นอนชั่วโมงเดียว

แม้จะเป็นพรรคใหม่แกะกล่อง แต่งานประชุมใหญ่สามัญของพรรค "สร้างอนาคตไทย" เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา อลังการงานสร้างเหมือนเดิม เหมือนสมัยที่ "เสี่ยอุต" อุตตม สาวนายน และ "เฮียสน" สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นผู้บริหารพรรคเก่า

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก สมาชิกเป็นร้อยๆ ชีวิตตบเท้าเข้าร่วมประชุม เช่นเดียวกับนักการเมืองระดับบิ๊กเนมมากันพร้อมหน้าหน้าตา

โดยเฉพาะพวกโปรไฟล์หนา ดีกรีระดับเสนาบดีเก่า ทั้ง "สุพล ฟองงาม" อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต รมช.มหาดไทย "นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" อดีต รมว.วัฒนธรรม "สุรนันทน์ เวชชาชีวะ" อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

อดีต ส.ส.อีกนับไม่ถ้วนจากสารพัดพรรคปรากฏตัวร่วมขบวนสร้างอนาคตไทยกันพรึ่บ นำโดย "สันติ กีระนันทน์" อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ "ปลัดโด่ง" วิเชียร ชวลิต อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ

ยังไม่นับพวกมือทำงาน มือเศรษฐกิจ คนรุ่นใหม่ ที่ขอมาร่วมหัวจมท้ายกันแบบนับนิ้วไม่ไหว รวมๆ กันแล้วต้องบอกว่าหน้าตาดูดีใช้ได้เลย

ขณะที่มืองานคนสำคัญอย่าง "เดอะต่อ" วัชระ กรรณิการ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รอบนี้เกินร้อยเหมือนเดิม เหมือนครั้งก่อนในงานเปิดตัว ที่อยู่เตรียมงานหามรุ่งหามค่ำ ถึงขนาดปืนบันไดเช็กยันแบ็กดรอปด้วยตัวเอง มางานนี้ลูปเดิมเป๊ะ ประคบประหงมเตรียมงานให้ออกมาดีที่สุด

มีคนแอบกระซิบ ก่อนวันงาน "เดอะต่อ" อยู่ยันค่ำมืดดึกดื่น ได้นอนแค่ 1 ชั่วโมง ก่อนจะแต่งตัวมาร่วมงานต่อ เท่านั้นไม่พอยังขึ้นควงไมโครโฟนเป็นพิธีกรด้วยตัวเอง  

พูดนั่นพูดนี่คล่องปร๋อ จังหวะจะโคนรื่นไหล เพราะเป็นสายอาชีพเคยผ่านงานทีวีที่ต้องใช้สกิลการพูดมาจนช่ำชอง โปรไฟล์ระดับรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และโฆษกกระทรวงพลังงาน เรียกว่างานหมูๆ

แต่รอบนี้อัปเลเวลเรียบร้อย จากโทรโข่งไปเป็นกรรมการบริหารพรรค เรียกว่าเป็นไปตามธรรมชาติหลังชั่วโมงบินเริ่มสูง

แล้วช่วงนี้สะกดรอยตามคนคนนี้ให้ดี พักหลังไปปรากฏตัวกับนักการเมืองที่ไหน มีอันย้ายมาอยู่สร้างอนาคตไทยทุกที ดูอย่างงานแถลงลาออก ส.ส.ของ "ปลัดโด่ง" สิ "เดอะต่อ" ก็ไปประกบรอรับเลย ฮ่าๆ.

ฌ.เฌอ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แม่บ้านเท่านั้นที่รู้

กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172

‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’

บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่

‘แม่กอดก่อน’

เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ

ครบเครื่อง

ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ

พปชร.เด็กดี

ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง

สนองงานทันที

การแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ และการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คือภารกิจเร่งด่วนที่สุดของรัฐบาลในเวลานี้