กรมการปกครองผนึกตำรวจ ดัน ‘ทีมอำเภอ’ ลุย 9 ภารกิจความมั่นคง เดินหน้า 90 วันพิฆาตยาเสพติด

กรมการปกครองผนึกกำลังตำรวจ ขับเคลื่อน “ทีมอำเภอ” รับนโยบายรัฐบาล ลุย 9 ภารกิจความมั่นคงทั่วพื้นที่ ยกระดับการทำงานฝ่ายปกครอง-ตำรวจเป็นทีมเดียวกัน เชื่อมข้อมูล One Data พร้อมเดินหน้า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ในปฏิบัติการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด

13 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 (ภาคกลางและภาคตะวันออก) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โดยมีนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเข้าร่วมประชุม

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงของรัฐบาลสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยต่อยอดจากการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านความมั่นคง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล และกำหนดให้การแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในประเทศเป็นวาระสำคัญ ภายใต้หลัก “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยมุ่งบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักในการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ได้แก่ นายอำเภอ และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในภาคกลางและภาคตะวันออก ครอบคลุม 25 จังหวัด 209 อำเภอ และ 355 สถานีตำรวจภูธร รวมทั้งสิ้น 564 คน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อน 9 ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cybercrime) ธุรกิจนอมินี การฟอกเงิน การปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มอั้งยี่ซ่องโจร การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงและจัดการฐานข้อมูล และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับแนวทางการทำงาน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รูปแบบอาชญากรรมในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย การทำงานของภาครัฐจึงไม่สามารถแยกส่วนได้ โดยขอให้ฝ่ายปกครองและตำรวจทำงานร่วมกันเป็น “ทีมคู่จิ้น” หรือ “ทีมคู่ดูโอ้” ตั้งแต่ระดับจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจับมือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ระดับอำเภอที่นายอำเภอจับมือกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ไปจนถึงระดับตำบล เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา วางแผน และลงมือแก้ไขสถานการณ์ตามบริบทของแต่ละพื้นที่

พร้อมกันนี้ ให้มีการนำข้อมูลจากทุกฝ่ายมาเชื่อมโยงเป็นชุดข้อมูลเดียวกัน (One Data) สำหรับวิเคราะห์จุดเสี่ยงและป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในระดับพื้นที่

นอกจากการรับทราบนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงานแล้ว ผู้เข้าร่วมการประชุมยังได้ร่วมระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน เพื่อกำหนดรูปแบบการบูรณาการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และนำไปสู่การจัดทำแผนงาน โครงการ และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม สามารถนำไปขับเคลื่อนได้ทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในระดับพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลจริงต่อประชาชน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟังความเห็นถึง 22 พ.ย. ปลดล็อก 'บิลเลียด-มวย' สู่กีฬาอาชีพ

รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นแก้กฎกระทรวงพนันฯ ปลดล็อก “บิลเลียด-มวย” หนุนเยาวชนฝึกซ้อมพัฒนาสู่กีฬาอาชีพ สอดรับบริบทปัจจุบัน เชิญชวนร่วมแสดงความคิดเห็น ผ่าน www.law.go.th ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค - 22 พ.ย 69

กรมการปกครองเปิดบริการทะเบียนเคลื่อนที่ 3 จังหวัดช่วยผู้ประสบอุทกภัย

รัฐบาลเผยกรมการปกครอง เปิดบริการทะเบียนเคลื่อนที่ 3 จังหวัด ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ทำบัตรประชาชน–คัดรับรองเอกสารทางทะเบียน ถึง 25 ต.ค. นี้

มท.4 บุกทลายแก๊งค้ามนุษย์ย่านรามคำแหง ทารุณเด็ก บังคับเร่ขายของข้ามคืน

มท.4 "วรศิษฎ์" เปิดปฏิบัติการ "พิทักษ์กุหลาบตูม" นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกทลายรังค้ามนุษย์ย่านรามคำแหง ช่วยเหยื่อแม่-ลูกและเด็กเมียนมาถูกทารุณใช้ช้อนลนไฟนาบ-บังคับขายของข้ามคืน ขีดเส้นขยายผลล่าล้างขบวนการให้เร็วที่สุด

'นฤชา' แจงบทบาท 'นายอำเภอ' ต้องบัญชาการภาพรวมแก้ภัยพิบัติ ไม่ใช่แค่ลงพื้นที่แจกของ

อธิบดีกรมการปกครอง แจงบทบาท “นายอำเภอ” แก้ไขปัญหาสาธารณภัย ไม่ใช่เพียงลงพื้นที่แจกของ แต่ต้องบัญชาการภาพรวม ให้ประชาชนปลอดภัย

'พลพีร์' เคลียร์ปมร้อน! ย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง เชื่อรายงานผู้ว่าฯมากกว่าโซเชียล

"พลพีร์" แจงเป็นคนรายงานนายกฯ เองปมย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ระบุ "อดีตผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ-ผู้นำท้องถิ่น" รายงานตรงกัน ไม่น่าเป็นเรื่องเท็จ ชี้ เหรียญมีสองด้าน ทำโซเชียลดี แต่หน้างานปฏิบัติไม่เหมือนโซเชียล ยันหากตรวจสอบแล้วไม่ผิด พร้อมคืนตำแหน่ง ลั่นไม่มีการเมืองเกี่ยว

'นิพิฏฐ์' สะกิดนายกฯ ย้ายนายอำเภอไม่ถูกระเบียบ เสี่ยงโดน ม.157 แนะถามรองนายกฯ ปกรณ์

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ด้วยความปรารถนาดี ผมปรารถนาดีต่อท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ