นั่งนับนิ้วรออยากให้ถึงวันอังคารที่ 26 เม.ย.65 ไวๆ อยากจะรู้ อยากจะฟัง การแถลงปิดคดีการเสียชีวิตของ "แตงโม" นิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาว ที่พลัดตกเรือเสียชีวิตในแม่น้ำเจ้าพระยา
เกิดจากสาเหตุใดแน่???
เกือบ 2 เดือนที่คดีแตงโมเกิดขึ้น ข้อมูล ข่าวสาร ต่างๆ ที่ทยอยออกมาจากทุกสารทิศ ดูจะสับสน ดูจะวุ่นวาย จนกลายเป็นคดี “ปริศนา” การจมน้ำเสียชีวิต
ทุกๆ คนที่ติดตามต่างก็อยากจะรู้บทสรุปแห่งคดี
โดยเฉพาะจาก “ตำรวจ” ในฐานะเจ้าพนักงาน ที่รวบรวมพยาน-หลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง จะไขปริศนาคดีนี้ออกมาอย่างไร จะตอบข้อสงสัย จะตอบทุกๆ คำถามของสังคมได้กระจ่างแจ้งมากน้อยแค่ไหน อย่างไร
เพราะคดีแตงโม กลายเป็นคดีมหาชนที่ทุกคนเฝ้าติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องคดีนี้มีสถานะทางสังคม
ไม่ธรรมดา!!!
ถือเป็นการท้าทายองค์กรตำรวจ ต้นธารกระบวนการยุติธรรมไทยครั้งสำคัญ
ยิ่ง “บิ๊กอุ้ย” พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ตีปี๊บเอาไว้ล่วงหน้า
“มั่นใจในพยานหลักฐานที่มีในขณะนี้ว่าสามารถเอาผิดผู้ต้องหาทั้งหมดได้ ซึ่งการรวบรวมพยานหลักฐานนั้น ได้มีการทำในรูปของคณะกรรมการตั้งแต่วันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเวลากว่า 1 เดือน จึงเชื่อมั่นในพยานหลักฐานทั้งหมดที่มี”
พร้อมทั้งบอก...
“ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ จะมีการชี้แจงทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น ในประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของเหตุการณ์เรือลำเกิดเหตุ ความผิด อัตราโทษ ข้อเท็จจริง ไปจนถึงประเด็นการปัสสาวะ โดยขณะนี้พยานหลักฐานบ่งชี้ได้ว่าเป็นความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งไม่ได้เป็นการทำร้ายร่างกาย เนื่องจากบาดแผลตามร่างกายนั้นเข้ากับใบพัดเรือ จึงมีความเห็นสรุปสำนวนเช่นนี้ และมั่นใจว่าสามารถชี้แจงให้ประชาชนหายสงสัยได้ อย่างไรก็ตาม หากอัยการมีข้อสงสัยที่ต้องการให้สอบสวนเพิ่มเติม ตำรวจก็ยินดี”
แค่ “บิ๊กอุ้ย” ออกแขกโหมโรง ก็อยากเอาเก้าอี้ไปนั่งรอหน้าวิกตั้งแต่ตอนนี้เลย
แถมบอกเอาสำนวนไปรายงานให้ “ผบ.ปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.พิจารณาแล้ว ซึ่งไม่ได้สั่งการให้สอบสวนประเด็นใดเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
หัวใจยิ่งเต้นแรง ตื่นเต้น อยากให้วันนี้ วันพรุ่งนี้ เป็นวันแถลงสรุปคดี เพราะหาก "นักสืบ" ระดับ "ซือแป๋" เรียกพี่อย่าง “ผบ.ปั๊ด” เซย์เยสกับสำนวนของพนักงานสอบสวน แบบไม่สั่งให้ไปสอบประเด็นอะไรเพิ่มเติม หรือไปหาพยานหลักฐานอีก
นั่นบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของสำนวน พยานหลักฐาน ครบถ้วน และมั่นใจตอบคำถามสังคมได้
คงไม่เอาชื่อเสียง “นักสืบ” ไม่เอาศักดิ์ศรี “ผบ.ตร.” มาเสี่ยง มาทิ้ง ก่อนที่ตัวเองจะเกษียณอายุราชการในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแน่ๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว


