ศาล รธน.ชี้ 'บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด' ไม่ทำลายหลักเลือกตั้งลับ-ไม่ขัด รธน.

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่ทำลายหลักเลือกตั้งโดยลับ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ระบุมีผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชน แนะ กกต.ปรับรูปแบบบัตรไม่ให้เชื่อมโยงตัวผู้ใช้สิทธิกับผลลงคะแนน

28 กันยายน 2569 - เวลา 14.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่อง ขอให้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความลับและมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า ปัจจุบันรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง (2) กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจควบคุมการเลือกตั้งและการเลือกให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมไปถึงการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง เช่น การซื้อเสียง การใช้อิทธิพลต่างๆ

การทุจริตเลือกตั้งในปัจจุบันมีการแพร่ขยายกว้างขวางขึ้น ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ อันทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยจิตจำนงของระบอบประชาธิปไตย ฉะนั้น วิธีการออกเสียงเลือกตั้งโดยตรงและโดยลับ ตามมาตรา 84 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ย่อมหมายถึงความลับแบบมีเงื่อนไขที่ต้องคำนึงถึงดุลยภาพกับการควบคุมตรวจสอบตามหลักการเลือกตั้งโดยสุจริตเที่ยงธรรม

จากข้อมูลเบื้องต้นรับฟังได้ว่า การใช้รหัสคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่สามารถเชื่อมโยงไป สืบทราบ และตรวจสอบตัวตนของผู้ลงคะแนนเสียงได้ คงมีปัญหาที่ต้องพิจารณาเฉพาะในส่วนของการใช้รหัสแท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น

ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่า การใช้แท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งจัดทำขึ้นเพื่อมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อเป็นเครื่องมือระบุ จำแนกบัตรแต่ละใบว่าบัตรนั้นอยู่ในชุดใด หรือได้รับการจัดสรรไปยังเขต หน่วยเลือกตั้งใด การระบุข้อมูลดังกล่าวเป็นการกำหนดบัตรเลือกตั้ง เพื่อควบคุมตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการบริหาร เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะไปทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้พรรคการเมืองใด

ส่วนข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนพบว่า รหัสแท่งบาร์โค้ดสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ตั้งแต่หมายเลขบัตร ลำดับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เครื่องหมายลงคะแนนพรรคการเมืองที่เลือก ซึ่งอาจถือว่ามีผลกระทบกับการเลือกตั้งโดยลับของการลงคะแนน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงมาตรการการจัดเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อคุ้มครองเจตจำนงทางการเมืองของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว เห็นได้ว่า การบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งนับตั้งแต่ขั้นตอนการจัดพิมพ์ การจัดสรร การขนส่ง การส่งมอบให้แก่หน่วยเลือกตั้ง การลงคะแนน การนับคะแนน และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตลอดทั้งการเก็บรักษาหลังการลงคะแนน เป็นมาตรการป้องกันและควบคุมไม่ให้นำบัตรเลือกตั้งจากเขตหนึ่งไปใช้อีกเขตหนึ่ง

การกำหนดรหัสหรือรหัสเฉพาะ ย่อมช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นใช้ในการจัดสรรมาให้พื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ได้

เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องนำสืบ และพยานหลักฐานจากการไต่สวน ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า บุคคลใดหรือหน่วยงานใดนำบัตรเลือกตั้งไปเชื่อมโยงกันเพื่อสืบทราบผลการออกเสียงลงคะแนน จนทำให้สามารถทราบได้ว่า ผู้ร้องเรียนหรือประชาชนคนใดลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

ข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่า การกระทำของผู้ถูกร้องที่กำหนดให้มีรหัสบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ถือได้ว่าเป็นการทำลายหรือทำให้สาระสำคัญของหลักการการเลือกตั้งโดยลับ และเสรีภาพในการออกเสียงลงคะแนนของประชาชนเสียไป ไม่เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง

อนึ่ง แม้การระบุรหัสแท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของผู้ถูกร้องทั้งสาม

เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผู้ถูกร้องทั้งสามควรกำหนดรูปแบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง หรือป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง โดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดบนบัตรเลือกตั้งที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผลการออกเสียงลงคะแนนอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

และควรกำหนดวิธีการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งที่พิพาทกันตามคำวินิจฉัยนี้ให้มีมาตรการรัดกุมและเข้มงวดเป็นการเฉพาะ ไม่ให้มีการกระทำโดยผิดกฎหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูลและการออกเสียงลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงวินิจฉัยว่า การใช้รหัสแท่งบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตผู้พิพากษาอาวุโสฯ ชี้คำวินิจฉัยศาลรธน. คดีบัตรเลือกตั้ง บททดสอบคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ปชช.

วัส ติงสมิตร ชี้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 14.00 น. วันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาทางเทคนิคของการเลือกตั้ง แต่เป็น บททดสอบครั้งสำคัญในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในการลงคะแนนโดยลับ

ลุ้น!ศาลวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง

“เท้ง-ส้ม” มาแรง! โพลหนุนนั่งนายกฯ “อนุทิน” คะแนนนิยมร่วงอันดับ 3 จับตาศาลรัฐธรรมนูญเดินหน้าวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง “ศาลปกครอง-สว.” หยุดตามมติ ครม.

ชัดเจน! 'ศาลรธน.' เดินหน้าตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. ลุ้นบ่าย2โมงรู้ผล โมฆะหรือยกคำร้อง

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีเอกสารข่าวแจ้งว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา  ปรึกษาหารือ  และลงมติ  ในคดีเรื่องพิจารณาที่  ต.30/2569 และคดีอื่น ๆ  ในวันจันทร์ที่  28  กันยายน 2569 

ลุ้น!ศาลรธน.ชี้ขาดคดีบัตรเลือกตั้งพรุ่งนี้ หลัง ครม.ประกาศวันหยุดชดเชยน้ำท่วม

ศาลรธน.ยังไม่ส่งสัญญาณเลื่อนตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง หากไม่ยกเลิก บ่ายสองพรุ่งนี้รู้ผลเลือกตั้ง8 ก.พ.โมฆะหรือไม่ เปิดแนววินิจฉัยคดี ออกสูตรไหนได้บ้าง  

ดร.ณัฎฐ์ ชี้บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไม่อาจตรวจย้อนรู้ประชาชนเลือกใคร

นักกฎหมายมหาชน ชี้ กกต.มีอำนาจจัดทำบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและบริหารจัดการเลือกตั้ง ยันไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้สมัครหรือพรรคใด ก่อนศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดี 28 ก.ย.นี้

28 ก.ย.รู้ผลคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ต้องตีความโดยเคร่งครัด

วันจันทร์นี้ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569