพรุ่งนี้
แต่พอคนของตัวเองทำเรื่องคล้ายกันขึ้นมาบ้าง กลับใจเย็นกันอย่างน่าประหลาด
เมื่อวานยังเรียกร้องให้ลาออก วันนี้บอกต้องให้ความเป็นธรรม
ความเป็นธรรมนี่ก็เลือกเวลาทำงานเก่งเหมือนกันนะครับ
ส่วนคำว่า “บรรลัยธิปไตย” ของคุณอุไรวรรณนั้น ผมว่าใช้ได้กับการเมืองไทยมากกว่าจะยกให้เป็นสมบัติของพรรคประชาชนเพียงพรรคเดียว
เพราะถ้านักการเมืองทุกพรรคยังเห็นความผิดของคนอื่นใหญ่เท่าภูเขา แต่เห็นความผิดของคนตัวเองเล็กเท่าเม็ดทราย ต่อให้เปลี่ยนรัฐบาลอีกกี่ชุด ก็คงมีเรื่องให้ชาวบ้านปวดหัวกันไม่รู้จบ
ถึงตอนนั้นไม่ต้องรอให้พรรคไหนพาประเทศไปสู่บรรลัยธิปไตย
นักการเมืองช่วยกันคนละไม้คนละมือ เดี๋ยวก็ถึงเอง!
— เสมอต้น
28 ตุลาคม 2569
📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จริงรึ...ปราบสิ้นซาก?
เป้าหมาย.... ปราบแก๊งฟอกเงินและแก๊งนอมินีต่างชาติ ของ “นายกฯ อนุทิน” ชัดมาก!
'ศรีสุวรรณ' ยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม 'ไอซ์' แชร์ข้อมูลเท็จโอนเงิน 7 ล้าน
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยการกระทำของ น.ส.รักชนก ศณีนอก หรือไอซ์ สส.พรรคประชาชน ที่แชร์ข้อความเท็จจากเพจ Godd Dam เกี่ยวกับการโอนเงิน 7 ล้านเข้า บช.อนุทิน รมว.มหาดไทยในขณะนั้นนั้น เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
นายกฯ แจ้งประธานสภาฯ ครม.สะดวกรับศึกซักฟอก 6 ธ.ค. เป็นต้นไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า วันนี้ได้รับหนังสือจาก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาเป็นที่เรียบร้อยและได้หารือถึงกรอบเวลาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยจะตอบกลับไปถึงวันที่สะดวก
'สรวงศ์' ขอแก้มือลงเลือกตั้งซ่อม สส.สระแก้ว เขต 3
นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตสส.สระแก้ว เขต 3 ให้สัมภาษณ์หลังจากที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะส่งนายสรวงศ์ ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่จ.สระแก้วเขต 3
🔴LIVE ฟันไม่เลี้ยงแก๊งสลิปปลอม | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569
'อนุทิน' ลั่นสิทธิของผม! เดี๋ยวก็รู้ฟ้อง-ไม่ฟ้อง 'ไอซ์ รักชนก' แชร์สลิปปลอม
“อนุทิน” พยักหน้าบอก “สิทธิ์ของผม เดี๋ยวก็รู้เอง” ปมฟ้อง “ไอซ์ รักชนก” แชร์โพสต์สลิปปลอมโอนเงิน 7 ล้านหรือไม่ ย้ำกำชับ “ผบ.ตร.” เร่งรัดทุกคดี ชี้เพราะรัฐบาลผลงานเยอะ ฝ่ายตรงข้ามถึงเล่นแบบนี้ เตรียมใช้เวทีซักฟอกโชว์เต็มที่

