
บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ควงทนายความตั้งโต๊ะแถลงข่าว ชี้แจงประเด็นที่สามี ก๊อต-อธิป อนันทวรรณ ถูกโยงกรณีที่ดิน 100 ไร่ที่ จังหวัดนครนายก พร้อมกันนี้ยังได้เปิดเผยถึงสถานะปัจจุบันของเธอกับสามีว่าได้แยกกันอยู่มาตั้งแต่ปี 2567 หลังจับได้ว่าอีกฝ่ายนอกใจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเงินของลูกในตู้เซฟ 7 ล้านบาท ที่หนุ่มก๊อตแอบเอาไปใช้จนหมด เรียกร้องฝ่ายชายเข้ามาเซ็นใบหย่า
โดย บุ๋ม ปนัดดา เปิดเผยว่า “ขอบคุณทุกคนที่รอการแถลงข่าวในวันนี้ มันมีหลายสาเหตุที่ต้องรอจนถึงวันนี้ มันเป็นเรื่องที่บุ๋มก็ไม่คาดคิดว่าต้องมายืนตอบหรือต้องมาพูดในเรื่องนี้ แต่ถ้าเรื่องทั้งหมดมันทำให้ทุกคนสบายใจ ถ้าเรื่องที่จะพูดและเปิดเอกสารออกมามันทำให้ทุกคนเห็นชัดว่าจุดยืนของบุ๋มคืออะไร บุ๋มยืนดีอย่างยิ่งค่ะ
เรื่องที่ดิน ถ้าบอกว่าสามีภรรยาไม่รู้กันได้ไง ต้องบอกว่าไม่รู้เลยจริงๆ ค่ะ บุ๋มเพิ่งมาทราบว่ามีที่ดินตรงนั้นอยู่ แต่รู้แค่ว่าเขาไปทำสนามวิ่งเทรลเพราะเราเห็นเหรียญที่มาส่งหน้าบ้าน แต่ในส่วนอื่นเค้าไม่เล่าอะไรเลย จนกระทั่งเกิดเรื่องเป็นประเด็นเกิดขึ้น เขาไปซื้อ อ้างอิงตามเอกสารนะคะ บุ๋มเพิ่งเห็นเอกสารอันนี้ (หนังสือสัญญาซื้อขาย) เหมือนกันค่ะอยู่ในตู้เซฟ แต่เป็นตู้เซฟเขานะ เค้าทำการซื้อชายตั้งแต่ 5 ตุลาคม 2567 ไม่ทราบว่าเค้าไปทำสัญญากันอย่างไร ด้วยเงิน 2,500,000 บาทค่ะ ปี 67 ทุกคนอาจจะเห็นความแข็งแรงของบุ๋มจนลืมไปว่าบุ๋มท้อง แล้วมูลนิธิจริงๆ ถ้าพูดถึงการทำงานของมันที่ผ่านมาทุกคนก็ทราบว่าบางทีบุ๋มก็ใช้เงินส่วนตัว ใช้เงินตัวเองในการเดินหน้าของมัน เพิ่งจะมีเงินเข้ามาตอนปลายปี 67 จากโคนถล่มแม่สายแล้วบุ๋มก็ได้ไปชี้แจงในรายการแฉ
แต่ก่อนหน้านั้นบุ๋มคงต้องเปิดเอกสารอีกอัน เดือนมิถุนาคม 67 บุ๋มทำงานทำการกู้เงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ค่ะ เพื่อเอามาทั้งมูลนิธิทั้งส่วนตัวทั้งอะไรก็ตาม 4 ล้านกว่า เกือบ 5 ล้านบาท พอสักประมาณปลายปีช่วงเดือนตุลานี้พี่(สามี)เขาบอกว่าเขาขอไปเกือบ 3 ล้านบาท เพื่อเอามาทำธุรกิจหรือเอาไปทำอะไรก็ตามบุ๋มไม่ทราบนะคะ แต่ทำไมถึงทราบหลังจากนั้นเพราะว่ามันมีเรื่องเกิดขึ้นค่ะ ช่วงใกล้คลอดมีพี่เลี้ยงคนหนึ่งของน้องอเล็กซ์ จำได้มั้ยค่ะที่น้องคางแตก พี่เลี้ยงคนนั้นมีลูกสาวอยู่คนนึงอายุประมาณ 17-18 ปี แล้วเค้ามาเล่าให้ฟังว่าสามีของบุ๋มพาน้องเค้าไปเลี้ยงเบียร์หนึ่งขวด แล้วก็เอาไปเลี้ยงดู นั่นคือเห็นผลหนึ่งที่ทำให้เราต่างคนต่างอยู่ตั้งแต่ ปี 67
วันนั้นบุ๋มอาจจะไม่เข้มแข็งพอเพราะรู้สึกว่าเราใกล้คลอดบุ๋มอยากจะให้ภาพความเป็นครอบครัวมาเดินต่อไปได้ อเล็กซ์สองขวบกว่าในตอนนั้น เราก็ใกล้คลอดอีก แล้วบุ๋มก็โดนคอมเมนต์ในสื่อ เค้าเป็นผู้หญิงเก่งจังเลยแต่เค้าไม่เคยสมหวังเรื่องความรัก ดวงไม่ดีเรื่องผัวหรืออะไรก็ตาม บุ๋มเลยประคองตรงนั้นให้เดินต่อไปได้ ด้วยคำว่าพ่อและแม่ ทุกคนก็เห็นนะคะบุ๋มทำหน้าที่ตรงนั้นอย่างดีตลอด ทำหน้าที่ของความเป็นแม่และให้เขาอยู่ในส่วนของพ่อ ไปเที่ยวกัน มีความสุขกับลูกด้วยกัน และบุ๋มก็ลงพื้นที่ได้เต็มที่ เพราะเราต่างคนต่างอยู่ แยกห้องกัน บุ๋มจะเข้าบ้านยังไงก็แล้วแต่ เขาจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้เงิน 2 ล้านกว่ายังไม่ได้คืนแต่ทราบแล้วว่าเขาเอาไปทำอะไร และบุ๋มเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเงินในตู้เซฟ 7 ล้านบาทหายไป เป็นเงินของลูกทั้ง 3 คน บุ๋มเองก็ช็อกเพราะมันเป็นเงินของลูก แต่เขาคงมองในมุมว่าเขาเป็นพ่อเด็กมั้งเขาเลยสามารถที่จะเอาไปได้ บุ๋มถามเขาบอกว่าเขาเอาไปใช้หมดแล้ว มันแทบล้มทั้งยืน
หลังจากนั้นเขาไปทำธุรกิจกับเพื่อนที่เป็นข่าวอยู่ในโซเซียล แล้วจู่ๆ เจ้าหนี้ก็โทรมาทวงเงินกับบุ๋ม มันเริ่มมีอะไรแปลกๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 ที่ผ่านมา เขาโทรมาขอ 10 ล้าน บุ๋มไม่ได้ให้มันเยอะนะ บุ๋มรู้สึกว่าทำไมมันมีคุยแต่เรื่องเงิน เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้มันไม่ใช่แล้ว เรารู้สึกเหมือนเป็นเอทีเอ็ม เป็นคนที่ต้องแบกทุกอย่างไว้ บุ๋มเครียดมาก แต่เพื่อลูกเราต้องทน แต่เช้าวันที่ 13 เขาเอาลูกออกจากบ้านไปทั้ง 2 คน ไม่เอาพี่เลี้ยงไปและติดต่อไม่ได้ค่ะ จนบุ๋มต้องติดต่อไปหาพี่หนุ่ม กรรชัย ให้ช่วยบุ๋มหน่อย จนมารู้ว่าลูกอยู่ที่คาร์แคร์ที่คลอง 3 ซึ่งบุ๋มก็ไม่รู้ว่าเขามีคาร์แคร์ จนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเขาเข้าบ้านมาเฉยเลย บุ๋มก็เลยอุ้มลูกออกไป ตอนนี้ลูกอยู่กับบุ๋ม แต่ตัวเขาหายไปเลย จากนี้บุ๋มคงพูดตรงๆ พี่ก๊อตค่ะ หย่ากันเถอะนะ พี่ก็ไปตามทางของพี่ บุ๋มก็จะไปตามทางของบุ๋ม ส่วนเรื่องลูกบุ๋มขอดูแลเอง บุ๋มคงไม่สามารถให้ลูกอยู่ท่ามกลางเจ้าหนี้ได้ บุ๋มต้องการให้ลูกเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ดี พี่ไปเคลียร์เรื่องของพี่เหอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน เรื่องหนี้ หรืออะไรก็ตาม ส่วนเรื่องที่พี่ขอ 10 ล้าน บุ๋มให้ไม่ได้ค่ะ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บุ๋ม ปนัดดา' ผอมลง 20 กก. เป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง
ขึ้นศักราชใหม่ เปิดปีใหม่ ก็ต้องอะไรใหม่ๆ สำหรับ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ก็ได้สร้างปรากฎการณ์ให้คนไทยทั้งชาติได้อะเมซิ่งอีกครั้ง!! กับหุ่นใหม่ หุ่นสับ จากที่เคยหนักกว่า 84 กก. ก็ลดลงมาเหลือ 64 กก. จนเกิดเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยว่าน้ำหนักหายไปไหนกว่า 20 กก. ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดใจแบบไม่มีกั๊ก! เพราะพี่ตัวช่วยอย่าง Dr.JiLL


