ดับฝัน"ทักษิณ" วืด"นิรโทษ"-ปัดตก ล้างมลทิน

มีกระแสข่าวความคืบหน้ากรณี ทักษิณ ชินวัตร ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เป็นคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 หรือ กฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อขอให้คณะกรรมการ ที่มี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ทำการวินิจฉัยสิทธินิรโทษกรรมและล้างมลทินในคดีความของตัวเองที่เกิดขึ้นตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อปี 2549 ที่คดีถึงที่สุดแล้วตามคำตัดสินของศาลฎีกาฯ   

โดยทักษิณ-ทีมทนายความ ยกเหตุผลว่าคดีความทั้งหมดของตนเอง ที่ก็ประกอบด้วย เช่น คดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินว่าร่ำรวยผิดปกติในช่วงเป็นนายกฯ คดีปล่อยกู้ของ EXIM Bank หรือคดีที่ดินรัชดาฯ เป็นต้น

ฝ่ายทักษิณ-ทนายความ อ้างว่าคดีทั้งหมดมี "สารตั้งต้น" มาจากการตรวจสอบ-สอบสวนของ คตส.ก่อนส่งไป ป.ป.ช.-อัยการ และส่งฟ้องที่ศาล โดย คตส.ตั้งขึ้นโดยประกาศและคำสั่งหัวหน้า คมช.-ประกาศและคำสั่ง คมช. ซึ่งอยู่ในข้อที่ 31 ของบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่เข้าข่ายได้รับการพิจารณาให้นิรโทษกรรมได้ ฝ่ายทักษิณจึงเห็นว่า ตัวเองมีลุ้นได้รับสิทธิดังกล่าวจึงยื่นเรื่องไป

โดยขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องที่ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ

ปรากฏว่า สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า กรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขคนหนึ่งแจ้งความเห็นอย่างไม่เป็นทางการต่ออนุทิน นายกรัฐมนตรีว่ากรณีเคสของทักษิณไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับนิรโทษกรรม เนื่องจากคดีของนายทักษิณทั้งหมดที่ศาลฎีกาตัดสินจำคุกทักษิณรวม 8 ปี ก่อนที่จะได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือจำคุก 1 ปี รวมถึงคดียึดทรัพย์ทั้งหมดเป็นคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยเป็นการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเข้าลักษณะการทุจริตตามกฎหมาย ป.ป.ช.

รายงานข่าวระบุอีกว่า คดีของทักษิณยังไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่มีเจตนารมณ์ให้นิรโทษกรรมกับผู้กระทำความผิดจากการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง หรือแรงจูงใจทางการเมือง แต่คดีของทักษิณไม่เข้าข่ายเจตนารมณ์ในการออกกฎหมาย

ที่สรุปง่ายๆ คือ ทักษิณวืด นิรโทษกรรม-ฝันค้าง ล้างมลทิน

วิเคราะห์ฉากหลังความเคลื่อนไหวของทักษิณในการยื่นคำร้องดังกล่าวได้ว่า ตัวทักษิณ-ทนายความ และกุนซือกฎหมายข้างกาย ก็คงรู้ดีว่า ยากมากที่ตัวทักษิณจะได้ไฟเขียวให้ได้รับสิทธิการนิรโทษกรรมตามกฎหมาย เพราะติดเงื่อนไขที่กฎหมายเขียนล็อกไว้ทั้งในมาตรา 3 และมาตรา 7 เรียกว่าล็อก 2 ชั้น แต่เมื่อเห็นช่องทางว่ามีประตูเปิดไว้ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.ที่ให้ผลพวงต่างๆ จากประกาศและคำสั่งของ คมช.ได้รับสิทธิพิจารณาให้นิรโทษกรรมด้วยเลยยื่นคำร้องเผื่อมีลุ้น ดีกว่าอยู่เปล่าๆ เพราะไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว แต่หากยื่นไปแล้ว มีการ ต่อรอง-เปิดดีล-กดดัน ทางการเมืองผ่านฝ่ายการเมืองในพรรคภูมิใจไทย-ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อให้ส่งซิกไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ มันก็อาจมีลุ้น

เพราะถ้าเกิดกรรมการหน้ามืด ไปตีความว่าทักษิณควรได้สิทธิด้วย ผลของคำวินิจฉัยชี้ขาดตามกฎหมายให้ถือว่าเป็นที่สุด และมีผลผูกพันให้หน่วยงานของรัฐในกระบวนการยุติธรรม เช่น ตำรวจ อัยการ ศาล กรมราชทัณฑ์ ต้องรับไปดำเนินการตามขั้นตอน เช่น ยุติการสอบสวน จำหน่ายคดี ล้างประวัติคดีความ

ทักษิณเลยคิดไปว่า ถ้าได้รับสิทธิก็จะทำให้คดีความทั้งหมดถูก "เซตซีโร" หมด นอกจากได้ล้างมลทินประวัติตัวเองว่าไม่เคยโดนต้องคำพิพากษาให้จำคุกหรือเคยถูกยึดทรัพย์ เผลอๆ อาจได้ลุ้นต่อ เอามติของคณะกรรมการไปร้องให้กระทรวงการคลัง คืนเงิน 46,000 ล้านบาท ที่โดนยึดทรัพย์ไปเอากลับคืนมา รวมถึงทำให้ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีภาษี ตัดสินให้จ่ายภาษีย้อนหลัง 1.7 หมื่นล้าน กรณีการขายหุ้นชินคอร์ป ปี 2549 ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินไปเมื่อ พ.ย.ปี 2568 แล้วตัวทักษิณไม่ยอมจ่าย เลยไปฟ้องกรมสรรพากร จนเป็นคดีความกันที่ศาลภาษีอากรกลางเวลานี้ ที่ถูกตัดสินให้จ่ายภาษี ก็อาจถูกจำหน่ายคดีออกไป ทำให้ไม่ต้องจ่ายภาษีร่วม 1.7 หมื่นล้าน ไม่ต้องเสี่ยงโดนกรมสรรพากร-อัยการ ฟ้องทักษิณเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งคดีจะหมดอายุความเดือนมีนาคม 2570 นี้

เรียกได้ว่า หากผลออกมาเป็นบวก ทักษิณได้อย่างที่ฝันกลางวัน งานนี้ได้หลายเด้ง อาทิ

-มีลุ้นอาจได้เงินคืน 4.6 หมื่นล้าน

-ไม่ต้องจ่ายภาษี ไม่โดนอายัดทรัพย์-ยึดทรัพย์-โดนฟ้องล้มละลายในคดีภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท

-ได้ล้างมลทิน ได้ล้างประวัติส่วนตัว เป็นการกอบกู้ชื่อเสียง-วงศ์ตระกูล ในช่วงบั้นปลายชีวิต และไม่แน่ใครจะไปรู้ เมื่อประวัติทางคดีถูกเซตซีโรหมด อนาคตข้างหน้าเกิดคึกขึ้นมา ทักษิณอาจกลับเข้าการเมืองอีกรอบ จะได้ไม่ต้องอยู่หลังฉากเพื่อไทยแบบทุกวันนี้

ทักษิณจึงเห็นว่า มันคุ้มค่าการลงทุนอย่างมาก หากเรื่องไม่ผ่าน ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเสมอตัว-เท่าทุน อาจโดนฝ่ายตรงข้ามเยาะเย้ยถากถาง แต่ชีวิตผ่านมาหมดแล้ว ทั้งจุดสูงสุด-ต่ำสุด แค่นี้รับมือได้ แต่หากยื่นไปแล้ว เกิดอาจได้มีลุ้น มีช่องเจรจาความกันได้ มันก็ดีกว่า ไม่ทำอะไรเลย      

จึงไม่แปลกที่ทักษิณจะยื่นไปในช่วงวันที่ 8 ต.ค. ที่เป็นวันซึ่งฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพอดี โดยกรรมการมีเวลาพิจารณาอีกหลายเดือน ดังนั้นต่อให้เวทีซักฟอกขยับออกไปเป็นช่วง 7-11 ธ.ค. มันก็ยังอยู่ในโหมดการเจรจา-ต่อรอง พูดคุยกันได้

 ผลเลยทำให้ พอมีข่าวทักษิณใช้สิทธิดังกล่าว ก็ทำให้มีการนำประเด็นทักษิณยื่นเรื่องดังกล่าวไปโยงกับการเมือง-ศึกซักฟอก ทำนองว่า เพื่อไทยจะใช้เรื่องทักษิณมาต่อรองกับอนุทิน-ภูมิใจไทย ทำนองขอให้ช่วยเหลือนายใหญ่ แล้วเพื่อไทยจะโหวตไว้วางใจให้อนุทินกับ 17 รัฐมนตรีที่โดนซักฟอกแบบไม่มีเสียงหายแม้แต่เสียงเดียว แบบแลกๆ กัน ผลประโยชน์ลงตัว

จนช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมาอีกระลอกว่า ทักษิณเดินเกมหนักขึ้น ต่อรองกดดันฝ่ายอนุทิน-ภูมิใจไทย เพื่อขอให้รับเงื่อนไขให้ตัวเองได้รับสิทธิการนิรโทษกรรม แลกกับ 74 เสียงเพื่อไทยโหวตไว้วางใจ รวมถึงข่าวไปดีลกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า-กล้าธรรม ให้ร่วมมือด้วย ทำนองหากอนุทินไม่เอาด้วย ก็ขอความร่วมมือธรรมนัสสั่ง 58 สส.กล้าธรรม อย่าไปโหวตไว้วางใจให้อนุทิน-17 รัฐมนตรี จนทำให้จะได้เสียงโหวตไว้วางใจน้อยกว่าไม่ไว้วางใจ ที่จะเป็นการปิดฉากการเมือง อนุทิน-17 รัฐมนตรีกลางสภาฯ

อย่างไรก็ตาม แกนนำเพื่อไทยทางจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาปฏิเสธข่าวการต่อรองดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง  

แต่ในทางการเมือง เป็นที่รู้กัน เรื่องการคุยลับ-ดีลลับ ไม่มีใครเขาออกมายอมรับ ต่อให้ไปไล่ถามทั้งฝ่ายเพื่อไทย-อนุทิน-ภูมิใจไทย-กล้าธรรม ก็ต้องปัดหมด แต่การเมืองไทยเป็นที่รู้กัน ไม่มีควัน ก็ไม่มีไฟ และข่าวลือมักมาก่อนข่าวจริง!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘จุลพันธ์’ โต้ไร้ดีลลับ ‘ทักษิณ’ แลกโหวตซักฟอก

"จุลพันธ์" โต้ไร้ดีลลับ "ทักษิณ" แลกโหวตซักฟอก ลั่น เสถียรภาพพรรคร่วมแน่น ยังไม่มีสัญญาณจากนายกฯ ปรับเปลี่ยนพรรคร่วม มอง รมต.คุมกระทรวงเกษตร ทำงานดี ไม่หวั่นไหวปมกระแส “กล้าธรรม” ร่วมรบ.

คกก.สันติสุขแจ้ง ‘อนุทิน’ นอกรอบชี้ ‘ทักษิณ’ ไม่เข้าเงื่อนไขนิรโทษฯ

คกก.สันติสุข“แจ้ง“ อนุทิน”นอกรอบ ชี้ “ทักษิณ” ไม่เข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรมเพราะ4 คดีเป็นความผิดทุจริตตามกฎหมาย ป.ป.ช.-ไม่ใช่ผู้ชุมนุมทางการเมือง

ศึกซักฟอก เดิมพันพรรคส้ม หลังหัวทิ่ม-ดิ่งหนัก บันเทิงธิปไตย-แชร์ข่าวเท็จ

สุดท้าย คอการเมืองต้องกางมุ้งรอ ศึกซักฟอกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไปถึงเดือนธันวาคมเลย หลังที่ประชุมวิปรัฐบาล-วิปฝ่ายค้านได้ข้อสรุปเคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจที่สูตร 7-11 ธ.ค. ที่ก็คือ อภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 วัน คือ 7 ธ.ค.ถึง 10 ธ.ค. และลงมติในวันที่ 11 ธ.ค.

'ปกรณ์' ชง ครม. กลาง พ.ย. เคาะ 'เออร์ลีรีไทม์' ขรก. เริ่มก่อน 1 ต.ค. 70

'รองนายกฯ' เผยเคาะเกณฑ์เออร์ลีรีไทร์ ขรก.พลเรือน ได้สูงสุด 15 เท่า ชี้ เริ่มก่อน 1 ต.ค. 70 ตั้งเป้า 5 ปี ลด 3 หมื่นคน จ่อชง ครม. กลาง พ.ย.นี้