ตั้งแต่เหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพอากาศ และกองทัพเรือ ออกมาบอยคอตลาซาด้า (Lazada) จากการที่แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ลาซาด้า ได้นำเสนอโฆษณาด้านการตลาดในลักษณะที่ก้าวล่วงสถาบัน บ่อนทำลาย และกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยอย่างร้ายแรง
จนไปถึง เสนาธิการทหารบก พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ มีหนังสือส่งถึงหน่วยงานภายใต้สังกัดกองบัญชาการกองทัพบกทั่วประเทศ
เน้นย้ำข้อสั่งการ ผบ.ทบ/ผบ.ศปก.ทบ. ไม่อนุญาตให้มีการส่งสินค้าจากแพลตฟอร์มของ ลาซาด้า ในพื้นที่ บก.ทบ. และหน่วยทหารของ ทบ. รวมทั้งห้ามทุกหน่วยทหารหรือกิจการใดๆ ของ ทบ. ใช้บริการสั่งสินค้าจากแพลตฟอร์มของบริษัทดังกล่าว
หากฝ่าฝืน ผบ.หน่วยต้องรับผิดชอบ!!!
ก็รอดู “เหล่าตำรวจ” จะออกมาท่าไหน จะทำอย่างไรกับกรณีนี้ จะร่วมบอยคอต “ลาซาด้า” กับกองทัพด้วยหรือไม่ อย่างไร???
สุดท้าย “ผบ.ปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.
ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง!!!
“ในส่วนของตำรวจ มี 2 สถานะ 1.ผู้บังคับใช้กฎหมาย 2.ประชาชนทั่วไป ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อยากให้กำลังพลที่อยู่ 2 แสนกว่าคนรวมถึงประชาชน ถ้ารู้สึกว่าเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้เป็นเหตุการณ์ที่รับไม่ได้ก็ควรมีวิธีการปฏิบัติกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ คงไม่ต้องมีคำสั่งไปห้ามปรามเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 แสนกว่าคน เนื่องจากการไตร่ตรองการซื้อสินค้าในลักษณะนี้ที่ไหนก็มี"
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ่ายทอดจุดยืนต่อกรณีลาซาด้าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ "ผบ.ปั๊ด”
เสียบดอกไม้ชื่นชม!!!
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่ “ผบ.ตร.” นำพาทิศทาง “ตำรวจ” ครั้งนี้
เพราะต้องไม่ลืม “ทหาร” กับ “ตำรวจ” มีข้อแตกต่างกัน
จุดยืนของกองทัพ ตามที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. บอกไว้ “กองทัพมีจุดยืนในการปกป้อง เป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญทุกคนต้องเทิดทูนและปกป้อง ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถือเป็นเรื่องปกติ”
จุดยืนของตำรวจก็เช่นเดียวกับกองทัพ เพียงแต่เพิ่มหน้าที่ “ผู้บังคับใช้กฎหมาย” เข้ามาอีกหนึ่งส่วน ซึ่งส่วนตรงนี้สำคัญต่อเหตุการณ์ครั้งนี้
เนื่องจากมีผู้แจ้งความดำเนินคดีลาซาด้าและผู้เกี่ยวข้อง ต่อเจ้าพนักงานตำรวจเอาไว้
หาก “ผบ.ปั๊ด” ประกาศบอยคอต “ลาซาด้า” ออกไป แม้จะไม่ใช่การแทรกแซงการทำคดีทางตรง แต่ในทางอ้อมก็ยากจะปฏิเสธ เพราะ "ผบ.ตร.” เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วราชอาณาจักรโดยตำแหน่ง เมื่อหัวหน้าพนักงานสอบสวนบอยคอต นั่นย่อมเหมือนมองว่า “ลาซาด้า” ผิดไปแล้ว พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนจะสั่งคดีตรงข้ามได้อย่างไร
ทั้งๆ ที่ พนักงานสอบสวน ต้องสั่งคดีฟ้อง-ไม่ฟ้อง ตามพยานหลักฐาน
ถึงบอกว่าเห็นด้วยต่อท่าที “ผบ.ปั๊ด” ที่ไม่บอยคอต และบอกถ้ารู้สึกว่าเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้เป็นเหตุการณ์ที่รับไม่ได้ก็ควรมีวิธีการปฏิบัติกับแพลตฟอร์มเหล่านี้
ให้ “ตำรวจ” ใช้ “จิตสำนึก” ตัวเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว


